posttoday
โมบายเพย์เมนต์รุ่ง รับอานิสงส์อีคอมเมิร์ซ

โมบายเพย์เมนต์รุ่ง รับอานิสงส์อีคอมเมิร์ซ

06 มกราคม 2558

จากการคาดการณ์ของไอดีซีว่า เอ็มคอมเมิร์ซจะเติบโตอย่างสูงในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จากมูลค่าตลาด 1.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อปี 2556 เป็น 6.7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2558 การขยายตัวของแพลตฟอร์มบนมือถืออย่าง “โมบาย วอลเล็ต” และการเติบโตของเทคโนโลยี “คิวอาร์โค้ด” จะมีผู้เล่นในตลาดเพิ่มมากขึ้น ทำให้กระแสความนิยมโมบายเพย์เมนต์เติบโตขึ้นไปด้วย

จากการคาดการณ์ของไอดีซีว่า เอ็มคอมเมิร์ซจะเติบโตอย่างสูงในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จากมูลค่าตลาด 1.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อปี 2556 เป็น 6.7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2558 การขยายตัวของแพลตฟอร์มบนมือถืออย่าง “โมบาย วอลเล็ต” และการเติบโตของเทคโนโลยี “คิวอาร์โค้ด” จะมีผู้เล่นในตลาดเพิ่มมากขึ้น ทำให้กระแสความนิยมโมบายเพย์เมนต์เติบโตขึ้นไปด้วย

สุปรีชา ลิมปิกาญจนโกวิท กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอดวานซ์ เอ็มเปย์ กล่าวว่า ความเชื่อมั่นในการใช้ช่องทางโมบายเพย์เมนต์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเอ็มเปย์สามารถทำรายได้ในปีนี้สูงกว่าที่เคยตั้งเป้าไว้ จากช่วงต้นปีที่ผ่านมาเคยตั้งเป้าไว้ที่ 13-14% หรือ 700 ล้านบาท แต่กลับมียอดใช้จ่ายสูงถึง 20% คิดเป็นมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากกลุ่มอีคอมเมิร์ซและเกมออนไลน์

“บริษัทยังคาดการณ์ว่าในปีหน้าสัดส่วนรายได้จะยังมาจากกลุ่มเกมออนไลน์มากกว่า เพราะมีการซื้อขายกันในราคาที่ไม่สูงมากนัก ทำให้ลูกค้ากล้าที่จะจ่าย ส่งผลให้มีรายได้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยยอดการใช้งานไม่ว่าจะเป็นจ่ายบิล ซื้อแอพพลิเคชั่นหรือสติ๊กเกอร์มียอดการใช้งานเฉลี่ยต่อบิลประมาณ 400-500 บาท” สุปรีชา กล่าว

นอกจากนี้ การทำโปรโมชั่น ร่วมกับเว็บไซต์ช็อปปิ้งออนไลน์ชื่อดังในช่วงปลายปี ยังช่วยกระตุ้นให้ยอดการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีกเป็น 2,000 บาท/บิล โดยเฉพาะการจองที่พัก และซื้อตั๋วเครื่องบินแบบออนไลน์ในช่วงเทศกาล ทำให้มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 3,000-4,000 บาท/บิล แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในการใช้จ่ายออนไลน์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

การซื้อขายแบบอีคอมเมิร์ซเป็นเทรนด์ที่มาแรงในต่างประเทศ จากการเข้าตลาดหุ้นของอาลีบาบายิ่งส่งผลให้ทั่วโลกตื่นตัว และกลุ่มธุรกิจหลายรายก็เริ่มเห็นความสำคัญของช่องทางนี้มากขึ้น

ข้อมูลจากสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย ระบุว่า มูลค่าเงินที่สะพัดในตลาดอีคอมเมิร์ซมูลค่ากว่า 7 แสนล้านบาท แบ่งเป็นกลุ่มบีทูจี 3-4 แสนล้านบาท บีทูบี 2-3 แสนล้านบาท และบีทูซีมากกว่าแสนล้านบาท คาดว่าในกลุ่มค้าปลีกที่เข้ามาในตลาดออนไลน์มากขึ้นจะสร้างเงินสะพัดมากกว่า 1.7 หมื่นล้านบาท

“การซื้อขายแบบอีคอมเมิร์ซในไทยจะเป็นแบบ C2C (Customer to Customer) มากกว่า เพราะร้านค้ารายย่อยยังมาแรง ในเรื่องของราคา คุณภาพและสินค้าเจาะกลุ่มได้มากกว่ากลุ่มธุรกิจค้าปลีก”

นอกจากนี้ เอ็มเปย์ยังให้ความสำคัญอย่างมากกับการวางระบบป้องกันให้ครอบคลุม โดยกำหนดยอดเงินในวอลเลต์ไม่เกิน 3 หมื่นบาท/บิล และกำหนดการเชื่อมบัตรเครดิตไว้ที่ 2 เลขหมาย/วอลเลต์ นอกจากป้องกันลูกค้าใช้จ่ายมากเกินไปแล้ว ยังลดความเสี่ยงในการถูกขโมยข้อมูลส่วนตัวไปใช้งาน

ด้าน ศุภชัย กาญจนศักดิ์ชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท เพย์ โซลูชั่น ผู้ให้บริการระบบอีคอมเมิร์ซและระบบชำระเงินรายใหม่อย่างเพย์โซลูชั่นที่เข้าซื้อกิจการไทยอีเพย์เมื่อกลางปีที่ผ่านมา มองว่า ปี 2558 ตลาดอีเพย์เมนต์และอีคอมเมิร์ซจะเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยเฉพาะบริการอีเพย์เมนต์ที่คาดว่าจะเติบโตได้ถึง 400% จากกลุ่มลูกค้าโรงแรม ตั๋วเครื่องบิน และท่องเที่ยว

ขณะที่ตลาดระบบการชำระเงินออนไลน์จะคึกคักมากขึ้น ยอดการใช้จ่ายกว่า 50% จะมาจากระบบอีเพย์เมนต์ เพราะการซื้อขายสินค้าบนโซเชียล เน็ตเวิร์กเติบโตมากขึ้น คาดว่าจะมีร้านค้าเข้าใช้บริการของเพย์โซลูชั่นอย่างน้อย 1,200 ร้านค้า จากเดิมที่มีอยู่ 300 ร้านค้า รวมเม็ดเงินกว่า 30-40 ล้านบาท/เดือน

ต้องคอยติดตามต่อไปว่า นโยบายดิจิทัลอีโคโนมี จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดการใช้จ่ายผ่านโมบายมีการเติบโตเพิ่มขึ้นจริงหรือไม่ เพราะปัจจุบันมีผู้ใช้งานช่องทางออนไลน์เพียง 30% ของประชากรทั้งประเทศ ทำให้ยังมีอีก 70% ที่ยังเข้าไม่ถึงการใช้งานออนไลน์อย่างแท้จริง

ข่าวล่าสุด

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า