posttoday
CLSA...ขอรุกรายย่อย

CLSA...ขอรุกรายย่อย

05 มกราคม 2558

โดย...พนิตศรณ์ หวังจงชัยชนะ

โดย...พนิตศรณ์ หวังจงชัยชนะ

ภาพการทำธุรกิจของบริษัทหลักทรัพย์ ซี แอล เอส เอ (ประเทศไทย) หรือ CLSA ภายใต้การนำของ “ปริญญ์ พานิชภักดิ์” ได้เปลี่ยนภาพของ CLSA ให้กลายเป็นโบรกเกอร์เชิงรุกจนกลายเป็นโบรกเกอร์อันดับต้นๆ ในส่วนของนักลงทุนสถาบัน และในปี 2558 หากมีโอกาสพร้อมจะกระโดดเข้าสู่ตลาดรายย่อยในประเทศ

บทพิสูจน์ผลสำเร็จจากการทำงานของ
“ปริญญ์” คือ ผลจากการจัดอันดับของ McLagan ซึ่งจะจัดปีละครั้ง ผลปรากฏว่าในปี 2557 นักลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศยอมจ่ายค่าธรรมเนียมในการซื้อขายหุ้นในประเทศไทยให้กับ CLSA มากที่สุดเป็นอันดับ 1 รองลงมา คือ บริษัทหลักทรัพย์เครดิต สวิส ตามด้วยบริษัทหลักทรัพย์ ภัทร

“2-3 ปีหลังมานี้ อันดับ 1 และ 2 จะใกล้เคียงกัน แต่พออันดับ 3 ไปนี่จะห่างมาก สาเหตุที่ CLSA ได้รับความไว้วางใจ น่าจะเป็นเพราะมีบทวิเคราะห์ที่ดี เป็นที่เชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบัน บทวิเคราะห์ของเราไม่เป็นรองใคร และมักติดอันดับผลสำรวจในระดับต้นๆ จากโพลหลายสำนัก” กรรมการผู้จัดการ CLSA กล่าว

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าในปี 2557 นักลงทุนต่างชาติซื้อขายในตลาดหุ้นไทยในระดับไม่มาก เนื่องจากตลาดหุ้นไทยมีความผันผวนและความไม่แน่นอนสูง ซึ่งเป็นสิ่งที่นักลงทุนต่างชาติไม่ชอบ แต่เชื่อว่าในปี 2558 แรงลงทุนของนักลงทุนต่างชาติน่าจะเริ่มกลับมา เพราะภาพประเทศไทยมีความชัดเจนมากขึ้น

นอกจากนี้ ประเมินว่าเงินลงทุนจากโซนญี่ปุ่นและจีนจะมีแนวโน้มไหลเข้าลงทุนในไทยระยะ 1-2 ปีข้างหน้า โดยเฉพาะเงินลงทุนจากประเทศญี่ปุ่น ผลจากการเพิ่มวงเงินมาตรการคิวอีของรัฐบาลญี่ปุ่น และเพิ่มเพดานการลงทุนหุ้นต่างประเทศของกองทุนบำเหน็จบำนาญของญี่ปุ่น แต่อาจจะเป็นในลักษณะทยอยเข้ามา เพราะลูกค้าญี่ปุ่นจะเป็น
กลุ่มที่ระมัดระวังในการลงทุนสูง

สำหรับแผนงานในปี 2558 “ปริญญ์” กล่าวว่า CLSA มีความสนใจจะรุกสู่ตลาดรายย่อยมากขึ้น หากมีโอกาสเข้ามาก็พร้อมจะเข้าไปซื้อบริษัทหลักทรัพย์ไทย เพราะ CITI ผู้ถือหุ้นทั้งหมดใน CLSA มีความชำนาญและครองส่วนแบ่งส่วนใหญ่ธุรกิจหลักทรัพย์รายย่อยในประเทศจีน ทำให้เรามีความสนใจจะทำรายย่อยมากขึ้น

ขณะเดียวกัน จะเริ่มมุ่งให้ความสำคัญกับการรุกนักลงทุนสถาบันในประเทศมากขึ้น เพราะเห็นแนวโน้มมีโอกาสในการเติบโตได้อีกสูงมาก รวมถึงต้องการขยายธุรกิจในส่วนของผู้ลงทุนรายบุคคลอีกด้วย และมีแผนจะขยายทีมนักวิเคราะห์ ทีมเจ้าหน้าที่การตลาด (มาร์เก็ตติ้ง) และวาณิชธนากรเพื่อรุกงานวาณิชธนกิจ (ไอบี) ให้เพิ่มขึ้น

 สำหรับงานไอบีนั้น ที่ผ่านมาได้พากลุ่มธุรกิจไทยทั้งโบรกเกอร์และบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไปประเทศจีน ได้ก่อให้เกิดโอกาสทางธุรกิจตามมา จนเกิดธุรกรรมข้ามพรมแดน (Cross Border) และคาดว่าจะมีแนวโน้มการลงทุนระหว่าง 2 ประเทศมากขึ้น แต่ทั้งนี้นักธุรกิจไทยสนใจไปทำธุรกิจในจีนมากกว่านักธุรกิจจีนมาลงทุนในประเทศไทย

“กรณี CITI เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทแม่ และได้ช่วยสนับสนุนการทำธุรกิจโดยเราพา บจ.ไทยไปเจอกับธุรกิจในประเทศจีนเมื่อกลางปี 2557 ที่ผ่านมา ก่อให้เกิดความสนใจการทำธุรกิจระหว่างกัน ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรธรรมชาติ โรงแรม  อาหาร อุปโภคบริโภค ทรัพย์สิน (ตึก) ซึ่งคงจะมีการลงทุนไทยไปจีน และจีนมาลงทุนในประเทศมาให้เห็นเรื่อยๆ คาดว่าในปี 2558 น่าจะเห็นบริษัทเพิ่มกลุ่มนักลงทุนรายย่อยและไฮเน็ตเวิร์กเป็นรูปธรรม ส่วนธุรกิจไอบีก็น่าจะเห็นการเป็นที่ปรึกษาทางการเงินในการซื้อกิจการ รวมถึงการร่วมลงทุนมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท