
‘ประพันธ์’ เปิดแผน ตลาดเอ็มเอไอปี 2558
โดย...บงกชรัตน์ สร้อยทอง
โดย...บงกชรัตน์ สร้อยทอง
ปี 2557 ถือเป็นปีที่หุ้นในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เนื้อหอมฟุ้งมากที่สุดในรอบ 15 ปี ที่มีการจัดตั้งขึ้นมา และคาดว่านักลงทุนยังจะให้ความสนใจลงทุนมากขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2558 จึงเป็นงานหนักสำหรับ “ประพันธ์ เจริญประวัติ” ผู้จัดการตลาด หลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ในการเลือกเฟ้นสินค้าที่มีคุณภาพสูงเพื่อตอบสนองกับความต้องการของลูกค้า และแก้ปัญหาหุ้นราคาแพง เมื่อพิจารณาจากสัดส่วนราคาต่อกำไรต่อหุ้น (พีอี) ที่สูงลิ่ว
“ประพันธ์” เปิดเผยว่า ในปี 2558 ยังคงดำเนินงานตามแผนอย่างต่อเนื่องจากแผนระยะยาว 5 ปี (2557-2562) ที่จะเพิ่มจำนวนบริษัทที่เสนอขายหุ้นให้ประชาชนเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) ให้ได้ 100 บริษัท หรือเฉลี่ยปีละ 20 บริษัท โดยปีนี้ตั้งเป้าจะเพิ่มจำนวน 22 บริษัท หรือเพิ่มมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) ประมาณ 1.3 หมื่นล้านบาท จากปี 2557 มีไอพีโอทั้งหมด 20 บริษัท และมีมาร์เก็ตแคป 9,916 ล้านบาท เนื่องจากต้องการให้ mai เป็นตัวช่วยบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กระดมทุนเพื่อนำเงินไปใช้ขยายธุรกิจให้เติบโต
ปัจจุบันมีบริษัทที่อยู่ระหว่างการเตรียมยื่นไฟลิ่ง กับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แล้วทั้งหมด 7 แห่ง ส่วนอีก 15 บริษัทได้แสดงความสนใจจะเข้า mai โดยส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรม กลุ่มบริการ กลุ่มพลังงาน และที่สำคัญเริ่มมีบริษัทต่างจังหวัดโซนภาคเหนือเข้ามาระดมทุน เช่น ธุรกิจค้าปลีกใน จ.เชียงราย และที่เชียงใหม่อีก 3 แห่ง
“ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อาจปรับอัตราดอกเบี้ยลงเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ก็เชื่อว่าจะไม่มีผลกระทบต่อการเข้า mai เพราะปกติการเข้าตลาดหลักทรัพย์เป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการระดมทุนที่ต้องใช้เวลาเตรียมตัวในการปรับโครงสร้างองค์กรมานาน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในระยะสั้นไม่น่าจะมีผลต่อการดำเนินธุรกิจ หรือการระดมทุนแต่อย่างใด ดอกเบี้ยที่จะลดลงกลับช่วยลดต้นทุนให้กับ บจ.มากกว่า” ประพันธ์ กล่าว
นอกจากนั้น ในปี 2558 mai จะร่วมมือกับพันธมิตรกลุ่มวิจัยหรือด้านนวัตกรรมต่างๆ เพิ่มขึ้น หลังลงนามบันทึกความร่วมมือ (เอ็มโอยู) กับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยจะขยายพันธมิตรไปยังศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) และซอฟต์แวร์ปาร์คเพิ่ม เพื่อที่จะให้ บจ.ไปเยี่ยมชมหาข้อมูลวิจัยหรือผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อช่วยเพิ่มมูลค่าใน บจ. เนื่องจากการเข้าไปดูผลวิจัยและนำมาต่อยอดกับธุรกิจหน่วยงานเหล่านี้เป็นเรื่องที่ยาก แต่หากติดต่อระหว่างองค์กรด้วยกันย่อมได้รับความร่วมมือที่ดี โดยทั้งหมดนี้ถือเป็นการสอดรับกับนโยบายของรัฐบาลที่จะเน้นให้ปีหน้าเป็นปีแห่งนโยบายบริหารเศรษฐกิจแบบดิจิทัล พร้อมกับเตรียมหลักสูตรความพร้อมให้กับผู้บริหารบริษัทที่ต้องการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (IPO Academy) ตั้งแต่เรื่องพื้นฐานก่อนระดมทุนและหลังระดมทุน โดยมีระยะเวลาอบรมทั้งหมด 2-3 เดือน
ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ จะเพิ่มสัดส่วนนักลงทุนสถาบันทั้งในประเทศและต่างประเทศ จากปัจจุบันมีเพียง 4% และผู้ลงทุนรายบุคคลสูงถึง 96% ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจากับบริษัทหลักทรัพย์ต่างประเทศ 1 แห่ง ที่จะจัดเสนอข้อมูล (โรดโชว์) บริษัทใน mai ในประเทศไทย ให้นักลงทุนต่างประเทศโดยตรง ส่วนสถาบันในประเทศก็แนะนำให้เข้าไปลงทุนในช่วงที่บริษัทเพิ่มทุน
นอกจากนั้น สิ่งที่ต้องทำต่อเนื่องคือ ผู้ลงทุนได้พบผู้บริหาร ฝ่ายการเงิน และนักลงทุนสัมพันธ์แต่ละแห่งอย่างใกล้ชิด และการจัดสัมมนาต่างๆ ช่วยเพิ่มมูลค่าการซื้อขายหุ้นเห็นได้ชัดในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 ทำให้เป็นข้อตกลงว่าทุกวันที่ 1 ก.ค. ของทุกปี จะจัดงาน mai Forum ขึ้น และการขอความร่วมมือกับ บล.ต่อเนื่อง ที่ช่วยครอบคลุมเพิ่มบทวิจัยหุ้นใน mai โดยปีนี้เพิ่มเป็น 51 แห่ง จากเดิมมีเพียง 33 แห่ง และผลิตบทวิเคราะห์เพิ่มเป็น 210 บทวิเคราะห์ จากเดิม 135 บทวิเคราะห์
อย่างไรก็ดี นับตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค. จะเริ่มจัดกลุ่มอุตสาหกรรม 8 กลุ่ม เพื่อช่วยให้ผู้ลงทุนเปรียบเทียบข้อมูลในการประกอบการลงทุนได้ชัดเจนมากขึ้น หลังจากที่มีการซักซ้อมกับ บจ.มาแล้ว 1 ปี ขณะเดียวกันการเริ่มประกาศใช้มาตรการบังคับใช้กฎเกณฑ์สกัดหุ้นแสบ คาดว่าหุ้นใน mai จะมีโอกาสติดกลุ่มต้องซื้อขายด้วยเงินสด (แคชบาลานซ์) มากขึ้น เพราะเกณฑ์ดังกล่าวเปิดกว้างมากขึ้น จากเดิมที่กำหนดไว้ว่า บจ.ใน mai จะติดเกณฑ์แคชบาลานซ์ 5 บริษัทเท่านั้น และหุ้นใน mai มีพีอีเกิน 40 เท่า อยู่จำนวน 28 บริษัท มีบริษัทที่ขาดทุน 29 บริษัท ดึงพีอี mai ขึ้นสูงด้วย
อยากแนะนำนักลงทุนว่าควรศึกษาข้อมูลการลงทุนให้ดีเป็นรายบริษัท แต่การที่บริษัทมีพีอีสูง ไม่ได้หมายความว่าหุ้นตัวนั้นไม่น่าสนใจ เพราะหุ้นบางรายก็มีเรื่องราวหรือพัฒนาการของการดำเนินธุรกิจจริง และสามารถเป็นหุ้นที่กลับมาทำกำไรเติบโตสูง (เทิร์น อะราวด์) ได้ด้วยเช่นกัน







