
กองบุคคลเจาะลูกค้าแบงก์แม่
กองทุนส่วนบุคคล บลจ.ไทยพาณิชย์ ปีนี้ไม่เน้นโต เล็งเจาะกลุ่มลูกค้าธนาคาร
กองทุนส่วนบุคคล บลจ.ไทยพาณิชย์ ปีนี้ไม่เน้นโต เล็งเจาะกลุ่มลูกค้าธนาคาร
นายพจน์ หะริณสุต รองกรรมการผู้อำนวยการ ฝ่ายธุรกิจลูกค้าบุคคลและสถาบัน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า แผนงานธุรกิจกองทุนส่วนบุคคลในปี 2558 บริษัทไม่ได้เน้นการเพิ่มขนาดสินทรัพย์มากนัก เนื่องจากในปี 2557 สามารถขยายสินทรัพย์เติบโต 25% แตะ 1.05 แสนล้านบาท จากสิ้นปี 2556 อยู่ที่ 8.4 หมื่นล้านบาท ดังนั้นในปี 2558 จึงมีเป้าหมายเพิ่มสินทรัพย์อย่างน้อย 5,000 ล้านบาท หรือเป็นไปได้แตะ 1.20 แสนล้านบาท
“ปีที่ผ่านมาเราได้ลูกค้ากลุ่มมหาวิทยาลัยค่อนข้างมาก ทำให้เรามีมาร์เก็ตแชร์สูงสุดในตลาดนี้ โดยมีลูกค้ามหาวิทยาลัยประมาณ 10 แห่ง รวมทั้งมีลูกค้าที่มีเงินลงทุนขนาดใหญ่ เช่น บริษัทประกันและสถาบันการเงินด้วยเช่นกัน” นายพจน์ กล่าว
ทั้งนี้ ปี 2558 ตั้งเป้ารักษาฐานลูกค้าเดิมและขยายฐานลูกค้าใหม่ โดยเฉพาะลูกค้าบุคคลให้มากขึ้น เพื่อเพิ่มสัดส่วนมูลค่าสินทรัพย์ของนักลงทุนบุคคลเป็น 20% จากปัจจุบันมี 10% และ 90% เป็นนักลงทุนสถาบัน โดยมีแผนเข้าถึงกลุ่มลูกค้าของธนาคารไทยพาณิชย์มากขึ้น เช่น กลุ่มลูกค้า SCB FIRST Privilege Banking ที่มีเงินฝาก เงินลงทุนและประกันตั้งแต่ 10-49 ล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทได้เสริมทีมงานประมาณ 10-20 คน เพื่อให้บริการและให้คำแนะนำการลงทุนกับลูกค้ากลุ่มนี้ รวมถึงลูกค้าไพรเวทแบงก์ที่มีเงินลงทุนรวม 50 ล้านบาทขึ้นไป
นายพจน์ กล่าวว่า ปัจจุบันลูกค้าธนาคารในกลุ่ม SCB FIRST Privilege Banking ส่วนใหญ่ลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงน้อย โดยเฉพาะกองทุนรวมตราสารหนี้ และกองทุนรวมตลาดเงินใน รวมถึงการฝากเงิน ขณะที่กองทุนรวมหุ้นและกองทุนต่างประเทศมีสัดส่วนการลงทุนค่อนข้างน้อย บริษัทจึงมองเห็นการสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับลูกค้าโดยเฉพาะการให้ความรู้เกี่ยวกับการลงทุนและการจัดสรรเงินลงทุนที่ดีเพื่อผลตอบแทนในอนาคต
“ปี 2558 แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น หากนักลงทุนที่ลงทุนอยู่ในตราสารหนี้จะได้ผลกระทบจากราคาตราสารที่ปรับตัวลดลง ขณะเดียวกันกองทุนเทอมฟันด์ที่ลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศก็หาของลงทุนยาก และผลตอบแทนน่าจะลดลง ขณะที่กองทุนมันนี่มาร์เก็ตผลตอบแทนก็ลดลง ดังนั้นหากสามารถดึงลูกค้าให้แบ่งเงินมาลงทุนในหุ้นได้สัก 50% ก็ถือว่าดีมาก ขณะเดียวกันกองทุนหุ้นของบริษัทในปีนี้ให้ผลตอบแทนดีขึ้นหลายกองทุน จึงเป็นทางเลือกให้แก่ลูกค้าได้” นายพจน์ กล่าว
สำหรับแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปี 2558 หากเติบโตได้ในระดับ 4% ตามคาดน่าจะส่งผลดีต่อกำไรบริษัทจดทะเบียน ขณะเดียวกันหุ้นไทยเมื่อเทียบกับหุ้นในภูมิภาคจะพบว่านักลงทุนต่างชาติขายสุทธิไปค่อนข้างมาก ทำให้มองว่ามีโอกาสที่นักลงทุนต่างชาติจะกลับเข้ามาลงทุนหุ้นไทยเพิ่ม โดยมองดัชนีหุ้นไทยในปี 2558 ที่ 1,650-1,700 จุด โดยหุ้นในกลุ่มที่น่าสนใจ ได้แก่ กลุ่มธนาคารและกลุ่มก่อสร้าง เป็นต้น







