
ปี'58รถหรูโตไม่หวือหวา 'เบนซ์'มุ่งพัฒนาไฮบริด
&O5532;เมอร์เซเดส-เบนซ์ ชี้ปี 2558 เศรษฐกิจและตลาดรถพรีเมียมโตไม่หวือหวามุ่งสู่ไฮบริดตามภาษีใหม่
&O5532;เมอร์เซเดส-เบนซ์ ชี้ปี 2558 เศรษฐกิจและตลาดรถพรีเมียมโตไม่หวือหวามุ่งสู่ไฮบริดตามภาษีใหม่
นายไมเคิล เกรเว่ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจในปี 2558 มีผลต่อกลุ่มนักธุรกิจซึ่งเป็นลูกค้าส่วนใหญ่ โดยมองว่าจะมีอัตราเติบโตในทางที่ดีกว่าปี 2557 แต่คงไม่หวือหวาแบบก้าวกระโดดเช่นเดียวกับตลาดรถยนต์พรีเมียม
สำหรับในปี 2557 ตลาดรถยนต์พรีเมียมจะมียอดขายรวมอยู่ที่ 2 หมื่นคัน เติบโตขึ้น 10% จากปี 2556 ที่มียอดขายรวม 1.8 หมื่นคัน โดยคาดว่าบริษัทจะรักษาส่วนแบ่งตลาดในระดับ 50% ไว้ได้ในฐานะผู้นำตลาดตลอดระยะเวลา 13 ปีที่ผ่านมา
ขณะที่พฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบันให้ความสำคัญในด้านการบริการหลังการขายมากกว่าผลิตภัณฑ์ ซึ่งบริษัทจะให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว โดยมีการพัฒนาเทคโนโลยีและบุคลากรในศูนย์บริการ 31 แห่งทั่วประเทศ รองรับเทคโนโลยีใหม่เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นผู้บริโภคและเติบโตอย่างยั่งยืน
“กลยุทธ์หลักในปี 2558 คือ ตอบสนองความต้องการลูกค้าได้ตรงตามความต้องการทุกรุ่น อีกทั้งการทำตลาดด้วยเทคโนโลยีไฮบริดที่บริษัทมีจุดเด่นคือเครื่องยนต์ดีเซลทำงานร่วมกับไฮบริดหลังจากนี้ไป” นายไมเคิล กล่าว
ทั้งนี้ กลยุทธ์ดังกล่าวมาจากทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์โลกที่มุ่งเน้นการหาพลังงานทดแทนอย่างพลังงานไฟฟ้า จึงเป็นสาเหตุในการนำรถยนต์ไฮบริดมาเป็นรถธงหลักในการทำตลาดโดยมีความเป็นไปได้ที่จะไปสู่ระบบไฟฟ้า
ขณะที่การปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ในปี 2559 รัฐบาลได้มีความชัดเจนในการกำหนดทิศทางเทคโนโลยีว่าจะไปในทิศทางใด ซึ่งบริษัทจะต้องตอบสนองนโยบายดังกล่าวให้สอดคล้องในทุกด้านเป็นอันดับแรก ขณะที่ไฮบริดได้รับสิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีจึงมีราคาเหมาะสมและสามารถแข่งขันได้







