posttoday
มิตซูบิชิปลุกจิตสำนึกรักบ้าน

มิตซูบิชิปลุกจิตสำนึกรักบ้าน

03 มกราคม 2558

เข้าสู่ครั้งที่ 6 แล้วสำหรับโครงการอาสาพัฒนาโรงเรียนบ้านเกิด ซึ่งเป็น 1 ใน 4 กิจกรรมเพื่อสังคม

เข้าสู่ครั้งที่ 6 แล้วสำหรับโครงการอาสาพัฒนาโรงเรียนบ้านเกิด ซึ่งเป็น 1 ใน 4 กิจกรรมเพื่อสังคมหลักๆ ของบริษัท มิตซูบิชิ เอลเลเวเตอร์ (ประเทศไทย) ผู้แทนจำหน่าย ติดตั้งและให้บริการลิฟต์ บันไดเลื่อนและทางลาดเลื่อน ภายใต้แบรนด์ มิตซูบิชิ เอลเลเวเตอร์ โดยเมื่อเร็วๆ นี้ได้ส่งมอบโรงอาหารใหม่ในโครงการอาสาฯ ให้แก่โรงเรียนบ้านท่าสีไค ต.ดงบัง อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ ท่ามกลางรอยยิ้มและความสุขของเด็กๆ ครูและผู้ปกครองที่มารอรับมอบ

ทัตสึโอะ มัตสึโอกะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิตซูบิชิ เอลเลเวเตอร์ฯ เล่าถึงที่มาของโครงการนี้ว่า เกิดจากบริษัทได้ตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการทำธุรกิจมานาน และวิสัยทัศน์นี้ได้แผ่ขยายไปสู่พนักงาน จึงเป็นที่มาของโครงการอาสาพัฒนาบ้านเกิดเพื่อมุ่งส่งเสริมและสร้างจิตสำนึกให้กับพนักงานได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนและสำนึกรักโรงเรียนที่เคยศึกษา อีกทั้งยังเป็นการเปิดโอกาสให้พนักงานคนอื่นๆ ได้มาร่วมแรงร่วมใจก่อให้เกิดความสามัคคีและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวในบริษัทด้วย

“ทุกปีบริษัทจะให้พนักงานส่งโครงงานเพื่อพัฒนาโรงเรียนบ้านเกิดของตัวเองในชนบท ใครต้องการพัฒนาโรงเรียนบ้านเกิดก็ให้เขียนโครงงานเสนอบริษัทเพื่อพิจารณา ถ้าโครงงานที่ได้รับการพิจารณาคัดเลือก นอกจากบริษัทจะสนับสนุนด้านเงินทุนเป็นหลักแล้ว ยังให้พนักงานได้มีส่วนร่วมด้วยการร่วมสมทบทุนด้วย ซึ่งบริษัทจะออกทุนทั้งหมดก็ทำได้ แต่เราต้องการให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมในการทำประโยชน์ให้แก่สังคมอย่างแท้จริง และในปีนี้โครงการสร้างโรงอาหารใหม่โรงเรียนบ้านท่าสีไค ซึ่งเสนอโดย วิเชษฐ์ จุมพล พนักงานบริษัทและเป็นศิษย์เก่าได้รับการพิจารณา เราจึงได้ร่วมกับคณะสถาปัตย์ จุฬาฯ โดยนิสิตสถาปัตย์เป็นผู้ออกแบบโรงอาหารได้อย่างดี”

มิตซูบิชิปลุกจิตสำนึกรักบ้าน

 

วิเชษฐ์ จุมพล  ผู้เขียนโครงการสร้างโรงอาหาร กล่าวว่า รู้สึกดีใจมากที่โครงการของเขาได้รับการคัดเลือก จนทำให้เด็กได้โรงอาหารใหม่ที่แข็งแรงคงทนกว่าอาคารเก่า ที่อาศัยอาคารอเนกประสงค์เป็นโรงอาหารชั่วคราว นอกจากได้โรงอาหารแล้วบริษัทยังได้ปรับปรุงสนามเด็ก ซ่อมของเล่นให้กลับมาอยู่ในสภาพดี รวมถึงได้ปลูกต้นไม้เป็นอนุสรณ์ร่วมกันด้วย

“ตอนแรกไม่คิดว่าจะได้หรอกครับ เพราะในบริษัทก็มีพนักงานหลายคนเขียนโครงการส่งเหมือนกัน ผมต้องทำการบ้านอย่างหนัก ขึ้น-ลงกรุงเทพฯ บ่อยมาก และปรึกษากับครูที่โรงเรียนตลอด ขอบคุณทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยที่ช่วยผลักดันโครงการนี้จนเป็นผลสำเร็จ” 

 ขณะ สงคราม รัตนวรรณี ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่าสีไค บอกขอบคุณ บริษัท มิตซูบิชิ เอลเลเวเตอร์ฯ ที่นำโครงการอาสาพัฒนาโรงเรียนบ้านเกิด ที่มาลงที่โรงเรียนบ้านท่าสีไค ทำให้เด็กนักเรียนมีโรงอาหารพร้อมห้องครัวที่ได้มาตรฐาน ถูกสุขลักษณะ แข็งแรง และสามารถบรรจุคนได้ประมาณ 200 กว่าคน

“ต่อไปเด็กๆ จะได้รับความสะดวกสบายเวลารับประทานอาหาร เวลาฝนตกไม่ต้องกลัวเปียก เวลาอากาศร้อนก็ไม่ร้อนจัด เพราะยกโครงสูง อากาศถ่ายเทสะดวก และไม่ต้องแบ่งนักเรียนบางส่วนไปนั่งกินใต้ร่มไม้เหมือนเมื่อก่อน เพราะที่นั่งไม่พอ

มิตซูบิชิปลุกจิตสำนึกรักบ้าน

 

การสร้างโรงอาหารขึ้นมาให้ เท่ากับได้ส่งเสริมในเรื่องสุขภาพอนามัยของเด็กๆ สุขภาพดี ผมว่าเรื่องสุขภาพอนามัยสำคัญมาก ถ้าเด็กสุขภาพดี กินอิ่ม ก็จะส่งผลดีต่อเขาในด้านต่างๆ เช่น การเรียน ความเจริญเติบโต ความแข็งแรง”

กลุ่มนิสิตคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ นานาชาติ จุฬาฯ ผู้ออกแบบโรงอาหาร กล่าวว่า นอกจากออกแบบโรงอาหารแล้วยังได้ออกแบบทางเดิน (ข้างบนมุงหลังคาหลากสีเพื่อให้มีสีสัน) เชื่อมไปโรงอาหารด้วย “เพื่อที่เวลาน้องๆ เดินไปรับประทานอาหารหรือทำกิจกรรมต่างๆ ที่โรงอาหารไม่ต้องฝ่าแดดฝ่าฝน ข้างในทางเชื่อมด้านโรงอาหารทำเป็นบอร์ดเพื่อให้น้องๆ ได้นำผลงานมาสดงให้คนอื่นได้ชม ส่วนห้องครัวก็ได้ออกแบบเพื่อให้ใช้งานง่าย มีที่ล้างจานพร้อม

ดีใจมากที่ได้ร่วมโครงการกับมิตซูบิชิ เอลเลเวเตอร์ฯ ซึ่งก็เป็นโครงการที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ จับมือกับมิตซูบิชิ มาตลอด แม้ว่าเป็นกิจกรรมที่ทางมหาวิทยาลัยกำหนดให้นิสิตต้องทำ แต่พวกเราก็รู้สึกยินดีมากที่ได้มาสร้างความสุข รอยยิ้มให้กับน้องๆ ต้องขอบคุณมิตซูบิชิ เอลเลเวเตอร์ฯ และครูบาอาจารย์ทุกท่านที่ทำให้พวกเราได้ใช้ความสามารถจากที่เรียนมา สร้างสรรค์ผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อเด็กๆ โรงเรียน และชุมชน”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท