
สวัสดีปีใหม่... โอกาสลงทุนรอบใหม่
อัตราการเติบโตของทั้งผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือจีดีพี- และผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนจะเป็นแรงหนุนดัชนีหุ้นตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งหากเกิดการปรับฐานช่วงต้นปีจากแรงขายคืนกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) น่าจะถือเป็นโอกาสลงทุน เลือกหุ้นที่ให้อัตราผลตอบแทนปันผลสูง (High Dividend) เช่น บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ (INTUCH) บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) และบริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ (STPI)
อัตราการเติบโตของทั้งผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือจีดีพี- และผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนจะเป็นแรงหนุนดัชนีหุ้นตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งหากเกิดการปรับฐานช่วงต้นปีจากแรงขายคืนกองทุนรวม
หุ้นระยะยาว (LTF) น่าจะถือเป็นโอกาสลงทุน เลือกหุ้นที่ให้อัตราผลตอบแทนปันผลสูง (High Dividend) เช่น บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ (INTUCH) บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) และบริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ (STPI)
การเมืองปี 2558 จุดสนใจอยู่ที่การร่างรัฐธรรมนูญ จุดสนใจของประเด็นการเมืองในปี 2558 อยู่ที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยแบ่งเป็นส่วนของเนื้อหาและกรอบระยะเวลา ในส่วนของเนื้อหาหลักจะอยู่ในเรื่องของการปฎิรูปการเมือง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่มาของนายกรัฐมนตรี วิธีการเลือกตั้ง กรอบอำนาจของหน่วยงานต่างๆ เป็นต้น ซึ่งในส่วนนี้จะเป็นประเด็นร้อนเป็นช่วงๆ แต่ผลกระทบต่อดัชนีหุ้นอาจมีไม่มาก
ส่วนเรื่องของกรอบเวลา จุดสนใจมีอยู่ 2 จุด คือ จุดที่กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ จะต้องดำเนินการร่างรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน (กลางเดือน เม.ย. 2558) หากยกร่างไม่ทันกำหนด กรรมาธิการฯ ก็จะหมดสภาพลงและกลับไปเริ่มกระบวนการสรรหากรรมาธิการฯชุดใหม่ อีกจุดเวลาหนึ่งเป็นช่วงที่ สปช.จะลงมติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งน่าจะเป็นช่วงปลายเดือน ส.ค. หรือต้นเดือน ก.ย. 2558 โดยหากรับร่างก็จะนำขึ้นทูลเกล้าฯ แต่หากไม่รับ ทั้ง สปช.และร่างรัฐธรรมนูญก็ต้องสิ้นสุดไป กระทบต่อกำหนดการเลือกตั้ง
คาดจีดีพีปี 2558 เติบโต 3.5% ขึ้นดอกเบี้ยช่วงปีหลังฝ่ายวิจัยคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจในปี 2558 จะขยายตัว 3.5% ปัจจัยสนับสนุนมาจากการบริโภคครัวเรือน การใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐ ซึ่งจะช่วยสร้างบรรยากาศการลงทุนให้ภาคเอกชนได้ในระยะถัดไป ประมาณการดังกล่าวถือว่าใกล้เคียงกับ ธปท. ที่ได้ประเมินที่ 4%
ขณะที่แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เชื่อว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะยังตรึงอัตราดอกเบี้ย 2% ต่อไปในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2558 เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อที่ยังต่ำกว่าเป้าหมาย โดยคาดว่า กนง. จะพิจารณาอีกครั้งในช่วงครึ่งหลังของปี เมื่อโครงการลงทุนภาครัฐเริ่มเดินหน้าตามแผนความต้องการใช้เงินมากขึ้น ซึ่งน่าจะเป็นช่วงเดียวกับที่ทางฝั่งสหรัฐและอังกฤษจะเริ่มทยอยขึ้นดอกเบี้ย จึงจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดกั้นการไหลออกของเงินทุน
กำไรของ บจ.เติบโต 16.7% เป็นแรงหนุนหุ้นไทย ปี 2558 ฝ่ายวิจัย ASP ประเมินว่ากำไรของบริษัทจดทะเบียนจะอยู่ที่ระดับ 16.7% ซึ่งถือเป็นการเติบโตในอัตราที่สูง โดยอุตสาหกรรมที่คาดว่าน่าจะเติบโตได้โดดเด่น ได้แก่ ขนส่ง (240%) ประกันฯ (47%) ปิโตรเคมี (37%) ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (28%) สื่อ-บันเทิง (23%) ค้าปลีก-ส่ง (21%)
กลยุทธ์การลงทุน ยังแนะนำเป็น 3 แนวทาง คือ หุ้นที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมัน (RCL) หุ้นปันผลสูง-พี/อี ต่ำ (STPI, ADVANC, INTUCH) และหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ได้แก่ กลุ่มธนาคารพาณิชย์ ที่ได้ประโยชน์จาก CAPEX Cycle รอบใหญ่ (KBANK, KTB, TMB) หุ้นกลุ่มไอซีทีที่ได้ประโยชน์จากนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล (AIT, SAMTEL)ส่วนเป้าหมายดัชนีหุ้น ปี 2558 กำหนดที่พี/อี 16 เท่า หรือ 1,658 จุด ช่วงต้นปีระวังแรงขายจาก LTF สหรัฐที่ยุติมาตรการคิวอีและทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว น่าจะทำให้เงินลงทุนจากต่างชาติไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นไทยน้อยลง ส่วนการใช้คิวอีในญี่ปุ่นและยุโรปเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะภูมิภาคเท่านั้น ไม่น่าจะทำให้มีเม็ดเงินกระจายออกไปในต่างประเทศ นอกจากนี้ช่วงต้นปีมักจะเห็นการขายคืนหน่วยลงทุนใน LTF ที่ครบกำหนดอายุ 5 ปี ซึ่งในต้นปี 2558 คาดว่าจะอยู่ที่ 1.4 แสนล้านบาท องค์ประกอบดังกล่าวจะสร้างแรงกดดันต่อดัชนีหุ้นช่วงต้นปี
วิเคราะห์เทคนิครายสัปดาห์ (5-9 ม.ค.) หวังไว้ลึกๆ ว่าปีนี้น่าจะเป็นปีที่ดีของตลาดหุ้นอีกปี หลังจากปี 2557 ที่ผ่านมาตลาดหุ้นโลกส่วนใหญ่ให้ผลตอบแทนเป็นบวก โดยฝั่งเอเชียตลาดหุ้นจีนที่ให้ผลตอบแทนสูงสุด 50% ส่วนตลาดหุ้นสหรัฐผลตอบแทนดีสุดในภูมิภาคอเมริกา-ยุโรป ส่วนตลาดหุ้นไทยก็ยอดเยี่ยมมิใช่น้อย บวกไป 15% ดัชนีดาวโจนส์เกิดสัญญาณบวกจาก MACD ทำให้สัปดาห์นี้โอกาสขึ้นต่อเนื่อง ตลาดหุ้นญี่ปุ่นดูเหมือนจะให้ผลตอบแทนที่น้อยกว่าตลาดหุ้นจีนในปีที่ผ่านมา และน่าจะต่อเนื่องไปจนถึงปี 2558 ตั้งแต่เดือน พ.ค. กองทุนทองที่น่าสนใจสัปดาห์นี้เลือกกอง K-GOLD ขณะที่หุ้นต่างประเทศที่น่าสนใจ คือ หุ้น AIA GROUP และหุ้น FAST RETAILING ภาพดัชนีหุ้นรายสัปดาห์ ซึมออกข้างและมีโอกาสลงมาทดสอบแนวรับที่ 1,500 จุด หากหลุดมองแนวรับถัดไปที่ 1,487 จุด โดยหุ้นเด่นที่น่าซื้อ คือ AAV







