posttoday
นายกฯหลักทรัพย์ไทย เปิดแผนงานปี ’58

นายกฯหลักทรัพย์ไทย เปิดแผนงานปี ’58

02 มกราคม 2558

ธุรกิจหลักทรัพย์ตลอดปี 2557 นับว่ามีประเด็นใหม่ๆ เข้ามาให้คนในวงการได้ถกได้แก้อยู่ตลอด เริ่มตั้งแต่ต้นปี บริษัทหลักทรัพย์ (โบรกเกอร์) ต่างพูดถึงเรื่องผลของการเกิดโบรกเกอร์น้องใหม่ จนเกิดศึกชิงตัวเจ้าหน้าที่การตลาด (มาร์เก็ตติ้ง) จนฝุ่นตลบ

ธุรกิจหลักทรัพย์ตลอดปี 2557 นับว่ามีประเด็นใหม่ๆ เข้ามาให้คนในวงการได้ถกได้แก้อยู่ตลอด เริ่มตั้งแต่ต้นปี บริษัทหลักทรัพย์ (โบรกเกอร์) ต่างพูดถึงเรื่องผลของการเกิดโบรกเกอร์น้องใหม่ จนเกิด
ศึกชิงตัวเจ้าหน้าที่การตลาด (มาร์เก็ตติ้ง) จนฝุ่นตลบ

ควันยังไม่ทันจางหายเกิดกระแสเก็งกำไรหุ้นขนาดเล็กจนสร้างความกังวลให้กับคนในอุตสาหกรรม เป็นผลให้หน่วยงานกำกับต้องปรับปรุงมาตรการสกัดหุ้นเก็งกำไร จนเป็นที่มาการประกาศใช้มาตรการ Trading Alert ในแต่ละประเด็นที่นำมายกตัวอย่างนั้น เป็นต้องมี “ภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ” เข้าไปมีส่วนร่วมช่วยให้หาทางออกในฐานะนายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย (ASCO)

“ภัทธีรา” กล่าวถึงงานของสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทยตลอดปี 2557 ที่ผ่านมาว่า ในช่วงครึ่งแรกของปีใช้เวลาไปกับการจัดการบุคลากรในธุรกิจหลักทรัพย์ ซึ่งเป็นผลพวงจากการเปิดตัวของโบรกเกอร์น้องใหม่เข้ามาในช่วงจังหวะเวลาใกล้เคียงกัน จนก่อให้เกิดปัญหาขาดแคลนพนักงาน ทั้งในส่วนสนับสนุนงานหลังบ้าน (Back Office) และงานดูแลลูกค้า (Front)

ทางสมาคมได้เข้ามาช่วยแก้ปัญหาด้วยการจัดงาน “Career Opportunities in Securitues Industry โอกาสทางวิชาชีพในธุรกิจหลักทรัพย์” เพื่อเปิดรับสมัครและอบรมบุคลากรในวิชาชีพหลักทรัพย์ เพื่อให้อุตสาหกรรมเดินหน้าได้และไม่ให้เกิดแรงกดดันในธุรกิจ ให้มีคนตื่นตัวในอุตสาหกรรมพร้อมไปกับการพัฒนาพนักงานที่มีอยู่

แต่พอเข้าสู่ช่วงครึ่งหลังของปี 2557 สมาคมกลับต้องใช้เวลาไปกับการคิดหามาตรการสกัดการเก็งกำไรหุ้นขนาดเล็ก ซึ่งมีการซื้อขายร้อนแรงจนสร้างความกังวลให้กับผู้เกี่ยวข้อง

“ในประเด็นนี้มีการดีเบตอย่างมากเพื่อหามาตรการดูแลหุ้นเก็งกำไร เพื่อไม่ให้กระทบต่อบรรยากาศการลงทุน จนออกมาเป็นมาตรการ Trading Alert คาดว่าคงจะใช้มาตรการนี้ไปอีกนาน โดยจะใช้ตามดีกรีความร้อนแรงของการซื้อขาย ไม่ใช่อยู่ดีๆ จะไปเบรกให้เขาหยุดการซื้อขาย แต่เป็นการติดอาวุธให้กับตลาดจะได้มีมาตรการดูแลหุ้นร้อนแรงและหวังว่านักลงทุนรายย่อยจะไม่เข้าไปติดหุ้นเก็งกำไรเหล่านี้” นายกสมาคม กล่าว

ประเด็นเหล่านี้เป็นงานหลักที่ทางสมาคมได้ทุ่มเทตลอดปี 2557 และในปี 2558 นี่เอง ทางสมาคมตั้งเป้าหมายว่าน่าจะมีเวลามุ่งมั่นในการพัฒนาอุตสาหกรรมหลักทรัพย์ได้เป็นเนื้อเป็นหนังมากกว่าปีที่ผ่านมา โดยได้กำหนดขอบเขตของงานที่ต้องการจะผลักดัน เพื่อพัฒนาให้อุตสาหกรรมหลักทรัพย์เดินหน้าได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ซึ่งมีอยู่ 4 เรื่องด้วยกัน

1.สมาคมต้องการผลักดันให้บริษัทหลักทรัพย์ขยายขอบเขตการทำธุรกิจไปสู่ตลาดตราสารหนี้ให้เพิ่มมากกว่าในปัจจุบัน ซึ่งมุ่งเน้นแต่ธุรกิจหลักทรัพย์เพียงอย่างเดียว โดยต้องการให้โบรกเกอร์เข้าไปมีบทบาทช่วยพัฒนาในการออกหุ้นกู้ เจาะกลุ่มบริษัทกลางและขนาดเล็กหุ้นกู้ขนาด 500-2,000 ล้านบาท เพราะแม้ว่าทางธนาคารพาณิชย์จะเป็น
เจ้าตลาดครองตำแหน่งผู้ออกหุ้นกู้ให้กับบริษัทเอกชน แต่ส่วนใหญ่จะจับตลาดในส่วนของผู้ประกอบการขนาดใหญ่ จนไม่มีเวลาลงมาแตะหุ้นกู้เอกชนขนาดกลางและขนาดเล็ก ซึ่งทางสมาคม
เห็นว่าน่าจะเป็นกลุ่มลูกค้าที่ทางโบรกเกอร์น่าจะเข้าไปมีส่วนช่วยพัฒนา

นอกจากจะช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้มีช่องทางในการระดมทุนแล้ว ยังจะช่วยสร้างธุรกรรมให้กับบรรดาโบรกเกอร์อีกด้วย“ทางสมาคมเองได้ประสานงานให้ทางสมาคมตราสารหนี้ (ThaiBMA) เข้ามาช่วยสนับสนุนด้านข้อมูลและเราต้องสร้างรูปแบบเน็ตเวิร์กในการซื้อขาย หนุน Bond Desk ระดับโบรกเกอร์ให้เกิด สนับสนุนให้โบรกเกอร์เป็นที่ปรึกษาในการออกหุ้นกู้ให้กับบริษัทขนาดกลาง หลังจากนั้นต้องร่วมกันช่วยผลักดันการซื้อขายตลาดรองให้เกิด” นายกสมาคม กล่าว

“ภัทธีรา” กล่าวว่า เราต้องหาอะไรใหม่ๆ เพิ่มเติมให้กับธุรกิจหลักทรัพย์ โบรกเกอร์ที่มีความพร้อมจะสามารถทำธุรกิจได้มากขึ้นและจะมุ่งไปในเส้นทางที่ถนัดตามความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกันออกไป ภาพของธุรกิจหลักทรัพย์จะเริ่มเปลี่ยนไป โบรกเกอร์บางแห่งจะเป็นเวลธ์ บางแห่งเป็นออนไลน์มีโปรแกรมเทรดให้บริการลูกค้าอย่างครบครัน ดังนั้นโบรกเกอร์รายใหม่ที่จะเข้ามาบุกเบิกทำธุรกิจหลักทรัพย์จะต้องคิดให้ดี ต้องมีจุดขายของตัวเอง ไม่เช่นนั้นจะทำธุรกิจได้ยาก พอขายของไม่ได้ก็หันกลับไปใช้กลยุทธ์ลดราคา ซึ่งมองว่าไม่ใช่แนวทางที่จะพัฒนาอุตสาหกรรม

2.สมาคมจะว่าจ้างอาจารย์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้เข้ามาศึกษาถึงระดับต้นทุนของโบรกเกอร์อีกครั้ง และจะประกาศอัตราคอมมิชชั่นแนะนำใหม่ เพื่อให้คนในอุตสาหกรรมได้ตระหนักถึงต้นทุนในการทำธุรกิจ สืบเนื่องมาจากผลจากการแข่งขันทางด้านราคาซึ่งยังคงมีให้เห็นกันอยู่ จนทำให้ค่าคอมมิชชั่นโดยเฉลี่ยของธุรกิจหลักทรัพย์ลดลงเรื่อยๆ จนขณะนี้อยู่ในช่วง 0.14-0.15% จากก่อนหน้านี้ 0.18-0.19% แต่ก็ไม่ได้สร้างความกังวลให้กับสมาคมมากนัก เพราะมูลค่าการซื้อขายของตลาดหุ้นไทยก็ได้ปรับเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน แต่เกรงว่าในปี 2558 โบรกเกอร์จะแข่งขันด้านราคาจนลึมนึกถึงระดับต้นทุนของตัวเอง อาจก่อให้เกิดผลขาดทุนได้

“ต้นทุนทำธุรกิจของโบรกเกอร์ทุกวันนี้สูงขึ้น เพราะระยะ 2-3 ปีที่ผ่านมา โบรกเกอร์ลงทุนระบบไอทีใหม่ไปจำนวนมาก ท่ามกลางค่าแรงพนักงานก็สูงด้วย ทำให้สมาคมมีแนวคิดจะว่าจ้างสถาบันการศึกษาตัวกลางที่มีความน่าเชื่อถือเข้ามาศึกษาต้นทุนของอุตสาหกรรม และกำหนดอัตราคอมมิชชั่นแนะนำใหม่ให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น โบรกเกอร์จะได้รู้ว่าต้นทุนตัวเองอยู่ระดับไหน หากลดราคามากเกินระดับต้นทุนจะมีโอกาสขาดทุนสูง” ภัทธีรา กล่าว

3.ก้าวสู่ Digital Industry เพื่อให้สอดคล้องกับแผนการพัฒนาประเทศ ทางสมาคมได้เริ่มจัดตั้งคณะทำงานเพื่อมาศึกษาว่าธุรกิจหลักทรัพย์ในส่วนใดสามารถจัดให้เป็นดิจิทัลได้ เช่น การยืนยันข้อมูลการซื้อขายกับลูกค้า อาจจะปรับไปใช้ระบบดิจิทัลจากปัจจุบันนี้ใช้กระดาษ แต่ในบางส่วน อย่างเช่น ใบกำกับภาษี ตามกฎหมายต้องใช้กระดาษ แต่ขณะนี้ทางสมาคมอยู่ระหว่างขออนุญาตจากกรมสรรพากรจะใช้ผ่านดิจิทัลแทน หากทางกรมสรรพากรอนุญาตจะทำให้ลูกค้ามีทางเลือก

4.การเตรียมตัวให้พร้อมเปิดรับกับการเปิดเสรีอาเซียน ขณะนี้ทุกคนมุ่งการทำธุรกิจไปยังกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง (GMS) ในส่วนของอุตสาหกรรมหลักทรัพย์เอง จะต้องตอบโจทย์ GMS อย่างไร และขณะนี้เริ่มเห็นโบรกเกอร์ไทยบางแห่งเริ่มเข้าไปหาโอกาสทางธุรกิจในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านเหล่านี้บ้างแล้ว ทุกคนต่างเริ่มเข้าไปสำรวจมองหาความเป็นไปได้ทางธุรกิจ และมีโบรกเกอร์บางแห่งได้ขอความช่วยเหลือมายังทางสมาคมอยากให้ช่วยศึกษาต้นทุนในการทำธุรกิจต่างประเทศ ข้อมูลในการทำธุรกิจต่างประเทศนับเป็นเรื่องดีที่ทางโบรกเกอร์เริ่มมีการตื่นตัวในเรื่องนี้

มองว่าโบรกเกอร์เองต้องทำตัวเองให้พร้อมเพื่อให้เป็นศูนย์กลางการทำธุรกรรมใน GMS ดังนั้นคนของเราต้องมีคุณภาพเพื่อไปสู้กับ GMS และขั้นต่อไปคือระดับอาเซียน ที่จะต้องสู้กับมาเลเซียและสิงคโปร์

“เท่าที่เฝ้าดูพัฒนาการของโบรกเกอร์จะแบ่งออกเป็น 2 ทาง ทางแรก เป็นกลุ่มโบรกเกอร์สามารถโตในระดับสากลแข่งกันกับมาเลเซียและสิงคโปร์ และอีกกลุ่มจะเน้นไปทางกลุ่มประเทศ
ลุ่มน้ำโขงไปแบบลูกทุ่ง มีตลาดสำหรับทุกคน” นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย กล่าว

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะไปทางไหนขอย้ำให้โบรกเกอร์ไทยก้าวไปแบบมีความเป็นมืออาชีพ ขอให้เล่นตามกติกามารยาท เพราะธุรกิจในต่างประเทศนั้นจะต้องมีเครดิต

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ