
ปีทองตลาดหุ้น-อนุพันธ์
ปี 2557 นับเป็นปีที่ดีอีกปีหนึ่งของตลาดหุ้นไทย โดยเฉพาะตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ที่แจกกำไรให้แก่ผู้ลงทุนมากถึง 96.2% เมื่อเปรียบเทียบดัชนีหุ้นสิ้นปีที่ระดับ 700.05 จุด กับระดับ 356.80 จุด ณ สิ้นปี 2556 ขณะเดียวกันมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมหรือมาร์เก็ตแคปก็เพิ่มขึ้นถึง 115.98% เป็น 383,075.24 ล้านบาท
ปี 2557 นับเป็นปีที่ดีอีกปีหนึ่งของตลาดหุ้นไทย โดยเฉพาะตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ที่แจกกำไรให้แก่ผู้ลงทุนมากถึง 96.2% เมื่อเปรียบเทียบดัชนีหุ้นสิ้นปีที่ระดับ 700.05 จุด กับระดับ 356.80 จุด ณ สิ้นปี 2556 ขณะเดียวกันมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมหรือมาร์เก็ตแคปก็เพิ่มขึ้นถึง 115.98% เป็น 383,075.24 ล้านบาท
นักลงทุนให้ความสนใจเข้าลงทุนและเก็งกำไรในหุ้น mai มากอย่างชัดเจน ส่งผลให้มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันมากขึ้น 70.95% เป็น 3,861.68 ล้านบาท จนทำให้ตลาดแห่งนี้ซื้อขายด้วยสัดส่วนราคาต่อกำไรต่อหุ้น (พี/อี) สูงลิ่วกว่า 145.87% และกดดันให้อัตราผลตอบแทนปันผลลดลง 40.41% จากระดับ 1.46% เหลือ 0.87%
ขณะเดียวกัน ตลาดหลักทรัพย์ mai ที่คึกคักขึ้นก็ดึงดูดให้บริษัทเข้าจดทะเบียนใหม่ จำนวน 20 บริษัท ทำให้มีบริษัทจดทะเบียนรวม 111 แห่ง คิดเป็นมาร์เก็ตแคป 383,075.24 ล้านบาท เปรียบเทียบกับปี 2557 ที่มีบริษัทเข้าใหม่จำนวน 15 บริษัท เป็นทั้งหมด 95 แห่ง มาร์เก็ตแคป 177,364.99 ล้านบาท
ดัชนีหุ้น mai ที่ทะยานขึ้นแรง มาจากการซื้อสุทธิของนักลงทุนต่างประเทศ จำนวน 888.54 ล้านบาท พลิกจากปีก่อนที่ขายสุทธิ 790.88 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนรายย่อยยังคงซื้อสุทธิต่อเนื่องจาก
ปีก่อนจำนวน 1,372.37 ล้านบาท มาปี 2557 ซื้อสุทธิ 905.90 ล้านบาท ขณะที่พอร์ตบริษัทหลักทรัพย์มีการซื้อไม่มากนักเพียง 19.73 ล้านบาท พลิกจากปีก่อนขายออก 19.94 ล้านบาท ส่วนสถาบันในประเทศขายหนักถึง 1,814.17 ล้านบาท นับเป็นการขายติดต่อกันเป็นที่สองจากปีก่อนที่ 561.55 ล้านบาท
สำหรับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ก็โดดเด่นเช่นกัน ปี 2557 ให้ผลตอบแทนแก่ผู้ลงทุนถึง 15.32% เมื่อเปรียบเทียบดัชนีหุ้นสิ้นปีปิดที่ระดับ 1,497.67 จุด แม้ว่าระหว่างปีจะขึ้นไปทดสอบระดับ 1,600 จุดตั้งหลายครั้งก็ตาม แต่ระหว่างปีลงไปต่ำสุดที่ระดับ 1,224.62 จุด เมื่อวันที่ 3 ม.ค. 2557 ซื้อขายด้วยพี/อี เฉลี่ย 17.81 เท่า อัตราผลตอบแทนเงินปันผล 2.94% เทียบกับปี 2556 ซื้อขายที่พี/อี 14.60 เท่า ผลตอบแทนเงินปันผล 3.24%
ทางด้านมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน ได้สร้างสถิติสูงสุดนับตั้งแต่ก่อตั้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อปี 2518 ด้วยจำนวน 102,662.94 ล้านบาท เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. 2557 แต่การซื้อขายเฉลี่ยทั้งปีกลับลดลง 13.45% เหลือเพียง 41,604.81 ล้านบาท เทียบกับมูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันที่ 48,070.25 ล้านบาทในปี 2556
ในปี 2557 SET มีหุ้นเข้าใหม่ 16 บริษัท มีบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด 502 แห่ง จากปี 2556 ที่มีบริษัทใหม่จำนวน 13 บริษัท บริษัทจดทะเบียนจำนวน 489 บริษัท ทำให้มีมาร์เก็ตแคปเพิ่มขึ้น 20.52% เป็น 13,856,283.31 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนต่างชาติยังคงขายสุทธิต่อเนื่อง 36,584 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่ถล่มขายรุนแรงกว่า 193,911 ล้านบาท รายย่อยก็ขายเช่นกัน 38,421 ล้านบาท พลิกจากปี 2556 ที่ซื้อไว้ 87,470 ล้านบาท เช่นเดียวกับพอร์ตบริษัทหลักทรัพย์ที่ขายออก 1,722 ล้านบาท กลับมาซื้อสุทธิในปีนี้ 3,581 ล้านบาท สถาบันไทยซื้อ
หนักมือถึง 71,423 ล้านบาท จากที่เคยเก็บไว้มากถึง 108,163 ล้านบาทในปี 2556
ตลาดหุ้นที่สดใสส่งผลให้นักลงทุนเปิดบัญชี 1,078,080 ราย เพิ่มขึ้น 11.15% เทียบกับปีก่อนที่เปิดใหม่ 969,913 ราย และลูกค้าที่มีการซื้อขายก็เพิ่มขึ้น 58.69% เป็นจำนวน 346,529 ราย จากจำนวน 218,373 รายในปีก่อน เช่นเดียวกับการซื้อขายผ่านอินเทอร์เน็ตก็มีลูกค้ามาเปิดบัญชี 779,318 ราย จากจำนวน 604,434 รายในปีก่อน และบัญชีมีการเคลื่อนไหวซื้อขายเพิ่มขึ้น 76.46% จากระดับเพียง
139,559 ราย เป็น 246,259 ราย ส่งผลให้มูลค่าการซื้อขายผ่านอินเทอร์เน็ตเกินกว่า 1,105,352 ล้านบาท กระโดดขึ้นมา 283% จากระดับ 288,571 ล้านบาท ทำให้สัดส่วนการซื้อขายผ่านช่องทางนี้
คิดเป็น 44.87% ของมูลค่าการซื้อขายรวม เปรียบเทียบกับปี 2556 ที่มีสัดส่วนแค่ 28.03% เท่านั้นเอง
หุ้นที่คึกคักส่งผลต่อเนื่องถึงการซื้อขายในตลาดอนุพันธ์ที่ใช้หลักทรัพย์เป็นสินค้าอ้างอิง ซึ่งเป็นสินค้าหลักของตลาดแห่งนี้ ทำให้ปริมาณการซื้อขายรวมทั้งตลาดเพิ่มขึ้น 116% เป็น 36,021,150 สัญญา คิดเป็นเฉลี่ยต่อวัน 147,025 สัญญา หลังจาก SET50 Index Futures ซื้อขาย 14,403,574 สัญญา เพิ่มขึ้น 153% และ Singel Stock Future ก็เพิ่มขึ้น 133% เป็น 19,624,561 สัญญา รวมถึงทิศทางการแข็งค่าของเงินเหรียญสหรัฐที่ชัดเจนก็จูงใจให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนผ่านตลาดอนุพันธ์ ทำให้ปริมาณการซื้อขายของ USD Futures เพิ่มขึ้น 29% เป็น 309,926 สัญญา
ขณะที่ราคาทองคำและราคาน้ำมันที่ลดฮวบ ก็ทำให้ปริมาณการซื้อขายใน Gold Futures และ Silver Futures ลดลง 30% เหลือ 151,704 สัญญา รวมถึง Energy Futures ก็ลดลง 30% เช่นกัน เหลือ 32,530 สัญญา
การซื้อขายออปชั่น (Options) ก็ได้รับความสนใจมากขึ้น ทั้งด้าน Put ซื้อขายเพิ่มขึ้น 119% เป็น 57,756 สัญญา และด้าน Call เพิ่มขึ้น 31% เป็น 51,099 สัญญา
สำหรับการลงทุนในปี 2558 คาดว่าความผันผวนที่สูงขึ้นจะเป็นโอกาสให้นักลงทุนทำกำไรทั้งขาขึ้นและขาลงในตลาดหุ้นและตลาดอนุพันธ์ สำหรับนักลงทุนที่ทำการบ้านและค้นคว้าหาข้อมูลครบถ้วนเพื่อให้เคลื่อนไหวเม็ดเงินตามสถานการณ์ให้ทัน...







