
ปปช.ตั้งทีมสอบปตท.ทุจริตปาล์มอินโดฯ
ป.ป.ช.เตรียมสอบ ปตท.ลงทุนปาล์มน้ำมันอินโดฯ พบมีพิรุธ ดันตั้งคณะไต่สวนต้นเดือน ม.ค.นี้
ป.ป.ช.เตรียมสอบ ปตท.ลงทุนปาล์มน้ำมันอินโดฯ พบมีพิรุธ ดันตั้งคณะไต่สวนต้นเดือน ม.ค.นี้
นายวิชา มหาคุณ กรรมการและโฆษกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า เรื่องสำคัญที่ ป.ป.ช.จะดำเนินการไต่สวนในปี 2558 คือ กรณีการทุจริตโครงการปลูกปาล์มน้ำมันในประเทศอินโดนีเซียของบริษัทลูกในเครือบริษัท ปตท. ที่มีการร้องเรียนเข้ามาให้ ป.ป.ช.ไต่สวน ซึ่ง ป.ป.ช.ได้รับเรื่องดังกล่าวมาไต่สวนแล้ว ขณะนี้เรื่องอยู่ในความรับผิดชอบของ พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง กรรมการ ป.ป.ช. โดยความคืบหน้าจะออกมาในช่วงต้นปีหน้า
สำหรับโครงการดังกล่าวเป็นโครงการลงทุนปลูกปาล์มและผลิตน้ำมันปาล์มดิบในประเทศอินโดนีเซีย ของบริษัทในเครือ ปตท. วงเงินกว่า 1 หมื่นล้านบาท เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงปี 2550 โดยมีผู้ร้องเรียน ป.ป.ช. ว่า มีการทุจริตเกี่ยวกับการซื้อขายที่ดินเนื้อที่ประมาณ 5 แสนเฮกตาร์ ว่ามีมูลค่าแพงเกินจริง และความไร้ประสิทธิภาพของโครงการ ซึ่งถือเป็นกรณีทุจริตข้ามชาติและใช้เงินจำนวนมหาศาลในการดำเนินการ
นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. กล่าวถึงกรณีบริษัท ปตท.กรีนเอนเนอยี (PTTGE) ที่จะเข้าไปลงทุนในธุรกิจสวนปาล์มและผลิตน้ำมันปาล์มดิบในอินโดนีเซีย ว่า ปตท.มีแผนจะขายธุรกิจสวนปาล์มและผลิตน้ำมันปาล์มในอินโดนีเซียออกไป โดยจะนำเรื่องเข้าสู่คณะกรรมการบริษัท เพื่อพิจารณาและอนุมัติ แม้ว่าธุรกิจดังกล่าวจะเป็นธุรกิจที่ดี แต่ไม่เหมาะกับธุรกิจ ปตท.ที่เน้นการลงทุนปิโตรเลียม ปิโตรเคมี รวมทั้งถ่านหิน
ทั้งนี้ ธุรกิจปาล์มน้ำมันและผลิตน้ำมันปาล์มดิบในอินโดนีเซียของ PTTGE มีเป้าหมายในการปลูกปาล์มในอินโดนีเซียมากถึง 3.1 ล้านไร่ หรือ 5 แสนเฮกตาร์ โดยที่ดินมีการใช้เงินไปลงทุนถึง 200 ล้านเหรียญสหรัฐ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณา ป.ป.ช. และก่อนหน้าผู้บริหารบริษัท ปตท.ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนเรื่องดังกล่าว และตั้งคณะกรรมการ
สอบวินัยด้วย
อย่างไรก็ตาม กระทั่งเมื่อวันที่15 ธ.ค. 2557 นายไพรินทร์ได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่า คณะกรรมการบริษัท ปตท. มีมติอนุมัติให้บริษัท Kalimantan Thailand Palm PTE. LTD. (KTP) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ PTTGE ที่บริษัท ปตท. ถือหุ้นในสัดส่วน 100% จำหน่ายเงินลงทุนทั้งหมด 95% ของหุ้นที่จำหน่ายแล้วในบริษัทย่อย PT Mitra Aneka Rezeki (PT. MAR) ให้แก่บริษัท PJM โดยบริษัท PT.MAR เป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจปลูกปาล์มน้ำมันและผลิตน้ำมันปาล์มในอินโดนีเซีย
ขณะที่ พล.ต.อ.สถาพร กล่าวว่า แม้ ปตท.จะตัดขายบริษัทลูกที่ไปกว้านซื้อที่ดินเพื่อปลูกปาล์มในอินโดนีเซียก็ไม่มีผลใดๆ กับคดี ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ป.ป.ช.ก็ต้องสอบสวนเรื่องนี้ต่อ ไม่มีการยุติอย่างแน่นอน







