
‘ไอพีโอปี2558ยังดี’
หลายปีที่ผ่านมาหุ้นที่เสนอขายให้ประชาชนเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) ถือว่าได้รับความสนใจจากนักลงทุนไทยอย่างต่อเนื่อง เพราะดัชนีหุ้นไทยอยู่ในช่วงขาขึ้น โดยปี 2557 ไอพีโอหลายตัวร้อนแรงตั้งแต่วันที่เข้าซื้อขายวันแรก โดยเฉพาะในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) จนตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องออกมาตรการดับหุ้นร้อนและจะเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค. 2558 นี้
หลายปีที่ผ่านมาหุ้นที่เสนอขายให้ประชาชนเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) ถือว่าได้รับความสนใจจากนักลงทุนไทยอย่างต่อเนื่อง เพราะดัชนีหุ้นไทยอยู่ในช่วงขาขึ้น โดยปี 2557 ไอพีโอหลายตัวร้อนแรงตั้งแต่วันที่เข้าซื้อขายวันแรก โดยเฉพาะในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) จนตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องออกมาตรการดับหุ้นร้อนและจะเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค. 2558 นี้
ขณะที่หุ้นไอพีโอที่จดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ปีที่ผ่านมาก็ล้วนเป็นบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่เป็นธุรกิจที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จัก
ไอพีโอไต่ระดับสากล
“ชนิตร ชาญชัยณรงค์” รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน ตลท. เปิดเผยว่า ปี 2558 หุ้นไอพีโอภายในประเทศจะยังได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนต่อเนื่องจากปี 2557 เพราะยังมีบริษัทที่ต้องการนำหุ้นเข้าจดทะเบียน โดยปัจจุบันมีบริษัทที่อยู่ในกระบวนการพิจารณาทั้งหมด 25 แห่ง โดยหนึ่งในนั้นเป็นการเสนอขายกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) และกองทุนโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมด 7 แห่ง ขณะที่ ตลท.ตั้งเป้าหมายเพิ่มมาร์เก็ตแคปจากหุ้นเข้าใหม่ทั้งใน SET และเอ็ม เอ ไอ รวม 2.5 แสนล้านบาท จากปีนี้มีมาร์เก็ตแคปหุ้นเข้าใหม่ปีนี้ประมาณ 3.5 แสนล้านบาท
ทั้งนี้ คาดว่าจะมีบริษัทที่จะยื่นคำเสนอรายการ (ไฟลิ่ง) ช่วงไตรมาส 2-3 และจะเริ่มเห็นไอพีโอทยอยซื้อขายในไตรมาส 3-4 อีกมากกว่า 20 บริษัท เนื่องจากปัจจุบันขั้นตอนการพิจารณาเสนอขายไอพีโอใช้เวลายื่นไฟลิ่งและสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อนุมัติน้อยลง
นอกจากนั้น ปี 2558 ยังเป็นจุดเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงหุ้นไอพีโออีก 2 ด้านคือ เริ่มมีความเป็นระดับสากล กับยกระดับเป็นภูมิภาคมากขึ้น ความเป็นสากลนั่นจะเห็นได้จากที่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เอ็มเอฟซี ได้ประกาศออกมาแล้วว่าจะนำสินทรัพย์ในประเทศอังกฤษมาเป็น REIT
ส่วนความเป็นระดับภูมิภาค หมายถึงการที่จะมีบริษัทหรือหุ้นในต่างประเทศจะเข้ามาจดทะเบียนซื้อขายตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่ว่าจะด้วยเกณฑ์ใดเกณฑ์หนึ่ง ตั้งแต่เกณฑ์บริษัทต่างประเทศเข้ามาจดทะเบียนโดยตรง (Primary Listing) การให้บริษัทเข้าจดทะเบียนพร้อมกันทั้งสองตลาดหุ้น (Dual Offering) หรือบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ต่างประเทศเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทยเป็นแห่งที่สอง (Secondary Listing)
กรณีตัวอย่างที่บริษัท ผลิตไฟฟ้าลาว (EDL-GEN) หรือกระทรวงการเงินของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวได้ออกพันธบัตรและหุ้นกู้ในรูปสกุลเงินบาท แต่การเข้าสู่ระดับภูมิภาคนี้ คาดต้องใช้ระยะเวลา 1-2 ปีกว่าจะเกิดหรือเป็นที่รู้จักกันอย่างทั่วไป ตอนนี้ก็ต้องให้ที่ปรึกษาทางการเงินทำการบ้าน ทำความเข้าใจ
หุ้นไอพีโอลดราคา
“สมภพ ศักดิ์พันธ์พนม” ประธานเจ้าหน้าที่บริษัท แอสเซท โปรแมเนจเม้นท์ (APM) ประเมินว่า หุ้นไอพีโอปี 2558 การกำหนดราคาเสนอขายหุ้นครั้งแรกมีความสำคัญอย่างมาก ทางที่ปรึกษาการเงินและแกนนำในการจัดจำหน่ายหุ้นควรตั้งราคาแบบระมัดระวัง และควรให้ส่วนลด (ดิสเคาต์) เพิ่มขึ้นจากปี 2557 หรือน่าจะอยู่ในช่วง 15-20% จากปีนี้จะอยู่ในช่วง 10-15% เนื่องจากมองว่าภาวะตลาดหุ้นมีความไม่แน่นอนมากขึ้นแต่ก็อยู่ในระดับที่รับได้และเหมาะสมกับภาวะตลาดหุ้น โดยไม่จำเป็นต้องระดมทุนเพื่อให้ได้เม็ดเงินที่สูงเฉพาะช่วงไอพีโอ
APM ตั้งเป้าไอพีโอประมาณ 10 บริษัท แบ่งเป็น 3 บริษัทจะเป็นธุรกรรมที่ค้างจากปีนี้ และยื่นไฟลิ่ง อีก 7 บริษัท มูลค่าการระดมทุนรวมกันประมาณ 1 หมื่นล้านบาท น่าจะทำสถิติสูงสุดของ APM เทียบกับปี 2557 มีหุ้นไอพีโอทั้งหมด 5 บริษัท มูลค่าการระดมทุนรวม 5,000-7,000 ล้านบาท
ขณะที่หุ้นไอพีโอปีหน้ามี 2 ปัจจัยคือ บริษัทจะไม่น่าห่วงถ้ามีงานที่รอรับรู้รายได้ (แบ็กล็อก) ปี 2558 ไว้เรียบร้อยแล้ว ประกอบกับการดำเนินธุรกิจจะออกไปในแนวที่เป็นแบบอนุรักษ์นิยมมากกว่าเน้นเติบโตอย่างรวดเร็ว
*ฟินันเซีย ไซรัส มองไอพีโอยังเป็นพระเอก
“สมภพ กีระสุนทรพงษ์” กรรมการผู้อำนวยการ บล. ฟินันเซีย ไซรัส กล่าวว่า ไอพีโอปี 2558 จะเติบโตต่อปี 2557 และน่าจะเห็นการทำสถิติใหม่อีก เพราะปัจจุบันมีบริษัทที่ยื่นไฟลิ่งและอยู่ระหว่างเตรียมจะยื่นกับ ก.ล.ต. อีกจำนวนมาก จึงมั่นใจว่าหุ้นไอพีโอยังเป็นพระเอกของตลาดหุ้นเช่นเดิม และปัจจุบันหลายบริษัทเห็นความสำคัญของตลาดทุนและเป็นฝ่ายเดินมาหาบริษัทที่ปรึกษาทางการเงินเพื่อให้อธิบายข้อดีหรือแนะนำวิธีการเข้าระดมทุนทั้ง SET และ mai ประกอบกับนักลงทุนส่วนใหญ่ก็อยากได้หุ้นไอพีโอ เพราะเชื่อว่าได้กำไรแน่
ราคาหุ้นไอพีโอปี 2557 ที่ปรับขึ้นร้อนแรงจนบางตัวชนเพดานราคา (ซิลลิ่ง) น่าจะมาจากการเก็งกำไรและอารมณ์ของนักลงทุนมากกว่า เพราะบางครั้งราคาไอพีโอก็ปรับขึ้นแรงสวนทิศทางตลาดหุ้น ดังนั้นจึงอยากเตือนนักลงทุนให้ลงทุนหุ้นไอพีโอด้วยความระมัดระวัง มีสติ เพราะหุ้นไอพีโอมีความผันผวนสูง การลงทุนจึงต้องพิจารณาจากปัจจัยพื้นฐานเป็นสำคัญ โดยไม่อยากให้มองว่าเป็นการตั้งราคาที่ผิด
*โบรกเกอร์นอกมองไอพีโอต้องจับจังหวะขายให้ดี
“รัฐชัย ธีระธนาวัฒน์” กรรมการผู้จัดการฝ่ายวาณิชธนกิจ บล.อาร์เอชบี โอเอสเค (ประเทศไทย) มองว่า ไอพีโอไม่ร้อนแรงเท่ากับปี 2557 เนื่องจากภาวะตลาดหุ้นปีนี้จะผันผวนกว่า และมีหลายปัจจัยที่มีผลต่อการเคลื่อนย้ายของเม็ดเงินไหลเข้าออกของต่างชาติ ดังนั้นบริษัทที่ปรึกษาทางการเงินและแกนนำในการจัดหน่ายและรับประกันการจำหน่ายต้องมีการตั้งราคาและจับจังหวะการเสนอขายไอพีโอให้ดี
ตอนนี้บริษัทมีลูกค้าไอพีโอประมาณ 10 แห่ง คาดว่าจะเสนอขายหุ้นปี 2558 ประมาณ 4 แห่ง แบ่งเป็น SET 3 แห่ง และเอ็ม เอ ไอ 1 แห่ง อยู่ในอุตสาหกรรมอุปกรณ์เกี่ยวกับระบบก๊าซธรรมชาติ ธุรกิจวัสดุก่อสร้าง ธุรกิจประกอบกิจการซูเปอร์มาร์เก็ต และบริษัท อมตะ วีเอ็น ขณะที่เหลืออยู่ระหว่างการเตรียมตัวและกำหนดว่าจะเข้า SET และเอ็ม เอ ไอ ภายในปี 2559 ประมาณ 4-5 แห่ง
“หุ้นไอพีโอจะดีต่อเนื่อง เพราะมีบริษัทอยากนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นมากขึ้น จากที่เห็นความสำเร็จบริษัทที่อยู่ในธุรกิจเดียวกันว่ามีการเติบโตมากขึ้นเพียงใด ประกอบกับการแข่งขันของธุรกิจที่สูงขึ้นจากที่ปลายปี 2558 จะเริ่มเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) รวมถึงเจ้าของบริษัทที่เป็นคนรุ่นใหม่มีแนวคิดต้องการขยายธุรกิจที่เปลี่ยนไปและอยากให้บริษัทเติบโตอย่างยั่งยืน” รัฐชัย กล่าว
ไอพีโอไปต่อ
“แมนพงศ์ เสนาณรงค์” กรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย มองภาพรวมตลาดไอพีโอปี 2558 น่าจะมีธุรกรรมทั้งหมด 30-40 แห่ง ซึ่งใกล้เคียงจากปีนี้ที่มี 40 แห่ง ขณะที่ของ บล.กสิกรไทยมีหุ้นไอพีโอประมาณ 4-5 ธุรกรรม มูลค่าการระดมทุนรวมเกือบ 2 หมื่นล้านบาท หรือเฉลี่ยต่อรายประมาณกว่า 1,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่อยู่ใน SET แบ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ อสังหาริมทรัพย์ และพลังงาน
“ปี 2558 เชื่อว่าตลาดหุ้นยังเป็นแหล่งระดมทุนที่ได้รับความสนใจจากผูู้ประกอบการและผู้ลงทุนอยู่ แต่ตัวแปรสำคัญคือภาวะตลาดหุ้นที่ต้องดูว่าจะมีการดึงเงินกลับสหรัฐมากน้อยขนาดไหน การออกมาตรการที่จะทำให้เศรษฐกิจกระเตื้องขึ้นของญี่ปุ่นและจีน การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินต่างๆ รวมถึงปัจจัยการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันโลกที่จะมีผลต่อการเคลื่อนไหวดัชนีหุ้นไทยด้วย" แมนพงศ์กล่าว
ถึงคราวที่ไอพีโอยังฮิตต่อเนื่องมาถึงปีแพะแน่นอนแล้ว แต่ก็ต้องขึ้นกับพี่เลี้ยงด้วย







