
กรมเชื้อเพลิงฯดึงสปก.เปิดพื้นที่ขุดน้ำมัน
กรมเชื้อเพลิงฯ ติดเครื่องเปิดหน้าดินพื้นที่สัมปทานสำรวจปิโตรเลียม ลงนามร่วม ส.ป.ก.สร้างมาตรฐานใช้พื้นที่
กรมเชื้อเพลิงฯ ติดเครื่องเปิดหน้าดินพื้นที่สัมปทานสำรวจปิโตรเลียม ลงนามร่วม ส.ป.ก.สร้างมาตรฐานใช้พื้นที่
นางพวงทิพย์ ศิลปศาสตร์ อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 2557 ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ร่วมกับนายวีระชัย นาควิบูลย์วงศ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เรื่อง การยินยอมให้ใช้ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม เพื่อนำทรัพยากรธรรมชาติไปใช้ประโยชน์
อธิบดีกรมเชื้อเพลิงฯ ชี้แจงว่า ความตกลงนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการทำความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับการขออนุญาตใช้พื้นที่ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ส.ป.ก. เพื่อให้การดำเนินกิจกรรมด้านการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมให้เป็นไปอย่างชัดเจน ถูกต้อง ครบถ้วน ทั้งในเรื่องขั้นตอน ระยะเวลา และแนวทางปฏิบัติ จะได้ไม่เกิดปัญหาในการปฏิบัติในอนาคต
อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงดังกล่าวจะเน้นสร้างมาตรฐานในการปฏิบัติงานแบบประสานประโยชน์ ส่งเสริมการปฏิบัติงาน และร่วมกันในการควบคุม ดูแล รักษาสภาวะสิ่งแวดล้อมในพื้นที่อย่างเคร่งครัด เพื่อมิให้กระทบต่อชุมชน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการส่งเสริมจัดหาพลังงานให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศในระยะยาว
นางพวงทิพย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาการดำเนินงานด้านการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในบางพื้นที่ ประสบปัญหาเกี่ยวกับความเข้าใจร่วมกันในการกำกับดูแลกับหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง จนส่งผลต่อความ
ต่อเนื่องด้านการจัดหาพลังงาน กรมเชื้อเพลิงฯ จึงได้มีการหารือร่วมกันระหว่างหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในบางแปลงสัมปทานที่จำเป็นต้องมีการสำรวจหรือผลิตในพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ส.ป.ก. จึงเป็นที่มาของการลงนามบันทึกความเข้าใจครั้งนี้
“นี่จะเป็นจุดเริ่มต้นที่จะนำไปสู่ความร่วมมือที่ดีต่อไปในการทำงานร่วมกันเพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ และจะเป็นการนำร่องที่จะนำไปสู่การประสานงานเพื่อประโยชน์ของประเทศในอนาคต” นางพวงทิพย์ กล่าว
ขณะนี้กระทรวงพลังงานได้ประกาศเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบใหม่ครั้งที่ 21 ทั้งหมด 29 แปลง ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 17 แปลง ภาคเหนือและภาคกลาง 6 แปลง อ่าวไทย 6 แปลง เพื่อจัดหาพลังงานให้ประเทศ เนื่องจากกำลังการผลิตก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย ปัจจุบันอยู่ที่ 3,200 ล้านลูกบาศก์ฟุต (ลบ.ฟุต) ต่อวัน ขณะที่ความต้องการวันละ 5,000 ล้าน ลบ.ฟุต โดยผู้สนใจจะต้องยื่นขอรับสัมปทานภายใน 120 วัน หลังจากวันเปิดสัมปทาน หรือนับจากวันที่ 22 ต.ค. 2557
กรมเชื้อเพลิงฯ ประเมินว่า หากมีผู้มายื่นขอสัมปทานปิโตรเลียมทั้ง 29 แปลง จะทำให้เกิดการลงทุนในประเทศไม่น้อยกว่า 5,000-1 หมื่นล้านบาท และเกิดการจ้างงานในธุรกิจสำรวจและผลิต รวมถึงอุตสาหกรรมต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นอัตรา มีโอกาสพบก๊าซธรรมชาติราว 1-5 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต และน้ำมันดิบ 20-50 ล้านบาร์เรล
ก่อนหน้านี้ นายวิเชียร อุษณาโชติ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากปิโตรเลียม กล่าวว่า บางจาก และบริษัท Nido Petroleum ในประเทศออสเตรเลีย จะเข้าร่วมประมูลสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 บนพื้นที่บนบกและในทะเล รวม 29 แปลง เพื่อการจัดหาน้ำมันเพิ่มเติม







