
ปัญหาที่ไม่จบ คูปองทีวีดิจิทัล
แม้ว่าประเทศไทยจะเริ่มมีทีวีดิจิทัลใช้ถึง 36 ช่อง มาแล้วเกือบ 1 ปี แต่ปัญหาของทีวีดิจิทัลยังคงมีให้เห็นอยู่ตลอด นับตั้งแต่การรับชมสัญญาณทีวีดิจิทัลที่ไม่สามารถรับชมผ่านเครื่องรับโทรทัศน์ระบบอะนาล็อกซึ่งจำเป็นจะต้องรับชมโดยผ่านกล่องรับสัญญาณ (SET TOP BOX) เพื่อแปลงสัญญาณจากทีวีอะนาล็อกจากเดิมให้รับสัญญาณทีวีดิจิทัลได้สำหรับเครื่องรับโทรทัศน์รุ่นเก่า
แม้ว่าประเทศไทยจะเริ่มมีทีวีดิจิทัลใช้ถึง 36 ช่อง มาแล้วเกือบ 1 ปี แต่ปัญหาของทีวีดิจิทัลยังคงมีให้เห็นอยู่ตลอด นับตั้งแต่การรับชมสัญญาณทีวีดิจิทัลที่ไม่สามารถรับชมผ่านเครื่องรับโทรทัศน์ระบบอะนาล็อกซึ่งจำเป็นจะต้องรับชมโดยผ่านกล่องรับสัญญาณ (SET TOP BOX) เพื่อแปลงสัญญาณจากทีวีอะนาล็อกจากเดิมให้รับสัญญาณทีวีดิจิทัลได้สำหรับเครื่องรับโทรทัศน์รุ่นเก่า
แต่หากเป็นเครื่องรับโทรทัศน์รุ่นใหม่จะมีกล่องรับสัญญาณ (SET TOP BOX) อยู่ในตัว ทำให้สามารถรับชมทีวีดิจิทัลได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องแปลงสัญญาณอีก
เพื่อให้ประชาชนมีโอกาสรับชมทีวีดิจิทัลได้แพร่หลาย คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จึงได้แจกคูปองทีวีดิจิทัลเพื่อให้ประชาชนนำไปแลกซื้อกล่องรับสัญญาณ เพื่อแปลงสัญญาณให้เครื่องรับโทรทัศน์ระบบอะนาล็อกรับชมทีวีดิจิทัลได้
จากการแจกคูปองทีวีดิจิทัลของ กสทช.ไปแล้ว 2 ครั้ง คูปองที่แจกไปแล้วรวมทั้งสิ้น 6.4 ล้านฉบับ และในวันที่ 24 ธ.ค. 2557 ได้ทำการแจกครั้งที่ 3 จำนวน 6.23 แสนฉบับ ยอดรวมแจกคูปองทั้ง 3 ครั้ง เป็นจำนวนทั้งสิ้น 7.045 ล้านฉบับ
ปรากฏว่ามีเรื่องร้องเรียนไปยังสำนักงาน กสทช.ไม่เว้นแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาความล่าช้าในการแจกคูปอง ปัญหาที่บ้านผู้ที่ได้รับคูปองหลังจากแลกกล่องไปแล้วกลับรับชมทีวีดิจิทัลไม่ได้เพราะสัญญาณไม่รองรับ เนื่องจากโครงข่ายการออกอากาศทีวีดิจิทัลยังไม่ครอบคลุมถึง
นอกจากนี้ ยอดการใช้คูปองไปแลกรับกล่องหรืออุปกรณ์รับสัญญาณทีวีดิจิทัล จนถึงขณะนี้มีจำนวนเพียง 1.9 ล้านใบ หรือร้อยละ 28 เท่านั้น ซึ่งเป็นอัตราส่วนที่น้อยมาก จึงเป็นตัวชี้วัดว่าการแจกคูปองในขณะนี้ไม่สามารถทำให้ทีวีดิจิทัลเกิดได้อย่างแท้จริง
จากปัญหาที่กล่าวมา แสดงให้เห็นว่าการรับชมทีวีดิจิทัลยังไม่เป็นที่แพร่หลาย ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลย่อมได้รับผลกระทบโดยตรงอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เนื่องจากต้องแบกรับภาระต้นทุนค่าประมูลใบอนุญาต ค่าใช้จ่ายในการผลิตรายการ ในขณะที่มีจำนวนผู้ชมทีวีดิจิทัลยังมีไม่มาก ทำให้เจ้าของสินค้าและบริการไม่สนใจโฆษณาประชาสัมพันธ์ในทีวีดิจิทัลเท่าที่ควรจึงซื้อโฆษณาจำนวนไม่มาก ส่งผลให้รายได้ของกิจการทีวีดิจิทัลไม่เพียงพอต่อการประกอบการ
หากเป็นเช่นนี้ต่อไปผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลที่สายป่านสั้น เงินทุนไม่มากพอจะไม่สามารถอยู่ต่อได้ เหลือเพียงผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลที่มีสายป่านยาว มีเงินทุนจำนวนมากจึงจะสามารถอยู่ได้
กสทช.จึงควรเร่งแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน และอย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากหลายปัญหาเกิดขึ้นตั้งแต่การแจกคูปองครั้งแรก จนถึงขณะนี้เข้าสู่การแจกคูปองครั้งที่สามแล้ว แต่ปัญหาเดิมก็ยังคงอยู่ นอกจากปัญหาที่กล่าวมาแล้ว ยังพบว่าปัจจัยที่ประชาชนยังไม่นำคูปองไปใช้ เนื่องจากจำนวนมูลค่าคูปอง 690 บาท ยังไม่ตอบสนองและสร้างแรงจูงใจในการนำไปใช้ เนื่องจากส่วนใหญ่หากต้องการแลกรับกล่องพร้อมเสาสัญญาณ ประชาชนต้องจ่ายเงินเพิ่มอีกอย่างน้อยประมาณ 300 บาท ประกอบกับข้อจำกัดที่แลกรับได้เฉพาะอุปกรณ์กล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัลเท่านั้น ทำให้ประชาชนที่รับชมโทรทัศน์ผ่านทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวีหรือโทรทัศน์ระบบสมาชิก ไม่มีความสนใจในการนำคูปองไปใช้
หากพิจารณาถึงวัตถุประสงค์ที่แท้จริง การแจกคูปองของ กสทช.แล้วนั้น เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการทีวีดิจิทัลโดยไม่จำกัดช่องทางให้สามารถรับสัญญาณได้อย่างทั่วถึงและสามารถเลือกอุปกรณ์รับชมทีวีดิจิทัลได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม กสทช.จึงควรที่จะพิจารณาทบทวนเงื่อนไขการใช้คูปอง ทั้งในเรื่องเพิ่มมูลค่าคูปองให้สูงขึ้นเพื่อสะท้อนค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงในการซื้ออุปกรณ์และกล่องรับสัญญาณ และในเรื่องเงื่อนไขคูปองที่ควรมีสิทธินำไปแลกซื้อกล่องทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวีได้ด้วย เนื่องจากปัจจุบันกว่าร้อยละ 70 ของ 26 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ รับชมโทรทัศน์ผ่านทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวี
ในขณะที่อุปสรรคปัญหาโครงข่ายการออกอากาศสัญญาณทีวีดิจิทัลยังไม่ครอบคลุมทั่วประเทศ ดังนั้นการรับชมทีวีดิจิทัลโดยผ่านทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวีจึงเป็นช่องทางที่ กสทช.ควรที่จะสนับสนุน เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนอันเป็นประโยชน์สาธารณะ และเพื่อสนับสนุนต่อการเปลี่ยนผ่านสู่ทีวีดิจิทัลอย่างสมบูรณ์







