
ความฝันของไทย
ในการปฏิญาณตนก่อนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีต่อหน้าที่ประชุมใหญ่ของสมัชชาผู้แทนประชาชนจีนทั่วประเทศปีที่แล้วนั้น สีจิ้นผิงได้พูดถึง “ความฝันของจีน” หรือ “Chinese Dream” ไว้อย่างน่าฟัง
ในการปฏิญาณตนก่อนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีต่อหน้าที่ประชุมใหญ่ของสมัชชาผู้แทนประชาชนจีนทั่วประเทศปีที่แล้วนั้น สีจิ้นผิงได้พูดถึง “ความฝันของจีน” หรือ “Chinese Dream” ไว้อย่างน่าฟัง
สีจิ้นผิงบอกว่า ความฝันของจีนเป็นความฝันของประชาชนและประชาชนเองนั่นแหละที่จะเป็นผู้ทำให้ความฝันนั้นกลายเป็นจริงขึ้นมาได้ นอกจากนั้นสีจิ้นผิงยังได้ขยายความต่อว่า ชีวิตของคนเราก็เหมือนเรือ ความฝันของเราเรียบเสมือนใบของเรือ ถ้ามีชีวิตแต่ไม่มีความฝันก็เสมือนเรือไม่มีใบ คงแล่นไปแบบไร้ทิศทาง
ที่น่าสนใจและชัดเจนมากก็คือทุกคนย่อมมีความฝันเป็นของตนเอง แต่เราทุกคนต่างก็เป็นคนจีน อาศัยอยู่ในจีนเหมือนๆ กัน เพราะฉะนั้นความฝันของคนจีนต้องเป็นฝันที่สอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับฝันของประเทศชาติ เมื่อประเทศชาติเจริญก้าวหน้าไปได้ดี ประชาชนก็จะอยู่ดีกินดีมีสุขไปด้วย
นั่นเป็นครั้งแรกที่เราได้ยินคำว่า “ฝันของจีน” ซึ่งมีความหมายและบริบทต่างไปจาก “ความฝันของอเมริกัน” หรือ “American Dream” ซึ่งเราได้ยินบ่อยๆ เพราะฝันของจีนเป็นฝันของบุคคลแต่ต้องผูกพันกับฝันของประเทศชาติ ต่างไปจากฝันของอเมริกันซึ่งเป็นฝันของแต่ละคน ใครอยากจะฝันอะไรก็ฝันไม่จำเป็นต้องผูกพันกับฝันของชาติ
แต่ที่ผมว่าน่าสนใจที่สุดคือประโยคที่ว่า “ชาติที่ไม่มีความฝันเป็นชาติที่น่าเศร้า ชาติที่มีแต่ความฝันแต่ไม่มีความแน่วแน่มุ่งมั่นและแนวทางที่จะทำให้ฝันของชาติเป็นจริง เป็นชาติที่ไม่มีอนาคต” ถ้าอธิบายในเชิงยุทธศาสตร์ ความฝันของชาติในสุนทรพจน์ของสีจิ้นผิงก็คือวิสัยทัศน์หรือตำแหน่งของประเทศนั่นเอง ถ้ามีแต่วิสัยทัศน์แล้วไม่มีแนวทางที่ชัดเจนในทางปฏิบัติ ประเทศชาติก็จะพัฒนาแบบไม่มีอนาคต
ไทยเราเป็นชาติที่เขียนวิสัยทัศน์ได้สวยงามไพเราะเสมอ ลองดูวิสัยทัศน์ประเทศไทยปี พ.ศ. 2570 ของไทยดูนะครับ “คนไทยภาคภูมิใจในความเป็นไทย มีมิตรไมตรีบนวิถีชีวิตแห่งความพอเพียง ยึดมั่นในวัฒนธรรม ประชาธิปไตยและหลักธรรมาภิบาล การบริการสาธารณะขั้นพื้นฐานที่ทั่วถึงมีคุณภาพ สังคมมีความปลอดภัยและมั่นคง อยู่ในสภาวะแวดล้อมที่ดี เกื้อกูล และเอื้ออาทรซึ่งกันและกัน ระบบการผลิตเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีความมั่นคงด้านอาหารและพลังงาน อยู่บนฐานทางเศรษฐกิจที่พึ่งตนเองและแข่งขันได้ในเวทีโลก สามารถอยู่ได้ในประชาคมภูมิภาคและโลกได้อย่างมีศักดิ์ศรี”
อ่านลื่นไหลไพเราะดีนะครับ แต่เห็นได้ชัดเลยว่าคนเขียนวิสัยทัศน์อันนี้เป็นคนโลภมาก เพราะเล่นเขียนฝันแบบยาวเหยียดเก็บเอาทุกอย่างมาต่อๆ กัน ไม่รู้อะไรสำคัญไม่สำคัญ อ่านกว่าจะจบก็เล่นเอาซะเหนื่อยเลย ที่น่ากังวลก็คือคนที่เขียนคงไม่รู้ว่าวิสัยทัศน์ที่ดีของแต่ละประเทศควรจะเป็นวิสัยทัศน์ที่แตกต่างและมีจุดเด่นเป็นเอกลักษณ์ เฉพาะประเทศ ประเทศอื่นแม้อยากจะลอกเลียนแบบก็ทำไม่ได้
การเขียนวิสัยทัศน์แบบนี้ ไม่ต้องเรียนหนังสือ ไม่ต้องรู้เรื่องยุทธศาสตร์ ไม่ต้องรู้เรื่องประเทศอื่นๆ บนโลกเลย ก็เขียนได้นะครับ
สีจิ้นผิงบอกความฝันเหมือนใบของเรือ แต่ถ้าไทยเรามีฝันยิบฝันย่อยฝันเยอะขนาดนี้ เรือที่ชื่อว่าประเทศไทยคงจะเป็นเรือที่มีใบเรือใบเล็กๆ เต็มเรือ เมื่อลมพัดมา เรือคงจะแล่นไปอย่างไร้ทิศทางเคว้งคว้างอย่างที่เคย







