
ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ยังน่าสนใจหรือไม่?
สวัสดีครับ เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 2557 ที่ผ่านมา ชินโสะ อาเบะ ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรี หลังประกาศยุบสภาไปเมื่อวันที่ 21 พ.ย. 2557 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการยุบสภาก่อนหมดวาระถึง 2 ปี ผมมองว่าการที่พรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) นำโดย ชินโสะ อาเบะ ได้รับเสียงข้างมากและเมื่อรวมกับพรรคร่วมรัฐบาล KOMEITO แล้วทำให้คะแนนเสียงมากกว่า 2 ใน 3 ของสภาล่างจะส่งผลดีต่อภาพรวมของญี่ปุ่นทั้งหมดในระยะถัดไป เนื่องจากจะทำให้รัฐบาลที่เข้ามาบริหารประเทศของคณะรัฐมนตรีชุดใหม่สามารถดำเนินนโยบายการแก้ไขเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่องและสานต่อนโยบายการปฏิรูปเศรษฐกิจต่างๆ ได้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น
สวัสดีครับ เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 2557 ที่ผ่านมา ชินโสะ อาเบะ ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรี หลังประกาศยุบสภาไปเมื่อวันที่ 21 พ.ย. 2557 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการยุบสภาก่อนหมดวาระถึง 2 ปี ผมมองว่าการที่พรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) นำโดย ชินโสะ อาเบะ ได้รับเสียงข้างมากและเมื่อรวมกับพรรคร่วมรัฐบาล KOMEITO แล้วทำให้คะแนนเสียงมากกว่า 2 ใน 3 ของสภาล่างจะส่งผลดีต่อภาพรวมของญี่ปุ่นทั้งหมดในระยะถัดไป เนื่องจากจะทำให้รัฐบาลที่เข้ามาบริหารประเทศของคณะรัฐมนตรีชุดใหม่สามารถดำเนินนโยบายการแก้ไขเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่องและสานต่อนโยบายการปฏิรูปเศรษฐกิจต่างๆ ได้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น
หลังจากเศรษฐกิจญี่ปุ่นเริ่มทรงตัวได้ในระดับหนึ่งหลังจีดีพีญี่ปุ่นหดตัวติดต่อกันมา 2 ไตรมาส โดยเฉพาะการสานต่อการผลักดันนโยบายเศรษฐกิจต่างๆ และการเพิ่มความสามารถและรายได้ของบริษัทจดทะเบียนในญี่ปุ่นเพื่อให้สามารถแข่งขันได้กับบริษัทต่างๆ ทั่วโลกด้วยนโยบาย “อาเบะโนมิกส์” ผ่านลูกศร 3 ดอก โดยเฉพาะดอกที่ 3 ในเรื่องการปฏิรูปเศรษฐกิจเชิงโครงสร้างหลังจากที่ได้ประกาศแผนยุทธศาสตร์การฟื้นฟูเศรษฐกิจในปี 2557 ซึ่งน่าจะผลักดันให้เศรษฐกิจของญี่ปุ่นพลิกกลับมาขยายตัวได้อีกครั้ง และผลักดันให้ตลาดหุ้นญี่ปุ่นยังคงมีความน่าสนใจในระยะถัดไป
โดยเหตุผลสำคัญที่น่าสนใจสำหรับลูกศรดอกที่ 3 ที่ตลาดคาดหวังกันค่อนข้างมาก เนื่องจากมุ่งเน้นการเพิ่มรายได้ให้แก่บริษัทญี่ปุ่นจากความพยายามลดต้นทุนการผลิตและต้นทุนการดำเนินธุรกิจของบริษัทญี่ปุ่นให้ปรับลดลง และการสร้างความสามารถในการแข่งขันของสินค้าให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นในระยะยาวอย่างมีเสถียรภาพ ทั้งการเพิ่มบทบาทของแรงงานหญิง การลดความเข้มงวดในตลาดแรงงานต่างชาติเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงาน การปฏิรูปกฎระเบียบต่างๆ ที่ไม่เอื้อต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของญี่ปุ่น รวมทั้งการเร่งสร้างเขตการค้าพิเศษในเมืองต่างๆ ในนามของ TPP กับทางสหรัฐอเมริกา ซึ่งคาดว่า TPP นี้จะเป็นรูปธรรมมากขึ้นกลางปี 2558 หลังจากชะลอจากปีนี้เนื่องจากสหรัฐอเมริกามีการเลือกตั้งกลางเทอมในช่วงที่ผ่านมา หากนโยบายดังกล่าวได้รับการผลักดันสำเร็จจะสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้แก่เศรษฐกิจ ซึ่งจะสนับสนุนการลงทุนในหุ้นญี่ปุ่นได้อย่างมีนัยสำคัญในระยะยาวและทำให้เพิ่มความน่าสนใจของการลงทุนในบริษัทจดทะเบียนในญี่ปุ่นจากนโยบายนี้อย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ การดำรงตำแหน่งอีกวาระของ อาเบะ ที่น่าสนใจ ได้แก่ การผลักดันให้การดำเนินนโยบายการเงินเชิงปริมาณแบบผ่อนคลาย (QE) ของธนาคารกลางญี่ปุ่น หลังจากที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นได้ผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมไปแล้วในการประชุม BOJ ช่วงเดือน ต.ค. 2557 ที่ผ่านมา โดยการเพิ่มวงเงินในการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาล การเพิ่มวงเงินในโครงการซื้อกองทุน ETF และกองทุนเพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ขึ้นอีก 3 เท่า เพื่ออัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจและผลักดันให้อัตราเงินเฟ้อปรับตัวเพิ่มขึ้น 2% ตามเป้าหมายที่ได้วางไว้ ทำให้ตลาดหุ้นญี่ปุ่นยังมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นจากแรงผลักดันสภาพคล่องทางการเงินเข้าสู่ระบบตลาดทุนอยู่ในระดับสูงถัดจากนี้ โดยปัจจุบันตลาดคาดว่า BOJ มีแนวโน้มที่จะผ่อนคลายสภาพคล่องเพิ่มเติมอีกครั้งในช่วงเดือน ต.ค.ปีหน้า รวมทั้งผ่อนคลาย QE เพิ่ม ส่งผลให้ทิศทางค่าเงินเยนอ่อนค่าลง ซึ่งจะสนับสนุนการส่งออกของญี่ปุ่น
อีกหนึ่งแนวทางที่ส่งผลดีต่อบริษัทในญี่ปุ่น ได้แก่ การพิจารณาลดอัตราภาษีรายได้นิติบุคคลลงในปีงบประมาณ 2558 จากปัจจุบันที่ระดับ 35% ซึ่งทางการญี่ปุ่นมีแนวโน้มปรับลดลง 2.5% ในปีหน้า และมีแนวโน้มปรับลดลงต่ำกว่า 30% ภายในเวลา 5 ปี รวมทั้งการสานต่อเม็ดเงินลงทุนที่นอกเหนืองบประมาณประจำปีภายใต้วงเงิน 3 ล้านล้านเยน สำหรับปีงบประมาณ 2014 ถึงเดือน มี.ค. 2015 และการเร่งผลักดันรอบปีงบประมาณ 2015 ให้เสร็จเรียบร้อยภายในเดือน ม.ค. 2015 รวมทั้งกระตุ้นให้บริษัทต่างๆ ปรับเพิ่มขึ้นเงินเดือนพนักงานและปรับงบลงทุนให้มากขึ้น ก็คาดว่าจะกระตุ้นกำลังซื้อของประชาชนในประเทศให้ปรับเพิ่มขึ้น และสนับสนุนการฟื้นตัวของการบริโภคการลงทุนของเอกชนให้กลับมาสู่ระดับปกติ ซึ่งจะส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจและตลาดหุ้นญี่ปุ่น
ในส่วนของตลาดหุ้นญี่ปุ่น ผมมองว่าจะได้รับอานิสงส์โดยตรงจากทั้งนักลงทุนสถาบันและรายย่อยเพิ่มจากนโยบายการสนับสนุนของภาครัฐทั้งแนวทางการขยายสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงของกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการญี่ปุ่น (GPIF) จาก 12% เป็น 25% ซึ่งปัจจุบันกองทุนฯ มีสินทรัพย์สูงสุดในโลกด้วยมูลค่ากว่า 1.1 ล้านล้านเยน และการยกเว้นภาษีกำไรให้ผู้ลงทุนรายย่อยในญี่ปุ่นผ่านโครงสร้าง Individual Saving Account (NISA) ที่ผ่านมาจะเห็นว่ารายย่อยก็เริ่มสนใจตลาดหุ้นญี่ปุ่นมากขึ้นเมื่อเทียบกับอดีต
อีกหนึ่งความน่าสนใจของตลาดหุ้นญี่ปุ่น ได้แก่ มูลค่าหุ้นที่ยังมีโอกาสเติบโตได้ต่อจากรายได้บริษัทจดทะเบียนที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นหลังค่าเงินเยนมีทิศทางที่อ่อนค่าลง ประกอบกับราคาน้ำมันที่ปรับลดลง สนับสนุนให้ต้นทุนการผลิตปรับตัวลดลง และเป็นปัจจัยที่ผลักดันให้รายได้บริษัท มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้ระดับราคาหุ้นต่อกำไร (P/E) มีแนวโน้มปรับลดลงจากปัจจุบัน รวมทั้งผลักดันให้ผลตอบแทนส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ปรับตัวขึ้นตาม
ผมมองว่าดัชนี NIKKEI225 ยังคงมี Upside Gain และมีโอกาสปรับตัวขึ้นแตะระดับ 19,250 จุด ได้ในกลางปี 2015 แต่อาจมีความผันผวนระหว่างทางไปตามกระแสข่าวและความเคลื่อนไหวของนโยบายต่างๆ ผมจึงแนะนำว่า หากนักลงทุนสนใจตลาดหุ้นญี่ปุ่นควรลงทุนตามจังหวะและการปรับตัวของดัชนีฯ เป็นหลัก เพื่อสร้างผลตอบแทนในช่วงที่ตลาดแกว่งตัวได้ครับ ซึ่งบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม วรรณ เห็นว่าช่วงต้นปีเป็นจังหวะเหมาะที่จะลงทุนในหุ้นญี่ปุ่น จึงจะเสนอขายกองทุนเปิด วรรณ เจแปน 5 ฟันด์ (ONE-JP5) เพื่อสร้างผลตอบแทนเป้าหมาย 5% ใน 5 เดือน







