posttoday
ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเงินรับปีใหม่ (เพราะ ‘การลงทุน’ อย่างเดียวไม่ช่วยให้รวยได้)

ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเงินรับปีใหม่ (เพราะ ‘การลงทุน’ อย่างเดียวไม่ช่วยให้รวยได้)

31 ธันวาคม 2557

ก่อนจะสิ้นปีก็มีเรื่องให้คนไทยดีใจกันทั้งประเทศ หลังจากทีมนักเตะไทยคว้าแชมป์ฟุตบอลไปหมาดๆ การจะชนะได้ย่อมอาศัยการประสานงานที่ดีทั้งผู้เล่นที่เป็นตัวรุกและตัวรับ มีครั้งหนึ่งที่ผมขึ้นเวทีเสวนาแล้วเปรียบเทียบว่า การจัดการการเงินส่วนบุคคลกับการวางตัวผู้เล่นในทีมฟุตบอลก็มีส่วนคล้ายกัน เราไม่สามารถชนะการแข่งได้เพียงเพราะผู้เล่นทุกคนเป็นดาวยิงทั้งหมด เพราะถึงแม้จะทำแต้มได้เยอะแค่ไหน หากแนวรับอ่อนแอแล้วสุดท้ายเราก็มีโอกาสแพ้ได้ด้วยเหตุที่คู่แข่งทำประตูได้มากกว่า

ก่อนจะสิ้นปีก็มีเรื่องให้คนไทยดีใจกันทั้งประเทศ หลังจากทีมนักเตะไทยคว้าแชมป์ฟุตบอลไปหมาดๆ การจะชนะได้ย่อมอาศัยการประสานงานที่ดีทั้งผู้เล่นที่เป็นตัวรุกและตัวรับ มีครั้งหนึ่งที่ผมขึ้นเวทีเสวนาแล้วเปรียบเทียบว่า การจัดการการเงินส่วนบุคคลกับการวางตัวผู้เล่นในทีมฟุตบอลก็มีส่วนคล้ายกัน เราไม่สามารถชนะการแข่งได้เพียงเพราะผู้เล่นทุกคนเป็นดาวยิงทั้งหมด เพราะถึงแม้จะทำแต้มได้เยอะแค่ไหน หากแนวรับอ่อนแอแล้วสุดท้ายเราก็มีโอกาสแพ้ได้ด้วยเหตุที่คู่แข่งทำประตูได้มากกว่า

จากประสบการณ์ที่ K-Expert ให้คำแนะนำมา พบว่าบางคนลงทุนเก่งแต่พลาดเรื่องชอบใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย ทำให้หามาได้เท่าไหร่สุดท้ายก็ออมเงินไม่ได้เสียที ส่วนบางคนไม่เคยซื้อหุ้นเลยแต่กลับร่ำรวยขึ้นมาอย่างค่อยเป็นค่อยไป ดังนั้น หัวใจสำคัญอยู่ที่การดูแลทั้งเรื่องการสร้างรายได้และการจัดการค่าใช้จ่าย บทความนี้สรุปประเด็นจากประสบการณ์ที่ K-Expert พบเจอจากลูกค้าที่มีปัญหาการเงินหลากหลายรูปแบบ เพื่อเป็นแนวทางให้ท่านผู้อ่านได้นำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับตัวเองต่อไป

แนวคิดที่ 1 ลงทุนให้เป็น ต้องรู้จัก “ปล่อยให้กำไรวิ่ง” และ “ตัดขาดทุน”

เรื่องหนึ่งที่เคยอธิบายในรายการ Money Biz คือ ทำไมเราลงทุนไปแล้วกำไรน้อยแต่ขาดทุนเยอะ เชื่อว่าผู้ลงทุนแทบทุกคนมีประสบการณ์เรื่องนี้ พอหุ้นขึ้นเราก็มักขายเร็วเกินไปทำให้มาบ่นว่า “ขายหมู” พอหุ้นตกเรามักซื้อเร็วเกินแล้วมาเจ็บใจว่าไม่น่ารีบซื้อเลย พอราคาถูกมากๆ จะเข้าซื้อก็ไม่ไหวแล้วเพราะ “กระสุนหมด” จะว่าไปแล้วเทคนิคลงทุนให้รวยนั้นเราทราบกันดีว่า เวลาตลาดเป็นขาขึ้นก็ปล่อยให้กำไรวิ่งต่อไปก่อน หรือ Let Profit Run เมื่อเวลาผิดแผนขึ้นมา ตลาดเปลี่ยนขาลงอย่างชัดเจนแต่เผอิญมีหุ้นในมือก็ควรตัดขาดทุน หรือ Cut Loss

ตัวอย่างที่ผมชอบคือ เซอร์ จอห์น เทมเพิลตัน นักลงทุนชื่อก้องโลกอีกคนหนึ่ง ว่ากันว่าเขากล้าที่จะซื้อหุ้นในช่วงสงครามโลกซึ่งดัชนีหุ้นทรุดลงอย่างเละเทะ แล้วใช้เวลาสี่ปีในการรอคอยเพื่อให้หุ้นกำไรเต็มที่ เบ็ดเสร็จได้เงินกลับมาสามเท่าตัว คิดเป็นผลตอบแทนต่อปีก็เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว โดยรวมแล้วถือว่า “นิ่ง” เพียงพอที่จะไม่ด่วนซื้อเร็วเกินไป รวมทั้งไม่ขายเร็วเกินไปอีกด้วย คนที่ประสบความสำเร็จอีกหลายท่านก็มีลักษณะนี้เช่นกัน

แนวคิดที่ 2 ค้นหาอาชีพเสริมเพิ่มรายได้

การสร้างรายได้ไม่จำเป็นต้องมาจากการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงเสมอไป แต่สร้างได้จากอีกอาชีพหนึ่งที่เราทำควบคู่ไปกับงานประจำ ซึ่งเรียกว่า “อาชีพเสริม” นั่นเอง เรื่องนี้ตอบโจทย์ทั้งผู้ที่ไม่ต้องการเผชิญความเสี่ยงจากการลงทุน รวมทั้งมนุษย์เงินเดือนที่ฝันอยากเลิกเป็นลูกจ้างเสียที การมีอาชีพเสริมนั้นสำคัญโดยเฉพาะคนในกลุ่มหลัง หลายคนพลาดตรงที่อยู่ดีๆ ก็กระโดดมาทำธุรกิจเองโดยที่ไม่มีประสบการณ์อะไรมาเลย ผลคือมักเสียมากกว่าได้

การทำงานประจำนั้นให้ประโยชน์เราในแง่ 1.สั่งสมประสบการณ์  เพราะเราได้เห็นตัวอย่างการแก้ปัญหาของผู้บริหาร และปรัชญาการทำธุรกิจ ทำให้เมื่อดูแลกิจการตัวเองแล้วก็มีแนวโน้มจะจัดการกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ดีกว่า 2.สะสมเงินทุน การเริ่มธุรกิจโดยมีภาระหนี้สินเป็นเรื่องไม่ค่อยดีนัก เพราะรายได้ในช่วงแรกอาจไม่เยอะแต่ต้องแบกรับรายจ่ายดอกเบี้ย การมีเงินทุนของตัวเองจะช่วยลดปัญหานี้ลงได้ 3.สร้างเครือข่าย เพราะกิจการไม่สามารถดำเนินได้ด้วยคนเดียว แต่การรู้จักทีมงานที่มีความสามารถ หรือสร้างฐานลูกค้าไว้ก่อนจะทำให้เริ่มต้นได้มั่นใจมากขึ้น

การทำงานไปด้วยและมีอาชีพเสริมไปด้วยเป็นวิธีที่ปลอดภัยกว่า หากทำแล้วไม่ดีอย่างที่หวังไว้ก็ยังพออุ่นใจเพราะมีรายได้จากงานหลักรองรับอยู่ แต่หากทำอาชีพเสริมได้สำเร็จก็ถือเป็นโอกาส สิ่งสำคัญคือรู้จักแบ่งเวลาโดยต้องให้ความสำคัญกับอาชีพหลักมากกว่าอาชีพเสริม

แนวคิดที่ 3 ปิดหนี้ดอกเบี้ยสูงต้องลดที่เงินต้น

พฤติกรรมการเงินที่น่ากังวลโดยเฉพาะเด็กรุ่นใหม่ คือการมองว่าเป็นหนี้ไม่ผิดอะไร บางส่วนยินดีที่จะผ่อนชำระขั้นต่ำบัตรเครดิตไปเรื่อยๆ โดยยอมเสียดอกเบี้ยในอัตรา 20% ต่อปี การทำเช่นนี้ไม่ต่างอะไรกับการเลี้ยงไข้ตัวเอง ปล่อยให้เงินรั่วไปเรื่อยๆ ดังนั้น ควรใช้โอกาสที่ได้รับเงินโบนัสในช่วงปีใหม่นี้ทำการปิดหนี้ให้หมดจะดีกว่า

สำหรับผู้ที่มีภาระหนี้จากเงินกู้ซื้อบ้านนั้น แม้จะใช้เงินโบนัสไปโปะหนี้อย่างไรก็ไม่น่าจะทำให้ภาระหลักแสนหลักล้านหมดลงได้ภายในครั้งเดียว แต่การพยายามลดภาระเงินต้นให้ได้มากที่สุดก็ยังเป็นสิ่งจำเป็นอยู่ การเร่งผ่อนหนี้บ้านเป็นเรื่องสำคัญ หลายคนไม่ทราบว่าในช่วงปีแรกๆ ของการกู้นั้น ตัวดอกเบี้ยจะคิดเป็นจำนวนสูงถึง “สามในสี่” ของเงินผ่อน ส่วนที่เหลือนำไปลดเงินต้นเป็นจำนวนน้อยมาก ดังนั้นหากผ่อนไปเรื่อยๆ ไม่รีบโจมตีที่เงินต้นแล้วก็ถือว่าเป็นการเลี้ยงไข้การเงินแบบหนึ่งเช่นกัน

เทคนิคการปิดหนี้บ้านให้หมดเร็วไม่จำเป็นว่าต้องรอเงินโบนัสอย่างเดียว แค่เจียดเงินแต่ละเดือนเป็นค่าผ่อนบ้านเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อยก็ส่งผลดีแล้ว เราเคยแนะนำว่าให้ผ่อนเพิ่มขึ้นอีกเดือนละ 10% ของยอดที่แบงก์กำหนด จะช่วยลดภาระดอกเบี้ยรวมทั้งระยะเวลาการผ่อนลงได้มาก เช่น กู้เงิน 1 ล้านบาท แล้วใช้เวลาผ่อน 20 ปี เราต้องจ่ายดอกเบี้ยรวมทั้งหมดราว 8 แสนบาท (หรือคิดเป็นเกือบหนึ่งเท่าตัวของเงินต้น) แต่การเจียดเงินมาผ่อนเพิ่มนี้ ช่วยลดระยะเวลาการผ่อนเราลงเหลือเพียง 17 ปี และลดภาระดอกเบี้ยจ่ายลงเหลือเพียง 6 แสนกว่าบาท

แนวคิดที่ 4 ทำประกันภัยป้องกันความเสี่ยง

การทำประกันเปรียบเสมือนผู้รักษาประตูซึ่งดูเหมือนจะมีบทบาทน้อยที่สุดในการแข่งขัน แต่ครั้นเกิดเหตุวิกฤตขึ้นมา คนนี้แหละแทบจะเป็นตัวตัดสินชะตากันเลยทีเดียว เรื่องการทำประกันก็เหมือนกัน หลายคนปฏิเสธการทำประกันด้วยเหตุที่คิดว่าไม่น่าจะมีอะไรเกิดขึ้น ตามหลักแล้วโอกาสเกิดอาจจะน้อยแต่หากเกิดขึ้นมาทีหนึ่งจะส่งผลรุนแรงอย่างมาก ผมก็เคยเจอบางกรณีที่ต้องใช้เงินที่ออมมาทั้งชีวิตจ่ายค่ารักษาพยาบาลไปเกือบหมดด้วยเหตุที่ไม่ได้ทำประกัน ดังนั้นอย่ามองข้ามเรื่องนี้

แนะนำว่า ทุนประกันชีวิตที่เหมาะสมควรอยู่ที่อย่างน้อย 3 เท่าของรายได้ต่อปี การเลือกชนิดของกรมธรรม์ก็มีความสำคัญ หลายคนเลือกเฉพาะประกันแบบสะสมทรัพย์ ซึ่งจะต้องจ่ายเบี้ยประกันจำนวนที่ค่อนข้างมากหากอยากได้ทุนประกันที่ตั้งเป้าหมายไว้ ดังนั้น เราควรมีทั้งประกันแบบสะสมทรัพย์และแบบตลอดชีพควบคู่กัน เพื่อสร้างทุนประกันเราให้ถึง และอย่าลืมทำประกันโรคร้ายแรง อุบัติเหตุ และประกันทรัพย์สินต่างๆ ไว้ด้วย

ปีใหม่นี้ถือเป็นฤกษ์ดีที่เราจะได้ปรับพฤติกรรมการเงินเพื่อสร้างความมั่งคั่งให้มากขึ้นกว่าเดิม ขออวยพรให้ทุกท่านประสบความสำเร็จในชีวิตรวมทั้งการบริหารเงินส่วนบุคคล สวัสดีปีใหม่ 2558 ครับ

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง