
คลังจ่อเด้ง‘นริศ’
ชงเข้าครม.วันนี้เข้ากรุผู้ตรวจราชการคาดปมให้เช่าที่ราชพัสดุพ่นพิษ
ชงเข้าครม.วันนี้เข้ากรุผู้ตรวจราชการคาดปมให้เช่าที่ราชพัสดุพ่นพิษ
ปมเช่าที่ราชพัสดุพ่นพิษ คลังจ่อเด้ง “นริศ” พ้นอธิบดีกรมธนารักษ์
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง จะเสนอให้มีการโยกย้ายข้าราชการกระทรวงการคลังนอกฤดูกาลให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งสุดท้ายของปี 2557 พิจารณา โดยจะให้ นายนริศ ชัยสูตร อธิบดีกรมธนารักษ์ มานั่งเป็นผู้ตรวจกระทรวงการคลังที่ยังว่างเหลืออีก 1 ตำแหน่ง และคาดว่าจะมีการโยกย้ายรองปลังกระทรวงการคลังคนใดคนหนึ่งไปนั่งเป็นอธิบดีกรมธนารักษ์คนใหม่แทน โดยการโยกย้ายครั้งนี้เป็นไปเพื่อความเหมาะสมในการบริหารงานของกระทรวง
สำหรับรองปลัดกระทรวงการคลังที่คาดว่าจะถูกเสนอชื่อ ประกอบด้วย นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล นายอำนวย ปรีมนวงศ์ และนายประสิทธิ์ สืบชนะ ทั้งนี้ นายอำนวยและนายประสิทธิ์ เคยดำรงตำแหน่งเป็นรองอธิบดีกรมธนารักษ์ ก่อนมานั่งในตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การโยกย้ายนายนริศครั้งนี้ สาเหตุมาจากการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการอนุมัติการให้เช่าที่ราชพัสดุไม่ถูกต้องและทำให้รัฐเสียหาย นอกจากนี้การทำงานในส่วนของการประเมินราคาที่ดินรายแปลงมีความล่าช้า ทำให้ไม่ทันรองรับกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่รัฐบาลอยู่ระหว่างจะเสนอให้ ครม.เห็นชอบต่อไป
นายสมหมาย กล่าวว่า การโยกย้ายผู้บริหารของกระทรวงการคลังสามารถทำได้ตลอดเวลา เพื่อความเหมาะสม ส่วนเรื่องจะเสนอโยกย้ายนายนริศให้ ครม. วันนี้หรือไม่ ยังไม่สามารถเปิดเผยได้
ก่อนหน้านี้ นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องที่ราชพัสดุ แปลงที่ สป.668 ต.แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ เนื้อที่ประมาณ 20 ไร่ ที่ให้บริษัท เอเชียน มารีน เซอร์วิสส์ เช่าที่ราชพัสดุ เนื่องจากมีการร้องเรียนว่ากรมธนารักษ์อนุมัติให้เช่าที่ราชพัสดุแปลงดังกล่าวโดยไม่ชอบและส่อไปในทางทุจริตมีการตกลงค่าเช่าในสัญญาเช่าใหม่ในอัตราต่ำสุด ทำให้กรมธนารักษ์เสียผลประโยชน์
หลังจากคณะกรรมการได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ได้มีการคัดค้านการให้เช่าที่ราชพัสดุแปลงดังกล่าว โดยเห็นว่าการอนุมัติให้เช่าที่ราชพัสดุดังกล่าวไม่ถูกต้อง กรมธนารักษ์อาจเสียประโยชน์มากกว่า 60 ล้านบาท เนื่องจากกรมธนารักษ์ได้ให้บริษัท เอเชียนฯ เสียค่าธรรมเนียมการเช่าที่ในอัตราต่ำที่สุด 30% ของราคาประเมินที่ดินแปลงดังกล่าวที่มีมูลค่า 200 ล้านบาท หรือคิดเป็นค่าเช่า 60 ล้านบาท ตลอดอายุสัญญาเช่า 30 ปี ซึ่งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง เห็นว่ากรมธนารักษ์ไม่ควรคิดค่าเช่าในอัตราต่ำสุด 30% เพราะที่ราชพัสดุแปลงดังกล่าวมีความเจริญระดับหนึ่ง สามารถคิดค่าเช่าสูงกว่า 30% ได้
นอกจากนี้ การอนุมัติให้เช่าที่ราชพัสดุดังกล่าว ยังไม่ได้รวมทรัพย์สินที่มีเพิ่มเติมจากสัญญาเช่าเดิม คืออาคารสำนักงานและอู่ต่อเรืออีก 13 หลัง มูลค่า 50-60 ล้านบาทไว้ในสัญญา ทำให้กรมธนารักษ์เสียประโยชน์ ล่าสุด นายรังสรรค์ คลังได้สั่งการให้นายกุลิศ สมบัติศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ในฐานะประธานสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม







