
สวัสดีปีใหม่ ความคาดหวังกับการปฏิรูปประเทศไทย
อีก 2 วันนับจากวันนี้ เราก็จะฉลองปีใหม่ 2558 ฉลองปีนักษัตรมะแม ผมขอถือโอกาสในวารดิถีขึ้นปีใหม่นี้ ขอกราบอาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลโลกที่ท่านผู้อ่านเคารพนับถือ ที่ได้ติดตามอ่านบทความมาตลอดเวลา จงดลบันดาลให้ท่านผู้อ่านและครอบครัวจงประสบแต่ความสุขความเจริญ คิดสิ่งใดที่ชอบที่ควรให้สมหวังทุกประการ สุขภาพจิต สุขภาพใจ มีความแข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บในทุกเรื่อง
อีก 2 วันนับจากวันนี้ เราก็จะฉลองปีใหม่ 2558 ฉลองปีนักษัตรมะแม ผมขอถือโอกาสในวารดิถีขึ้นปีใหม่นี้ ขอกราบอาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลโลกที่ท่านผู้อ่านเคารพนับถือ ที่ได้ติดตามอ่านบทความมาตลอดเวลา จงดลบันดาลให้ท่านผู้อ่านและครอบครัวจงประสบแต่ความสุขความเจริญ คิดสิ่งใดที่ชอบที่ควรให้สมหวังทุกประการ สุขภาพจิต สุขภาพใจ มีความแข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บในทุกเรื่อง
ในฐานะที่ผมเขียนคอลัมน์ “หน้าต่างบานแรก” มาตั้งแต่เริ่มต้นของหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ ปีนี้ก็ครบ 1 ทศวรรษจนถึงวันนี้ และก็จะเป็นปีที่ผมจะครบ 60 ปี ที่โดยทั่วไปก็ต้องเกษียณอายุจากการทำงาน แต่ผมคงยังทำงานประจำต่ออีกสัก 2 หรือ 3 ปี ส่วนจะเขียนบทความต่อไปหรือไม่นั้น คงต้องถามท่านบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ต่อไปครับ
แต่ในฐานะที่เพิ่งเข้ามาทำหน้าที่สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ผมก็ยังมีความตั้งใจที่จะนำประเด็นการปฏิรูปประเทศมาสื่อสารกับท่านผู้อ่าน ในฐานะประชาชนคนไทยที่ควรรับรู้ และมีส่วนในการเสนอประเด็นที่ประเทศไทยควรปฏิรูปในเรื่องใดบ้าง ผมจึงอยากให้ท่านผู้อ่านได้ช่วยกันคิดและร่วมเสนอความคิดประเด็นการปฏิรูปประเทศไทยอย่างจริงจัง อย่าเพียงปล่อยให้เป็นหน้าที่ของนักการเมืองหรือภาครัฐเป็นผู้กำหนดอนาคตของประเทศ และลูกหลานของเราแต่เพียงกลุ่มเดียว
ดังที่ผมเคยเขียนเล่าให้ท่านผู้อ่านทราบถึงประเด็นการปฏิรูป 18 ด้าน ทั้งที่ควรตราไว้ในรัฐธรรมนูญหรือปฏิรูปเร็ว (Quick Win) หรือการปฎิรูปที่ต้องมีการทำให้แล้วเสร็จภายในอายุสภาปฎิรูป หรือสภานิติบัญญัติ หรือให้รัฐบาลหลังการเลือกตั้งดำเนินการต่อไป สำหรับผมนั้นมีความตั้งใจอย่างยิ่งที่จะนำ
ข้อเสนอการปฏิรูปโครงสร้างภาษีไทย การปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ในส่วนของการตรากฎหมายให้แก่สภาปฏิรูป รัฐบาล คสช. สนช. เพื่อดำเนินการให้ได้ต่อไป โดยผมต้องทำงานร่วมกับ สมาชิก สปช. ในกรรมาธิการทั้งสองกรรมาธิการ ให้เห็นพ้องเพื่อนำเสนอสภาปฏิรูปเพื่อลงมติเห็นชอบก่อนจะดำเนินการ เพื่อเป็นข้อแนะนำหรือกฎหมายต่อคณะรัฐมนตรีและสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญต่อไป
ดังที่ท่านผู้อ่านอาจได้ทราบว่ามีประเด็นที่มีการเสนอให้กรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญรวมทั้งสิ้น 246 ประเด็น โดยประเด็นปฏิรูปภาษีมีการเสนออยู่ 8 ประเด็น จาก 3 กรรมาธิการ ประเด็นการปฏิรูปกฎหมาย เรื่องการตรากฎหมายมี 2 ประเด็น ส่วนประเด็นเหล่านี้จะถูกบรรจุในรัฐธรรมนูญหรือไม่ คงต้องรอดู แต่ถึงไม่ได้บรรจุอยู่ในรัฐธรรมนูญ ประเด็นเหล่านี้ก็ยังคงสำคัญ ที่คณะกรรมาธิการปฏิรูปในด้านดังกล่าวต้องไปพิจารณาต่อไปว่าจะทำแบบไหน เช่น แบบ Quick Win หรือเป็นแบบเสนอกฎหมายให้แล้วเสร็จในรัฐบาลชุดนี้ หรือกำหนดให้รัฐบาลหลังเลือกตั้งทำต่อไป
ผมขอสรุปประเด็นการปฏิรูปภาษี 8 ประเด็น ดังนี้
1.บุคคลพึงแสดงสถานะรายได้ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้มีรายได้ไม่เพียงพอได้รับความช่วยเหลือจากรัฐ และให้ผู้มีรายได้ถึงเกณฑ์ก็ต้องเสียภาษีมีสิทธิได้รับสิทธิประโยชน์ตามกฎหมาย เสียภาษีไม่เกินจำนวนที่กฎหมายกำหนดอย่างเป็นธรรม ได้รับการปฏิบัติอย่างถูกต้องและแน่นอน ให้สามารถอุทธรณ์คัดค้านการประเมินภาษีได้ รวมทั้งได้รับความคุ้มครองในสิทธิส่วนบุคคล โดยมีมาตรการป้องกันความลับส่วนบุคคลด้วย
2.บุคคลมีหน้าที่เสียภาษีตามกฎหมาย รัฐพึงต้องจัดระบบภาษีให้เป็นไปตามหลักความสามารถในการเสียภาษี หลักความเป็นธรรม หลักความเป็นกลาง และหลักความเท่าเทียมกันอย่างทั่วถึง โดยมีจุด
มุ่งหมายให้ภาษีเป็นเครื่องมือช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม
3.รัฐจะต้องจัดให้มีการจัดตั้ง “องค์กรอิสระ” ที่เรียกว่า “คณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังและภาษีอากรแห่งชาติ” ที่ประกอบด้วยตัวแทนจากภาครัฐ ภาคธุรกิจ ประชาชน และภาควิชาการ เพื่อทำหน้าที่ในการวิเคราะห์ เสนอแนะนโยบายการเงิน การคลัง ภาษีอากร และกำหนดมาตรการคุ้มครองสิทธิของผู้เสียภาษี พร้อมเสนอแนะต่อคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย เพื่อเสนอเป็นกฎหมายต่อรัฐบาลหรือรัฐสภา
4.รัฐพึงจัดระบบภาษีเป็น 2 ระดับ คือ ภาษีระดับชาติและภาษีระดับท้องถิ่น และดำเนินการให้ภาษีท้องถิ่นมีรายได้มากพอสมควรแก่การใช้จ่ายของท้องถิ่น และจัดให้มีระบบการตรวจสอบการใช้งบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งรวมถึงการตรวจสอบโดยภาคประชาชน
5.รัฐต้องดำเนินการจัดเก็บภาษีและดำเนินการใช้จ่ายงบประมาณอย่างเป็นธรรม โดยมีเป้าหมายเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ
6.รัฐต้องสนับสนุนภาคเอกชนและประชาชน ให้มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำของประเทศด้วยการใช้มาตรการทางภาษีอากรและกฎหมายที่เหมาะสมเพื่อจูงใจให้มีส่วนร่วม
7.รัฐต้องปรับปรุงระบบการจัดเก็บภาษีเพื่อสร้างความเป็นธรรมในสังคม (กรรมาธิการปฏิรูปเกษตรฯ)
8.รัฐต้องสร้างระบบการบริการที่มีประสิทธิภาพและมีกลไกการจูงใจ ทั้งทางการเงิน ภาษี และสิทธิพิเศษอื่นๆ ในการส่งเสริมและสนับสนุนให้ภาคเอกชนลงทุนและดำเนินการวิจัย พัฒนา และสร้างนวัตกรรม (กรรมาธิการปฏิรูปวิทยาศาสตร์ฯ)
ส่วนประเด็นเรื่องการปฏิรูปกฎหมายในส่วนการตรากฎหมาย มีการเสนอ 2 ประเด็น
1.รัฐต้องจัดทำกฎหมายให้สอดคล้องกับหลักนิติธรรมและหลักธรรมาภิบาล จัดทำกฎหมายให้ทันสมัย ปรับปรุงกฎหมายที่สร้างความไม่เป็นธรรมในสังคม กฎหมายที่มีประเภทของโทษหรืออัตราโทษที่ไม่เหมาะสม กฎหมายที่ทำให้ผู้ด้อยโอกาสเสียเปรียบ และกฎหมายที่สร้างภาระให้กับประชาชนโดยไม่มีเหตุอันสมควร รวมทั้งมีกฎหมายกลางที่กำหนดกระบวนการจัดทำกฎหมายที่สอดคล้องมาตรฐานสากล การบังคับใช้กฎหมายทหารช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย และการทำเจตนารมณ์กฎหมาย
2.ให้มีคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายแห่งชาติ มีอำนาจหน้าที่ในการจัดทำแผนการปฏิรูปกฎหมายของประเทศ รวมทั้งเสนอร่างกฎหมายต่อรัฐสภา







