posttoday
ลาทีปีแห่งความวุ่นวาย

ลาทีปีแห่งความวุ่นวาย

29 ธันวาคม 2557

ต้องบอกว่าปีที่กำลังจะผ่านพ้นในอีก 48 ชั่วโมงข้างหน้า เป็นปีที่คนไทยคงเห็นพ้องว่าเป็นปีแห่งความวุ่นวาย ทั้งจากปัญหาการต่อต้านรัฐบาลในอดีต ซึ่งยกระดับไปสู่วิกฤตการเมืองสุญญากาศ รวมถึงปัญหาปัจจัยเศรษฐกิจโลกกระทบต่อประเทศไทยจนนำไปสู่เกือบเป็นวิกฤตทางด้านเศรษฐกิจ

ต้องบอกว่าปีที่กำลังจะผ่านพ้นในอีก 48 ชั่วโมงข้างหน้า เป็นปีที่คนไทยคงเห็นพ้องว่าเป็นปีแห่งความวุ่นวาย ทั้งจากปัญหาการต่อต้านรัฐบาลในอดีต ซึ่งยกระดับไปสู่วิกฤตการเมืองสุญญากาศ รวมถึงปัญหาปัจจัยเศรษฐกิจโลกกระทบต่อประเทศไทยจนนำไปสู่เกือบเป็นวิกฤตทางด้านเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ดี เราก็อยู่รอดปลอดภัยจนมายืนได้ถึงวันนี้  หลายคนอาจจะลืม ผมขออนุญาตเรียงลำดับเหตุการณ์ที่สำคัญในรอบปีดังนี้

ประเทศไทยตอนรับปีมะเมีย 2557 ด้วยความวิตกกังวลเกี่ยวกับปัญหาการเมืองในประเทศซึ่งคุกรุ่นมาตั้งแต่ปลายปี 2556 โดย “กปปส.” ระดมพลด้วยจำนวนมากเป็นประวัติการณ์ของประเทศเพื่อกดดันรัฐบาลในอดีต จนนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต้องประกาศยุบสภาเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 2556 แต่การประท้วงกลับทวีความเข้มข้นจนทำให้การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ. ไม่สามารถเลือกผู้แทนได้ครบเขต จน กกต.ประกาศให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ

เศรษฐกิจในไตรมาสแรกได้รับผลกระทบทั้งจากปัจจัยเศรษฐกิจโลกซึ่งเริ่มออกอาการชะลอตัวโดยเฉพาะสหภาพยุโรป ญี่ปุ่น รวมทั้งจีน ส่งผลให้การส่งออกติดลบ ขณะเดียวกันการเบิกจ่ายของรัฐบาลในอดีตไม่สามารถใช้งบประมาณได้ตามเป้าหมายอันเป็นผลจากการเมืองในประเทศ

ในช่วงไตรมาส 2 สถานการณ์การเมืองยิ่งทวีความรุนแรงไปสู่การที่ใช้กำลังปราบปรามประชาชน มีการปลุกปั่นให้กลุ่มขัดแย้งใช้กำลังและอาวุธไปสู่สงครามการเมือง มีคนบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก ขณะเดียวกันกลุ่มเกษตรกรชาวนาทั้งประเทศซึ่งไม่ได้รับเงินจากโครงการรับจำนำข้าว นัยว่าค้างจ่ายถึงแสนล้านบาทได้ออกมาประท้วง

ขณะที่รัฐบาลซึ่งเป็นรัฐบาลรักษาการก็ไม่สามารถที่จะหาเงินมาจ่ายได้ เหตุการณ์มีท่าทีจะเพิ่มวิกฤตของประเทศ โดยภาคที่กระทบอย่างรุนแรง คือ ภาคท่องเที่ยว และการบริโภคภายในประเทศที่ชะลอตัวจนถึงขั้นติดลบ

อย่างไรก็ดี วิกฤตการเมืองในประเทศมีความซับซ้อนในการหาทางออกมากยิ่งขึ้น เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีมติถอดถอนยิ่งลักษณ์ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ขณะที่รัฐบาลรักษาการไม่ได้รับการยอมรับจนทำให้การเมืองไทยติดอยู่ในกับดักหาทางออกไม่พบ ทำให้ภาคเศรษฐกิจซึ่งไม่ได้รับการแก้ไขทรุดตัวลงอย่างรุนแรง จนถึงปลายเดือน พ.ค. 2557 เซอร์ไพรส์ก็มาถึงประเทศไทย เมื่อ “คสช.” เข้ามาปฏิรูปการเมืองด้วยการรัฐประหาร โดย พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา เข้ามาเป็นผู้ดูแลประเทศ ท่ามกลางดอกไม้และความไชโยของประชาชนที่ทนทุกข์กับปัญหาวิกฤตความวุ่นวายมากว่าครึ่งปี

เศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปีวิกฤตการเมืองของไทยดูเสมือนว่าจะผ่านพ้นไปไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบ ประเทศไทยก็มีรัฐบาลซึ่งมีเสถียรภาพเข้ามาบริหารประเทศ มีการแต่งตั้ง สนช.ให้ทำหน้าที่ในการออกกฎหมายแทนระบบรัฐสภา รวมถึงการมีทิศทางที่ชัดเจนภายใต้กรอบการปฏิรูปเดินหน้าประเทศไทยเริ่มออกมาเป็นรูปธรรม เช่น การแก้ปัญหาหนี้เกษตรกรชาวนาได้สำเร็จ แต่สถานการณ์เศรษฐกิจกลับไม่เป็นใจ เพราะมีแนวโน้มที่เศรษฐกิจกลับชะลอตัวลงมากกว่าครึ่งปีแรก ทั้งจากภาคการส่งออกที่ติดลบ และแนวโน้มว่าทั้งปีอาจโตได้ใกล้เคียงร้อยละศูนย์ 

นอกจากนี้ ยังเผชิญปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำเกือบทุกรายการ โดยเฉพาะยางพารา แม้รัฐบาลพยายามใช้เงินกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ด้วยกลไกของรัฐที่ไม่เป็นใจทำให้การบริโภคไม่ฟื้น การลงทุนยังตกเหว มีเพียงความเชื่อมั่นที่เป็นบวก

อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายปีเศรษฐกิจได้รับอานิสงส์จากปัจจัยจากราคาน้ำมันโลกที่ลดต่ำลงถึงร้อยละ 27-30 ช่วยเพิ่มกำลังซื้อของประชาชน ซึ่งคาดว่าทั้งปีอาจขยายตัวเป็นบวกที่ร้อยละ 0.7 จากก่อนหน้านี้ที่ติดลบ

ด้านการแก้ปัญหายางของรัฐบาลในเดือน ธ.ค. เริ่มเห็นผลจากการใช้เงินกว่า 1,200 ล้านบาท เข้าไปแทรกแซงราคาจนราคายางแผ่นรวมควันก่อนหน้านั้นราคาอยู่ที่ 48-49 บาท/กิโลกรัม ปรับขึ้นมาถึง 60 บาท/กิโลกรัม ตามเป้าที่รัฐบาลได้รับปากกับเกษตรกร และมีผลต่อราคารับซื้อน้ำยางที่ขยับจาก 36 บาท/กิโลกรัม เป็น 43 บาท/กิโลกรัม ช่วยลดความตึงเครียดทั้งของรัฐบาลและชาวสวนยาง

ปี 2557 ที่กำลังจะผ่านพ้นในอีก 2 วันข้างหน้า เป็นปีแห่งความวุ่นวายและสับสนอย่างสุดขั้ว จากปัญหาที่รุมกันเข้ามาเป็นวิกฤตทั้งเศรษฐกิจและการเมืองที่เกิดขึ้นพร้อมกันแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน ถึงขั้นเป็นอนาธิปไตย กฎหมายไม่มีใครเคารพเชื่อฟัง รัฐบาลสั่งการใดๆ ไม่ได้ ไม่มีขื่อ ไม่มีแป

การเมืองติดหล่มจนต้องถูกฝังกลบ ก่อนที่บ้านเมืองจะกลับมาสู่สภาปกติ หากเป็นคนต้องเรียกว่า “ดวงแข็ง” หากเป็นธุรกิจเจอสภาวะอย่างนี้ต้องเรียกว่า “เฮง” ประเทศไทยรอดพ้นวิกฤตครั้งนี้ได้ก็ด้วยพระบารมีของพระเจ้าอยู่หัว และของพระสยามเทวาธิราชที่ปกปักรักษาประเทศไว้ได้

ช่วงวันหยุดยาวนี้เที่ยวกันให้สนุก เหตุการณ์ที่เลวร้ายกว่าที่ผ่านมาคงไม่น่ามีอีกแล้วครับ...สวัสดีปีใหม่ 2558 ครับ  

(สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ทางเว็บไซต์  www.tanitsorat.com หรือ www.facebook.com/tanit.sorat)

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ