posttoday
ปั้น‘สตาร์ทอัพ’ เจาะลูกค้า 500 ล้านราย

ปั้น‘สตาร์ทอัพ’ เจาะลูกค้า 500 ล้านราย

29 ธันวาคม 2557

จากการเข้าถึงเทคโนโลยีได้ง่ายและสะดวกขึ้น ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดธุรกิจบริการออนไลน์ใหม่ๆออกมารองรับเป็นจำนวนมากตามแนวโน้มการใช้งาน  ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยี หรือเทคสตาร์ทอัพ ที่สนใจเข้ามาเจาะตลาดดิจิทัล ซึ่งอาจจะต้องอาศัยพันธมิตรต่างๆ เข้ามาร่วมสนับสนุน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (โอเปอเรเตอร์) ทั่วโลก ที่หันมาขยายการเติบโตธุรกิจไปพร้อมกับสตาร์ทอัพเช่นกัน

จากการเข้าถึงเทคโนโลยีได้ง่ายและสะดวกขึ้น ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดธุรกิจบริการออนไลน์ใหม่ๆออกมารองรับเป็นจำนวนมากตามแนวโน้มการใช้งาน  ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยี หรือเทคสตาร์ทอัพ ที่สนใจเข้ามาเจาะตลาดดิจิทัล ซึ่งอาจจะต้องอาศัยพันธมิตรต่างๆ เข้ามาร่วมสนับสนุน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (โอเปอเรเตอร์) ทั่วโลก ที่หันมาขยายการเติบโตธุรกิจไปพร้อมกับสตาร์ทอัพเช่นกัน

ปรัธนา ลีลพนัง รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานการตลาด บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ระบุถึงแผนพัฒนาสตาร์ทอัพไทยในปี 2558 ที่บริษัทจะยังให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง โดยในปีหน้าจะขึ้นสู่ปีที่ 4 ของการทำงานและให้การสนับสนุนเทคสตาร์ทอัพรายย่อยที่เพิ่มเริ่มต้น หรือเริ่มพัฒนารูปแบบให้บริการมาระยะหนึ่งและเตรียมเข้าสู่การทำตลาดเชิงพาณิชย์

ในปีหน้าเอไอเอสจะทำแผนตลาดเชิงรุก โดยอาศัยความร่วมมือระหว่างพันธมิตรธุรกิจโอเปอเรเตอร์กลุ่มสิงเทล จำนวน 6 ราย ใน 7 ประเทศ ซึ่งจะมีฐานลูกค้าผู้ใช้บริการรวมกันไม่ต่ำกว่า 500 ล้านคน ซึ่งจากฐานผู้ใช้บริการดังกล่าวถือเป็นโอกาสทางการตลาดที่น่าสนใจในอนาคต สำหรับนักพัฒนาแอพพลิเคชั่น บริการโซลูชั่นด้านต่างๆ สำหรับผู้ประกอบการเทคโนโลยีของไทย

ภายใต้ 3 แนวทางสนับสนุนสตาร์ทอัพ ดังนี้ 1.โค-มาร์เก็ตติ้ง ร่วมกับสตาร์ทอัพที่พัฒนาแอพของตัวเองมาก่อนหน้า โดยบริษัทจะร่วมวางแผนการทำงานเชิงธุรกิจร่วมกัน 2.โค-ดีเวลอปเมนต์ เป็นการพัฒนาแอพหรือบริการและแนวคิดทางธุรกิจร่วมกับสตาร์ทอัพ เพื่อสร้างตลาดใหม่และแบรนด์ร่วมกัน สุดท้าย 3.โค-อินเวสต์เมนต์ เป็นการลงทุนร่วมกับสตาร์ทอัพที่น่าสนใจผ่านกองทุนร่วมทุน (เวนเจอร์ แคปปิตอล) ในเครือข่าย อาทิ อินทัช หรือสิงเทล ในรูปแบบการทำงานร่วมกัน

“ปัจจุบันเอไอเอสมีฐานลูกค้าราว 43.8 ล้านราย ยังไม่นับรวมกับฐานลูกค้าจากพันธมิตรกลุ่มสิงเทลดังกล่าวที่จะมีการทำงานร่วมกัน เพื่อศึกษาความต้องการการใช้บริการหรือแอพพลิเคชั่นที่ตรงกลุ่มเป้าหมายได้ในแต่ละประเทศ” ปรัธนา กล่าว

สำหรับกลุ่มเป้าหมาย หรือตลาดของผู้ให้บริการเทคโนโลยีรายย่อยนั้น บริษัทจะแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มผู้ใช้บริการทั่วไป (เอนด์ยูสเซอร์) และกลุ่มผู้ใช้บริการธุรกิจแบบครบวงจร (โซลูชั่นบิซิเนส) ซึ่งมองว่าจะสามารถพัฒนาแอพหรือโซลูชั่นที่มีความเป็นสากลเพื่อต่อยอดทำตลาดได้ในระดับภูมิภาคได้ด้วย

อย่างไรก็ตาม หลังจัดตั้งโครงการพัฒนาสตาร์ทอัพไทยในช่วงเกือบ 4 ปีที่ผ่านมา ยอมรับว่าในขณะนี้มีผู้ประกอบการเทคโนโลยีไทยจำนวนไม่มากนัก ที่สามารถขยายการทำตลาดได้ในต่างประเทศ แต่เชื่อว่าหากผู้ประกอบการได้รับการพัฒนาด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ก็จะสามารถทยอยเปิดตัวทำตลาดได้ในอนาคต ด้วยหากเปรียบเทียบกลุ่มสตาร์ทอัพในระดับภูมิภาคเดียวกันนี้ ผู้ประกอบการหรือนักพัฒนาเทคโนโลยีไทยมีจุดเด่นด้านการออกแบบและความคิดสร้างสรรค์ รวมถึงต้นทุนการพัฒนาที่ต่ำกว่าหากเทียบกับประเทศสิงคโปร์และฮ่องกง ที่จะเป็นโอกาสสำคัญของตลาดไอซีทีไทยในอนาคต โดยเฉพาะจากนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล หรือดิจิทัลอีโคโนมีของภาครัฐที่เข้ามาให้การสนับสนุน

ปัจจุบันเอไอเอสมีสตาร์ทอัพที่เข้ามาร่วมทำงานกว่า 1,000 ราย โดยวางเป้าหมายไว้ราว 1-2% จากจำนวนดังกล่าวให้สามารถพัฒนาผลงานออกมาทำตลาดเชิงพาณิชย์ได้ หรือไม่ต่ำกว่า 5-10 ตัว/ปี เพื่อแข่งขันในตลาดดิจิทัลได้ในอนาคต

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ