
กัมพูชาปรับระบบบัญชีใหม่
กัมพูชาเล็งปรับระบบบัญชีเอสเอ็มอีใหม่ หวังทำให้สะดวก-พัฒนาการจัดเก็บภาษี-เข้าถึงเงินกู้มากขึ้น
กัมพูชาเล็งปรับระบบบัญชีเอสเอ็มอีใหม่ หวังทำให้สะดวก-พัฒนาการจัดเก็บภาษี-เข้าถึงเงินกู้มากขึ้น
เว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์พนมเปญ โพสต์ รายงานว่า ทางกระทรวงเศรษฐกิจและการคลังของกัมพูชากำลังเตรียมที่จะทำให้กระบวนการทำบัญชีมีความง่ายมากยิ่งขึ้น และยกระดับมาตรฐานของกระบวนการทำบัญชีด้วย โดยเน้นมุ่งเป้าไปที่กระบวนการทำบัญชีของธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี)
รายงานจากพนมเปญ โพสต์ ระบุว่า ทางกระทรวงกำลังพัฒนาระบบบัญชีรูปแบบใหม่ที่มีเป้าหมายทำให้ระบบการทำบัญชีของเอสเอ็มอีมีความง่ายมากยิ่งขึ้น และช่วยพัฒนาระบบการเก็บภาษีของรัฐบาล รวมไปถึงช่วยให้สถาบันทางการเงินสะดวกมากขึ้นในการประเมินการให้สินเชื่อ
ตาอี รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจและการคลัง รวมไปถึงดำรงตำแหน่งสภาการบัญชีแห่งชาติกัมพูชา ระบุว่า แม้ว่าทางกัมพูชาจะมีระบบมาตรฐานในการทำบัญชีมาเป็นเวลานานกว่า 10 ปี ทว่ามีธุรกิจขนาดเล็กเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้นที่ใช้ระบบดังกล่าว ซึ่งในระบบบัญชีใหม่นี้ ทางเจ้าของเอสเอ็มอีจะต้องใช้เวลาในการฝึกฝนเพียง 6 เดือนเท่านั้น
“นี่เป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจกัมพูชา เนื่องจากว่าเอสเอ็มอีนั้นมีสัดส่วนในการเสริมสร้างการเติบโตของเศรษฐกิจประเทศ ไม่เพียงเท่านั้นเอสเอ็มอีจะง่ายมากขึ้นในการแจ้งภาษีกับรัฐบาล และเข้าถึงสินเชื่อจากธนาคารต่างๆ” ตาอี กล่าว
ทั้งนี้ ข้อมูลจากทางการกัมพูชา เมื่อปี 2011 ระบุว่า กัมพูชามีเอสเอ็มอีมากกว่า 5 แสนแห่งในประเทศ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนของธุรกิจถึง 99% และจ้างงานคนทั้งหมดราว 1.67 ล้านตำแหน่ง
ด้าน ลี วิซัล ผู้จัดการสำนักงานของสหพันธ์สมาคมธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กของกัมพูชา (ฟาสเม็ก) ระบุว่า เจ้าของธุรกิจเอสเอ็มอีหลายแห่งยังคงบันทึกรายรับและรายจ่ายด้วยสมุดจดด้วยลายมือ ซึ่งเป็นเรื่องยากที่เอสเอ็มอีจะสามารถประเมินสภาวะการแข่งขันได้
“เรายินดีกับรูปแบบบัญชีใหม่ที่จะมีขึ้น และผมหวังว่านี่จะช่วยให้ภาคเอสเอ็มอีของเราพัฒนาได้รวดเร็วขึ้น”วิซัล กล่าว
ขณะเดียวกัน อิน ชานนี ประธานบริหาร ธนาคารอาเคลดา ระบุว่า รูปแบบการทำบัญชีที่มีความง่ายขึ้นนี้จะทำให้กัมพูชาสามารถเข้าถึงระบบมาตรฐานการทำบัญชี
“เมื่อพวกเขามีรายงานที่ชัดเจนจะเป็นเรื่องง่ายขึ้นของธุรกิจในการหาพาร์ตเนอร์หรือผู้ถือหุ้น และสามารถเข้าถึงสินเชื่อจากธนาคารและสถาบันการเงินได้ง่ายมากขึ้น” ซีอีโอธนาคารอาเคลดา กล่าว







