
อัดมาตรการตลท.
รายใหญ่ยัน อัดมาตรการ 5 ม.ค. ทำบรรยากาศเก็งกำไรเสีย ด้าน ตลท.มั่นใจเตือนสตินักลงทุน
รายใหญ่ยัน อัดมาตรการ 5 ม.ค. ทำบรรยากาศเก็งกำไรเสีย ด้าน ตลท.มั่นใจเตือนสตินักลงทุน
นักลงทุนรายใหญ่ เปิดเผยว่า การเก็งกำไรปีหน้าลำบาก หลังจากตลาดใช้มาตรการสกัดเก็งกำไรตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค.นี้ หุ้นยอดนิยมของรายย่อยจะหายไปจำนวนมาก โดยเฉพาะหุ้นที่เข้าเกณฑ์แคชบาลานซ์ ลดความร้อนแรงซื้อขายได้แค่รอบเดียว และมีความเสี่ยงหุ้นที่เข้าเกณฑ์จะถูกขึ้นเครื่องหมาย H เพื่อห้ามซื้อขายหุ้นชั่วคราวได้ง่าย
“หุ้นเก็งกำไรเป็นสีสันของตลาด ต้องมีกุ๊ยบ้าง แต่มาตรการที่ออกมา นักลงทุนต้องไปซื้อหุ้นธนาคาร หุ้นปูน หรือ ปตท. ซื้อแล้วกลับไปรอราคาขึ้น เห็นแล้วเหนื่ีอย ตลาดหยุมหยิมเกินไป” รายใหญ่กล่าว
นายสุภกิจ จิระประดิษฐกุล รองกรรมการผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ ฝ่ายกำกับตลาดทุน กล่าวว่า การปรับปรุงมาตรการกำกับดูแลการซื้อขายหลักทรัพย์ที่มีสภาพผิดปกติ ตั้งแต่ 5 ม.ค. 2558 เป็นมาตรการป้องกันเพื่อเตือนสตินักลงทุนให้รอบคอบในการซื้อขาย มองการลงทุนระยะยาว ไม่มีวัตถุประสงค์ที่จะคิดเบรกตลาด เพราะหากไม่มีมาตรการนี้ นักลงทุนจะได้รับความเสียหายจากราคาหุ้นเก็งกำไรที่ปรับตัวลงรวดเร็ว จะถูกบริษัทหลักทรัพย์จับขาย
รองผู้จัดการ ยอมรับว่าบรรยากาศการเก็งกำไรปีนี้สูงมาก นักลงทุนหันมาเล่นหุ้นขนาดเล็กในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ ทำให้มูลค่าการซื้อขายใน mai เฉลี่ยต่อวัน เพิ่มขึ้นเป็น 4,000-5,000 ล้านบาท จากเดิม 2,000-3,000 ล้านบาท และมูลค่าตลาดรวม (มาร์เก็ตแคป) mai สูงขึ้นตาม
ทั้งนี้ สาเหตุหนึ่งน่าจะมาจากหุ้นที่ขายประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) ที่เข้าซื้อขายในตลาด mai ระยะหลังนี้กำไรง่าย วันแรกราคาปรับขึ้นชนเพดาน (ซิลลิ่ง) 200% และขยายไปหุ้นเดิมตัวอื่นที่ซื้อขาย เป็นอารมณ์เดียวกันทั้งตลาด mai
“ที่เห็นอีกอย่างคือ อารมณ์ข่าวของนักลงทุน มีความอ่อนไหวไวต่อข่าว ไม่ได้พิจารณาข่าวอย่างละเอียด โพยหุ้นที่มาทางไลน์ ทำให้ราคาหุ้นเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว และนักลงทุนใจถึงมากขึ้น กล้าเข้าไปเก็งกำไรหุ้นที่มีการซื้อขายมาก พฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป ความเสียหายก็มาแบบเงียบๆ มาตรการที่ตลาดออกมาเพิ่มเติม จึงเป็นการป้องกันเตือนสตินักลงทุน” นายสุภกิจ กล่าว
ทั้งนี้ เกณฑ์ใหม่ตลาด คือ หุ้นที่เข้าเกณฑ์ Trading Alert แล้ว ต้องวางเงินสดก่อนซื้อ (แคชบาลานซ์) เป็นเวลา 3 สัปดาห์ หากหุ้นตัวนั้นเข้าเกณฑ์ Trading Alert ซ้ำเป็นครั้งที่ 2 จะถูกห้ามนำหุ้นนั้นเป็นวงเงินซื้อขายทุกบัญชี และยังต้องใช้แคชบาลานซ์อีก 3 อาทิตย์ หากยังเข้าเกณฑ์ Trading Alert เป็นครั้งที่ 3 นอกจากต้องซื้อด้วยแคชบาลานซ์ ห้ามนำมาคำนวณวงเงินซื้อขายแล้ว ยังห้ามเล่นหักกลบลบหนี้ (Net Settlement) วันเดียวกัน คือ ค่าขายจะคืนเป็นวงเงินในวันทำการถัดไป เป็นเวลา 3 สัปดาห์ นับจากวันประกาศ ส่วนบริษัทจดทะเบียนที่เข้าเกณฑ์ Trading Alert ต้องเปิดเผยข้อมูลสำคัญต่อไป
กรณีเลวร้ายสุดหุ้นปั่นรุนแรง ตลาดจะประกาศหยุดพักซื้อขายชั่วคราว







