
การตรวจสอบคุณภาพข้าว
วันนี้เกาะติดข้าวมีเรื่องราวพิเศษ เมื่อ สกล หาญสุทธิวารินทร์ ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการตรวจข้าว สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย อนุกรรมการในคณะอนุกรรมการตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าวคงเหลือของรัฐ ได้ทำหนังสือชี้แจงผลการตรวจสอบข้าวมา เนื้อหาดังนี้
วันนี้เกาะติดข้าวมีเรื่องราวพิเศษ เมื่อ สกล หาญสุทธิวารินทร์ ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการตรวจข้าว สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย อนุกรรมการในคณะอนุกรรมการตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าวคงเหลือของรัฐ ได้ทำหนังสือชี้แจงผลการตรวจสอบข้าวมา เนื้อหาดังนี้
เมื่อ คสช.เข้ามาบริหารประเทศ เมื่อเดือน พ.ค. 2557 มีสต๊อกข้าวจากการรับจำนำของรัฐบาลที่แล้วตกทอดมาให้บริหารจัดการ 17 ล้านตัน สิ่งแรกที่ต้องทำคือ จะต้องระบายข้าวดังกล่าวออกจากสต๊อกให้เร็วที่สุด เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายจากค่าเก็บรักษา ซึ่งเฉลี่ย 68 ล้านบาท/วัน จึงต้องลดความเสียหายจากข้าวเสื่อมคุณภาพตามระยะเวลาเก็บ
การจะระบายข้าวได้ สิ่งแรกต้องทราบคือปริมาณข้าวที่แท้จริงมีเท่าใด มีคุณภาพเป็นอย่างไร คณะอนุกรรมการตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าวคงเหลือของรัฐได้ดำเนินการดังนี้
1.แต่งตั้งคณะทำงานและตรวจสอบคุณภาพข้าว 100 ชุด แต่ละชุดมีผู้ตรวจราชการเป็นหัวหน้า มีกำลังพลซึ่งเป็นทหารจากทุกภาคในเขตพื้นที่ชุดละ 6 คน และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีก 5-6 คน
2.จัดให้มีการฝึกอบรมวิธีการชักตัวอย่างและการนับปริมาณข้าวให้แก่ทหารและจัดสัมมนาทำความรู้ความเข้าใจกับชุดที่จะตรวจสอบสต๊อกและคุณภาพก่อนออกไปปฏิบัติการ
3.กำหนดให้ตรวจสอบปริมาณและชักตัวอย่างข้าวทุกกอง การชักตัวอย่างใช้วิธีการสุ่มจากรอบกองทุกด้านและด้านบนกอง ส่วนข้าวที่บรรจุในถังไซโลก็ใช้วิธีการให้ลำเลียงข้าวในปริมาณที่กำหนดไว้ ซึ่งเป็นวิธีปฏิบัติที่เป็นที่ยอมรับ สอดคล้องกับวิธีการของกระทรวงพาณิชย์
4.ข้าวสารที่สีจากข้าวเปลือกที่รับจำนำ ได้กำหนดให้สีเป็นข้าวสารตามมาตรฐานข้าว เช่น หากให้สีเป็นข้าวขาว 5% ถ้าเป็นไปโดยสุจริตข้าวที่สีได้ก็ต้องเป็นข้าวขาว 5% ไม่ว่าจะสีมาจากโรงสีใด อาจแตกต่างกันได้เล็กน้อยตามสภาพอันเป็นธรรมชาติของข้าว เว้นแต่จะมีกรณีทุจริตนำข้าวคุณภาพต่ำหรือต่างชนิดไปซุกอยู่ข้างในกองนั้น
ขั้นตอนการตรวจสอบยังมีรายละเอียดอีกฉบับหน้ามาว่ากัน







