posttoday
3R กับต้นทุน

3R กับต้นทุน

26 ธันวาคม 2557

ทุกวันนี้ผู้ผลิตสินค้าจะต้องยอมรับความจริงที่ว่า เมื่อเกิดโรงงานขึ้นมา มันก็มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแน่นอน (ไม่มากก็น้อย)

ทุกวันนี้ผู้ผลิตสินค้าจะต้องยอมรับความจริงที่ว่า เมื่อเกิดโรงงานขึ้นมา มันก็มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแน่นอน (ไม่มากก็น้อย)

ดังนั้น ผู้ผลิตหรือผู้ประกอบการจึงต้องมีจิตสำนึกของความรับผิดชอบต่อสังคมด้วย

ปัญหาอยู่ที่ว่าจะทำอย่างไรถึงจะทำให้ผู้ประกอบการมีจิตสำนึกหรือมีความตระหนักได้เองในเรื่องนี้

ผมคิดว่าผู้ประกอบการยุคใหม่มักจะให้ความสำคัญในเรื่องนี้อยู่แล้ว แต่ผู้บริโภคจะยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะเป็นคนคอยชี้ทางให้ผู้ประกอบการเดินไปในทางที่ถูกต้อง เพราะถ้าตราบใดที่ผู้บริโภคไม่ส่งสัญญาณ
ผู้ผลิตบางรายก็ยังคิดว่าสิ่งที่เขาทำอยู่ถึงแม้มันจะผิดแต่ว่ามันไม่ร้ายแรง จึงยังทำผิดได้อยู่ เพราะคนก็ยังยอมรับอยู่

ผู้บริโภคจึงควรจะส่งสัญญาณโดยเลือกซื้อเลือกใช้สินค้าอย่างมีประสิทธิภาพและพิถีพิถันมากขึ้น คือ ต้องมองในแง่ของข้อมูลจากตัวสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่นอกจะให้ประโยชน์กับการใช้งานของตัวเราเองแล้ว สินค้านั้นยังต้องให้ประโยชน์กับระบบนิเวศโดยไม่สร้างปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อมด้วย

ในวันนี้ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนจึงต้องเปลี่ยนทัศนคติในเรื่องนี้ใหม่ โดยทั้งสองภาคส่วนจะต้องจับมือร่วมด้วยช่วยกันอย่างใกล้ชิด

เมื่อต้องรับผิดชอบต่อสังคมแล้ว ผู้ประกอบการหลายท่านอาจเกิดข้อสงสัยในเรื่องของต้นทุนและความสามารถในการแข่งขัน แต่เมื่อลองดูงานศึกษาวิจัยหลายชิ้นที่เข้าไปศึกษาในบริษัทต่างๆ แล้วจะพบว่าบริษัทที่มีแนวความคิดเรื่องนี้ พนักงานในองค์กรนั้นจะเป็นคนที่มีความสามารถสูง เพราะคนได้พัฒนาวิธีคิดใหม่จากการปรับปรุงระบบงาน องค์กรก็จะมีความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น

เรื่องที่ทำได้ไม่ยาก ก็คือ การใช้ “หลักการ 3R” คือ Reduce Reuse และ Recycle ในองค์กร สิ่งที่ผมอยากเห็นก็คือ ภาคธุรกิจอุตสาหกรรมลุกขึ้นมาทำเยอะๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือ สนับสนุนชุมชน หรือสังคมโดยรอบ เพื่อให้ดำเนินการเรื่อง 3R ให้ไปด้วยกันได้ แม้ว่าภาคธุรกิจที่ไปรับซื้อขยะ รับซื้ออะไรจากชุมชนจากสังคมเพื่อนำมาใช้เป็นวัตถุดิบ หรือนำมาใช้เป็นอะไรต่างๆ อาจจะลดต้นทุนได้
ไม่เยอะมากเท่าไหร่

แต่สิ่งที่อยากจะเน้นก็คือ อุตสาหกรรมน่าจะใช้ “หลักการ 3R” นี้ช่วยในการพัฒนาให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็ง คือการกระตุ้นให้แต่ละครัวเรือนนำ 3R ไปใช้ในการแยกขยะ แล้วก็ขายกันเอง

เรื่องรายได้ที่เกิดขึ้น อาจจะไม่มีความหมายกับคนมีอันจะกิน แต่มีความหมายในนัยอื่นๆ มาก

หากเรามองในรูปแบบของการที่ชุมชนรวมกลุ่มกันแล้วทำเรื่องพวกนี้ จริงๆ แล้วเขาไม่ได้ทำเรื่อง พวกนี้เพียงอย่างเดียว แต่พวกเขานำจุดนี้มาเป็นตัวขับเคลื่อน มันก็เหมือนกับเราทำให้ชุมชน เกิดการพูดคุยกัน ทำให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง การที่ชุมชนพูดคุยกัน ทำในเรื่องเดียวกัน จะนำพาไปสู่เรื่องของการแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นมากมาย

ทุกวันนี้ แม้คำว่า 3R จะรับรู้กันอย่างกว้างขวาง แต่ผลลัพธ์กลับสวนทางกัน ก็คือ ขยะไม่ได้ลดลง แต่กลับเพิ่มขึ้น คำถามก็คือเกิดอะไรขึ้น เพราะฉะนั้นตรงนี้อยากฝากแนวความคิดไว้ว่า คำว่า 3R จริงๆ โดยหลักของมันแล้วมันก็คือเครื่องมือหรือช่องทางในการที่จะมาช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการบริโภคอย่างไร้ขอบเขต พูดง่ายๆ ก็คือ ขยะที่เหลือจากการบริโภค

เพราะฉะนั้นวิธีดีที่สุด ก็คือ ต้องกลับไปดับที่ตัวเหตุว่าทำอย่างไรถึงจะให้ทุกคนทั้งในฐานะที่เป็นทั้งผู้บริโภคและเป็นทั้งผู้ผลิตให้ความสำคัญกับการบริโภคอย่างพอเพียง เพราะเมื่อบริโภคอย่างพอเพียงแล้วขยะก็จะเหลือน้อย แล้วก็นำเครื่องมือ “3R” มาใช้อีกทีหนึ่ง มันเหมือนกับว่าเราพยายามทำในสิ่งที่ดีอยู่แล้วให้มันดียิ่งขึ้นอีก

เรื่องที่ชวนคิดต่อ ก็คือ จะทำอย่างไรจึงจะขยายผลเรื่อง “3R” นี้ได้มากๆ เพราะถึงวันนี้แล้วแนวคิดนี้ยังไม่ขยายผลรวดเร็วเท่าที่ควร จึงเป็นหน้าที่ของทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชนรวมทั้งสื่อสารมวลชนและภาคส่วนต่างๆ จะต้องช่วยกัน

จะว่าไปแล้ว เรามีต้นแบบที่ทำสำเร็จและเห็นผลแล้วมากมาย และผู้ประกอบการจำนวนมากได้นำหลักการ 3R ไปใช้ในการลดวัตถุดิบหรือลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ

เมื่อเราใช้วัตถุดิบหรือทรัพยากรลดลงได้ ต้นทุนการผลิตและปัญหาสิ่งแวดล้อมก็จะลดลงด้วยครับผม!

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน