posttoday
ธุรกิจรุ่ง-ร่วง

ธุรกิจรุ่ง-ร่วง

26 ธันวาคม 2557

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ออกมาเปิดเผย 10 อันดับธุรกิจดาวเด่น-ร่วงในปี 2558 พบว่า ธุรกิจบริการทางการแพทย์และความงาม ยังคงเป็นธุรกิจที่มีความโดดเด่นเป็นอันดับ 1 ติดต่อกัน 3 ปี รองลงมา คือ ธุรกิจเครื่องสำอางและครีมบำรุงผิว (สกินแคร์) อันดับ 3 ได้แก่ ธุรกิจเทคโนโลยีสื่อสาร

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ออกมาเปิดเผย 10 อันดับธุรกิจดาวเด่น-ร่วงในปี 2558 พบว่า ธุรกิจบริการทางการแพทย์และความงาม ยังคงเป็นธุรกิจที่มีความโดดเด่นเป็นอันดับ 1 ติดต่อกัน 3 ปี รองลงมา คือ ธุรกิจเครื่องสำอางและครีมบำรุงผิว (สกินแคร์) อันดับ 3 ได้แก่ ธุรกิจเทคโนโลยีสื่อสาร

อันดับ 4 ธุรกิจการศึกษาและท่องเที่ยว อันดับ 5 ธุรกิจประกันภัยและประกันชีวิต อันดับ 6 ธุรกิจเครื่องดื่ม อันดับ 7 ธุรกิจถุงมือยางถุงมือตรวจโรคและธุรกิจก่อสร้างและวัสดุก่อสร้าง อันดับ 8 ธุรกิจสินค้าสำหรับผู้สูงอายุ อันดับ 9 ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ (แนวดิ่ง) และธุรกิจร้านกาแฟ และอันดับ 10 ธุรกิจประมงน้ำจืดและธุรกิจรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์

สำหรับธุรกิจดาวร่วงในปี 2558 พบว่า อันดับ 1 คือ ธุรกิจดอกไม้ประดิษฐ์ รองลงมา คือ ธุรกิจหัตถกรรมทั่วไป อันดับ 3 ผักผลไม้อบแห้ง อันดับ 4 สิ่งทอผ้าผืน (งานไม่เน้นฝีมือ) อันดับ 5 ร้านค้าดั้งเดิม (โชห่วย) อันดับ 6 ยางพารา อันดับ 7 โทรทัศน์สีรุ่นธรรมดา (จอตู้) อันดับ 8 ข้าว อันดับ 9 ส้วมนั่งยอง และอันดับ 10 รถจักรยานยนต์ (มอเตอร์ไซค์)

ธุรกิจดาวเด่น เป็นการขยายตัวตามสิ่งที่เกิดตามธรรมชาติ เช่น การก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ การเปลี่ยนแปลงสู่สังคมเมืองมากขึ้น รวมทั้งนโยบายของภาครัฐ เช่น การผลักดันการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล เช่นเดียวกับธุรกิจดาวร่วง เป็นไปตามการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค อย่างกรณี รถมอเตอร์ไซค์ ที่คนหันไปซื้อรถยนต์นั่ง หรือบิ๊กไบค์แทน

อย่างไรก็ตาม แม้ธุรกิจบางอย่างจะเป็นดาวร่วงจากผลสำรวจ หรือเป็นไปตามแนวโน้มพฤติกรรมของผู้บริโภคหรือสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป แต่หากผู้ประกอบการปรับตัวและพัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่อง สินค้าดาวร่วงก็จะยังคงเดินหน้าต่อไปได้ โดยเฉพาะกลุ่มงานหัตถกรรม ซึ่งไทยมีความชำนาญโดดเด่นในอาชีพประเภทนี้

และเท่าที่ติดตามข่าว กลุ่มวิสาหกิจชุมชนหลายแห่ง มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อยกระดับสินค้าของชุมชนอย่างต่อเนื่อง แม้จะขาด
องค์ความรู้ที่จะต่อยอด รวมถึงการพัฒนาในช่องทางการตลาด เพื่อจำหน่ายและกระจายสินค้าไปสู่ผู้บริโภคในวงกว้างมากขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ภาครัฐต้องเข้าไปให้ความช่วยเหลือให้ถึงผู้ประกอบการอย่างทั่วถึง

แม้แนวโน้มเศรษฐกิจในปีหน้าน่าจะฟื้นตัวดีกว่าปีนี้ แต่สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ยังอยู่ในภาวะน่าเป็นห่วง เพราะกำลังซื้อยังไม่ฟื้นตัวดีนัก โดยเฉพาะในกลุ่มรากหญ้า ที่พึ่งพารายได้จากสินค้าเกษตรเป็นหลัก การหันมาให้ความสำคัญในการพัฒนาตัวเองของผู้ประกอบการ จะเป็นหนทางที่จะทำให้ผู้ประกอบการได้แข็งแกร่งมากขึ้น เพื่อเผชิญกับสถานการณ์ในทุกรูปแบบ และเมื่อเศรษฐกิจฟื้นจะฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท