posttoday
การแข่งขัน... มาตรการด้านภาษี

การแข่งขัน... มาตรการด้านภาษี

26 ธันวาคม 2557

คาดกันว่าเมื่อเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซีแล้ว จะมีการเพิ่มขึ้นของการเข้ามาลงทุนในอาเซียนจากกลุ่มประเทศนอกอาเซียน หรือมีการโยกย้ายซัพพลายเชนของกลุ่มธุรกิจต่างประเทศที่ดำเนินกิจการในเอเชียอยู่แล้ว เพื่อใช้สิทธิประโยชน์ที่จะได้จากเออีซี โดยเหตุที่ว่าการจัดเก็บภาษีในกลุ่มภาษีเงินได้ ยังคงเป็นไปตามกฎหมายภายในของแต่ละประเทศสมาชิก แต่ละประเทศในอาเซียนมีแนวโน้มที่จะนำมาตรการทางด้านภาษีมาเป็นตัวจูงใจนักลงทุนต่างประเทศ เพื่อให้เข้ามาลงทุนในประเทศของตน

คาดกันว่าเมื่อเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซีแล้ว จะมีการเพิ่มขึ้นของการเข้ามาลงทุนในอาเซียนจากกลุ่มประเทศนอกอาเซียน หรือมีการโยกย้ายซัพพลายเชนของกลุ่มธุรกิจต่างประเทศที่ดำเนินกิจการในเอเชียอยู่แล้ว เพื่อใช้สิทธิประโยชน์ที่จะได้จากเออีซี โดยเหตุที่ว่าการจัดเก็บภาษีในกลุ่มภาษีเงินได้ ยังคงเป็นไปตามกฎหมายภายในของแต่ละประเทศสมาชิก แต่ละประเทศในอาเซียนมีแนวโน้มที่จะนำมาตรการทางด้านภาษีมาเป็นตัวจูงใจนักลงทุนต่างประเทศ เพื่อให้เข้ามาลงทุนในประเทศของตน

ดังนั้น การเข้าสู่เออีซีนอกจากจะทำให้ประเทศในกลุ่มอาเซียนมีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น ส่งเสริมให้ภูมิภาคนี้มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจ มีอำนาจต่อรองกับประเทศคู่ค้าในย่านเศรษฐกิจอื่นมากขึ้นแล้ว ยังทำให้เกิดการแข่งขันกันเองระหว่างประเทศสมาชิก

ในปัจจุบันประเทศสมาชิกอาเซียนเกือบทั้งหมดมีการให้การส่งเสริมโดยให้สิทธิพิเศษทางด้านภาษี ไม่ว่าจะเป็นการยกเว้นทั้งหมด หรือลดอัตราภาษีสำหรับนักลงทุนต่างประเทศที่เข้ามาลงทุนในกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนในประเทศของตน หากเทียบเคียงกับของประเทศไทยก็คือ การให้การส่งเสริมการลงทุนโดยคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)

ดังนั้น ตั้งแต่ปีหน้าบีโอไอจะบังคับใช้ยุทธศาสตร์การส่งเสริมการลงทุนในระยะ 7 ปี (2558-2564) โดยเน้นการให้สิทธิประโยชน์ตามประเภทกิจการ กล่าวคือ กำหนดสิทธิประโยชน์ตามลำดับความสำคัญของประเภทกิจการเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย เรื่องหนึ่งที่เพิ่มขึ้นมาคือการให้ สิทธิประโยชน์ทางภาษีเพิ่มเติมตามคุณค่าของโครงการ (Merit-base Incentive) กล่าวคือ การให้วงเงินและระยะเวลายกเว้นภาษีเงินได้เพิ่มเติมตามสัดส่วนเงินลงทุนหรือค่าใช้จ่ายต่อยอดขาย เพื่อจูงใจให้มีการเพิ่มการลงทุนหรือใช้จ่ายในกิจการที่เป็นประโยชน์มากขึ้น

อีกเรื่องหนึ่งที่มีการส่งเสริมและแข่งขันกันมากก็คือ การส่งเสริมให้จัดตั้งสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค (ROH) สำนักงานใหญ่ข้ามประเทศ (IHQ) และการค้าระหว่างประเทศ (ITC) โดยมีการให้สิทธิประโยชน์ทั้งด้านภาษีและที่ไม่ใช่ภาษี ซึ่งทั้งสิงคโปร์ เวียดนาม มาเลเซีย รวมทั้งไทยมีการส่งเสริมในเรื่องนี้

ทั้งนี้ สิงคโปร์มักจะถูกกล่าวถึงในฐานะทางเลือกลำดับต้นๆ สำหรับการจัดตั้ง ROH หรือ IHQ รวมถึง ITC (ในสิงคโปร์เรียกว่า Global Trading Program) เนื่องจากมีการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่มากกว่า อีกทั้งยังมีเงื่อนไขข้อจำกัดต่างๆ ที่ไม่มากเท่าประเทศอื่น นอกจากนี้สิงคโปร์ยังให้สิทธิประโยชน์กรณีจัดตั้งศูนย์บริหารทางการเงิน (TC) เพื่อดึงดูดนักลงทุนจากต่างประเทศเพิ่มเติม

ไทยเองก็ตระหนักในเรื่องนี้ ปัจจุบันไทยมี ROH กับศูนย์กลางการจัดหาสินค้าเพื่อการผลิตระหว่างประเทศ (IPC) อยู่แล้ว แต่ปัจจุบันยังไม่เป็นที่นิยมเท่าที่ควร บีโอไอจึงได้มีมาตรการเพิ่มเติมเพื่อส่งเสริมให้มีการจัดตั้ง IHQ กับ ITC ทั้งนี้กิจกรรมที่ให้การส่งเสริมใน IHQ จะมีมากกว่า ROH เดิม สาระที่สำคัญจะมีการเพิ่มคือ เรื่องกิจกรรมการค้าระหว่างประเทศในกลุ่มเดียวกัน และกิจกรรมศูนย์บริหารการเงิน โดยกรมสรรพากรจะมีการออกสิทธิประโยชน์ทางภาษี และเงื่อนไขในต้นปี 2558 ซึ่งเป็นที่คาดหวังว่าสิทธิประโยชน์ทางภาษีจะเพิ่มมากขึ้น เช่น เดิมทีในการค้าระหว่างประเทศไม่ได้รับสิทธิภาษีพิเศษ ก็จะได้รับสิทธิเสียภาษีในอัตรา 10% ถ้าเป็นไปตามเงื่อนไข อย่างไรก็ดี ยังต้องติดตามความชัดเจนของเรื่องดังกล่าวต่อไป

ในความเป็นจริงแล้วประเทศไทยถือว่าได้เปรียบกว่าประเทศอื่นในอาเซียน ถ้าเทียบกันในเรื่องของค่าใช้จ่าย เช่น ค่าแรง ค่าเช่า และค่าครองชีพ เป็นต้น แต่อย่างไรก็ดีสิทธิประโยชน์ทางภาษียังคงเป็นปัจจัยสำคัญหนึ่งที่นักลงทุนต่างประเทศต่างคาดหวัง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท