posttoday
สอบข้อมูล‘ขายข้าว’ บิ๊กตู่สางปมทุจริตทุกขั้นตอน

สอบข้อมูล‘ขายข้าว’ บิ๊กตู่สางปมทุจริตทุกขั้นตอน

25 ธันวาคม 2557

กลายเป็นความสับสนในเชิงข้อมูลเกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐบาล เมื่อผลสรุปปริมาณสต๊อกข้าวสารคงเหลือของรัฐบาลมีความแตกต่างกัน แม้ว่าจะมีข้อมูลมาจากแหล่งเดียวกันก็ตาม

กลายเป็นความสับสนในเชิงข้อมูลเกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐบาล เมื่อผลสรุปปริมาณสต๊อกข้าวสารคงเหลือของรัฐบาลมีความแตกต่างกัน แม้ว่าจะมีข้อมูลมาจากแหล่งเดียวกันก็ตาม

นั่นคือผลการตรวจสอบคุณภาพข้าวสารของอนุกรรมการตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าวคงเหลือของรัฐ ที่มี ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานอนุกรรมการ ซึ่งสรุปผลตรวจสอบสต๊อกข้าว ณ วันที่ 22 พ.ค. 2557 ที่มีปริมาณข้าวสารคงเหลือ 17.963 ล้านตัน เป็นข้าวผ่านมาตรฐาน (ข้าวดี)​​​​ 2.197 ล้านตัน ข้าวไม่ตรงตามมาตรฐาน​ (ต่ำกว่ามาตรฐาน) ​14.405 ล้านตัน ข้าวผิดชนิด​​​​ 6.8 หมื่นตัน และข้าวกองล้ม/ข้าวที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ประมาณ 5.99 แสนตัน 

แต่เป็นตัวเลขที่แตกต่างจากข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์ เมื่อ ชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ให้ข้อมูลว่า ปริมาณข้าวคงเหลือในสต๊อกของรัฐ ณ วันที่ 2 ก.ค. 2557 อยู่ที่ 17.8 ล้านตัน เป็นข้าวที่ผ่านมาตรฐาน 2.35 ล้านตัน ซึ่งในจำนวนนี้มีการขายออกไปบางส่วน 4 แสนตัน เป็นข้าวต่ำกว่ามาตรฐาน 14.4 ล้านตัน เป็นข้าวเสีย 6.94 แสนตัน และมีข้าวหายจากสต๊อกกว่า 3.9 แสนตัน

อีกทั้งหากเปรียบเทียบกับข้อมูลของอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว ที่มี รังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธานอนุกรรมการ ก็จะได้ข้อมูลอีกชุดหนึ่ง โดยอนุกรรมการสรุปว่า ณ วันที่ 22 พ.ค. 2557 มีปริมาณข้าวสารคงเหลือในสต๊อกรัฐ 19.2 ล้านตัน และเป็นปริมาณข้าวที่แตกต่างจากข้อมูลสต๊อกข้าวคงเหลือ ณ วันที่ 22 พ.ค. 2557 ที่กระทรวงพาณิชย์รายงานต่อ คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) เมื่อวันที่ 28 ก.ค. 2557 พบว่ามีปริมาณข้าวสารในบัญชี 18.862 ล้านตัน แบ่งเป็นข้าวในคลังขององค์การคลังสินค้า (อคส.) 14.291 ล้านตัน และข้าวสารในคลังองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) 4.571 ล้านตัน      

เหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าการจัดเก็บข้อมูลข้าวสารในสต๊อกของรัฐบาลที่ไม่เป็น “เอกภาพ” และมีผล
กระทบต่อความน่าเชื่อถือของตัวเลขทางการ

สอดคล้องกับปรากฏการณ์ที่น่าสนใจ คือ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 9 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยสั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ตรวจสอบข้อมูลการขายข้าวในรูปแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี และการขายข้าวในรูปแบบอื่นๆ ในช่วงที่ผ่านมา และให้นำเสนอข้อมูลการขายข้าวให้สาธารณชนรับทราบ

“ขณะนี้ยังไม่ทราบมติ ครม.ดังกล่าว หรือมีหนังสือมายังกรม และต้องขอไปตรวจสอบก่อนว่ามติ ครม.ให้ตรวจสอบสัญญาขายข้าวจีทูจีตั้งแต่ช่วงใด แต่หากเป็นการขายข้าวจีทูจีของรัฐบาลชุดที่แล้ว กรมได้ทยอยส่งข้อมูลให้กับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มาตั้งแต่ก่อนที่ตนจะเข้ามารับตำแหน่งอธิบดีแล้ว โดยเป็นการทยอยให้ข้อมูลตามที่ ป.ป.ช.ได้ทำเรื่องขอข้อมูลการขายข้าวจีทูจี” ดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ระบุ

อย่างไรก็ตาม ข้อสั่งการของนายกฯ ดังกล่าว แม้ว่าจะมีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปใช้ในเป็นข้อมูลประกอบการการชี้มูลความผิดกรณีการระบายข้าวสารในโครงการรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แต่ในทางหนึ่งก็ถือเป็นการเคลียร์ข้อมูลที่ชัดเจน เพราะเป็นที่รู้กันในวงการค้าข้าวว่าการขายข้าวสารในช่วงนั้น “มั่วมาก” เพราะการขนย้ายข้าวสารออกจากโกดัง เพียงแค่อ้างชื่อ “หมอ” หรือ “บริษัทแห่งหนึ่ง” หัวหน้าคลังก็ยอมให้มีการขนย้ายข้าวออกโกดังได้ทันที โดยไม่ต้องมีเอกสารใดๆรองรับ

ปราโมทย์ วานิชานนท์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมโรงสีข้าวไทย ให้ข้อมูลว่า การขนข้าวออกจากโกดังหรือขายข้าวในรัฐบาลยุคก่อน เรียกว่ามีการถือวิสาสะอ้างชื่อคนที่มีอิทธิพลใหญ่ว่ารัฐมนตรีขนข้าวออกจากโกดัง ซึ่งหลายๆ กรณีไม่มีการจ่ายเงิน หรือนำใบเบิกข้าวมาแสดง และไม่มีการแทงบัญชีขนข้าวออก ซึ่งการที่ พล.อ.ประยุทธ์ สั่งตรวจสอบในเรื่องนี้จะทำให้รู้ว่ามีการทุจริตในขั้นตอนระบายข้าวอย่างไร และรู้สาเหตุที่ว่าโครงการรับจำนำข้าวเสียหาย 6 แสนล้านบาท

“ถ้ามีข้อมูลว่าการซื้อขายหรือขนข้าวเป็นอย่างไร ทีนี่ไม่เพียงแต่เฉพาะจัดการกับการทุจริตขายข้าวจีทูจีแล้ว ยังจัดการกรณีไอ้โม่งแอบเอาข้าวไปขาย หรือข้าวหายได้ทั้งกระบวนการ” ปราโมทย์ ระบุ

ต้องติดตามว่ากระทรวงพาณิชย์จะหาหลักฐานมาแสดงได้ครบถ้วนหรือไม่

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท