posttoday
ตลาดหุ้นยังขึ้นต่อได้ในปี'58

ตลาดหุ้นยังขึ้นต่อได้ในปี'58

25 ธันวาคม 2557

แต่ต้องจับตาการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดช่วงกลางปีเราเชื่อว่าตลาดหุ้นจะปรับขึ้นได้ต่อในปี 2558 เนื่องจาก

แต่ต้องจับตาการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดช่วงกลางปีเราเชื่อว่าตลาดหุ้นจะปรับขึ้นได้ต่อในปี 2558 เนื่องจาก

1) การปรับตัวขึ้นในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ยังไม่สูงนักเมื่อเทียบกับในอดีตการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ยังนับว่าไม่สูงนักเมื่อเทียบกับในอดีต อย่างเช่นดัชนี S&P500 ที่ปรับขึ้นกว่า 65% ในระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ยังนับว่าน้อยกว่าช่วงปี 2538-2542 ที่ดัชนี ปรับขึ้นกว่า 220% เราเชื่อว่าการปรับตัวในช่วงที่ผ่านมาเป็นไปอย่างสมเหตุสมผล และสอดคล้องกับการฟื้นตัวของผลประกอบการ ดังนั้นระดับของตลาดหุ้นในปัจจุบันจึงยังไม่ใช่ระดับที่เสี่ยงหรือแพงจนเกินไป

2)สภาพคล่องในระบบการเงินโลกยังคงเพิ่มขึ้นจากนโยบายของ ECB และ BOJสภาพคล่องในปี 2558 จะยังคงเพิ่มขึ้น แม้เฟดจะประกาศยุติมาตรการ QE ไปแล้วในปีนี้ โดย BOJ ได้ประกาศขยายการเข้าซื้อพันธบัตรตามมาตรการ QQE2 ซึ่งตั้งเป้าหมายขยายงบดุลของธนาคารกลางอีก 80 ล้านล้านเยน(667 พันล้านเหรียญสหรัฐ) ในปี 2558ส่วนทางธนาคารกลางยุโรป (ECB) แม้จะยังไม่ประกาศแผนการเข้าซื้อพันธบัตรในตอนนี้ แต่นายมาริโอ ดรากี ประธาน ECB ได้เคยกล่าวว่า ECB ตั้งเป้าหมายจะขยายงบดุลอีก 1 ล้านล้านยูโร เพื่อแก้ไขปัญหาเงินฝืด ทั้งนี้นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่า ECB จะประกาศใช้มาตรการ QE ภายในปีหน้า และคาดว่างบดุลของ ECB จะขยายตัวราว 550 พันล้านยูโร (660 พันล้านเหรียญสหรัฐ) ในปี 2558 โดยนโยบายผ่อนคลายทางการเงินของทั้ง ECB และ BOJ คาดว่าจะเพิ่มสภาพคล่องในระบบการเงินโลกในปีหน้าราว 1.3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งมากกว่าสภาพคล่องในปี 2557 ที่เพิ่มขึ้นเพียง 4.3 แสนล้านเหรียญสหรัฐ

3)Valuation ของตลาดหุ้นที่ยังน่าสนใจกว่าตราสารหนี้ Valuation ของตลาดหุ้นที่ยังน่าสนใจกว่าตราสารหนี้ โดยหากพิจารณาจาก Earning Yieldของดัชนี S&P500 (ส่วนกลับของค่าพี/อี) ซึ่งในปัจจุบันอยู่ที่ 5.5% ยังสูงกว่าผลตอบแทนจากพันธบัตรรัฐบาล อายุ 10 ปีสหรัฐ (2.1%) อยู่ราว 3.4% ซึ่งนับเป็นส่วนต่างที่สูงเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 0.4% ส่วนต่างที่สูงดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า Valuation ของตลาดหุ้นนั้นยังดูน่าสนใจกว่าตราสารหนี้แม้เรายังมีมุมมองเชิงบวกต่อการลงทุนในตลาดหุ้นในปี 2558 แต่การขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในช่วงกลางปีจะเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญจากการศึกษาผลกระทบต่อตลาดหุ้นของการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด เราพบว่าตลาดหุ้นจะถูกกระทบผ่านค่าพี/อี ที่มักจะหดตัวเมื่อมีการขึ้นดอกเบี้ย โดยในช่วงการขึ้นดอกเบี้ย 3 ครั้งล่าสุด ค่า P/E Ratio ของดัชนี S&P500 ปรับตัวลงเฉลี่ย 8.6% ในช่วง 6 เดือนหลังการขึ้นดอกเบี้ย อย่างไรก็ดี การขยายตัวของผลประกอบการในช่วงที่มีการขึ้นดอกเบี้ยมักขยายตัวในอัตราที่สูง เนื่องจากเป็นช่วงที่เศรษฐกิจมีการเติบโตสูง จึงทำให้การขยายตัวของผลกำไรนั้นมากกว่าการหดตัวของค่าพี/อี และทำให้ตลาดหุ้นสามารถปรับตัวขึ้นได้ในช่วงที่มีการขึ้นดอกเบี้ยเราเชื่อว่าการขึ้นดอกเบี้ยในปี 2558 จะส่งผลกระทบที่จำกัดต่อค่าพี/อี เนื่องจาก 1) ค่าพี/อี ก่อนการขึ้นดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าในอดีต 2) Valuation ของตลาดหุ้นที่ยังดูน่าสนใจเมื่อเทียบกับตลาดตราสารหนี้ 3) การอัดฉีดสภาพคล่องของ ECB และ BOJ และ 4) อัตราเงินเฟ้อที่ต่ำทำให้เฟดสามารถขึ้นดอกเบี้ยได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ