posttoday
การหักลดหย่อนบุตร กรณีไม่ได้จดทะเบียนสมรส

การหักลดหย่อนบุตร กรณีไม่ได้จดทะเบียนสมรส

25 ธันวาคม 2557

หลังจากที่ผมได้เขียน หักลดหย่อนบุตร มีเงื่อนไขอะไรบ้าง ไปเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ก็มีท่านผู้อ่านหลายท่านสอบถามเกี่ยวกับการหักลดหย่อนบุตรในกรณีต่างๆ กรณีหนึ่งที่มีคนสอบถามกันเข้ามามากก็คือ กรณีไม่ได้จดทะเบียนสมรส แต่มีบุตร ทั้งสามีและภรรยาจะมีสิทธิหักลดหย่อนบุตร 15,000 บาท และค่าศึกษาอีก 2,000 บาท ได้หรือไม่ หากจะหักได้ต้องแนบหลักฐานอะไรให้กรมสรรพากรบ้าง ผมขอตอบคำถามโดยอ้างอิงประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1546 และ 1547 ที่บัญญัติไว้ว่า– มาตรา 1546 เด็กเกิดจากหญิงที่ไม่ได้มีการสมรสกับชายให้ถือว่าเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของหญิงนั้น – มาตรา 1547 บัญญัติว่า เด็กเกิดจากบิดามารดาที่มิได้มีการสมรสกันจะเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายต่อเมื่อบิดามารดาได้สมรสกันในภายหลัง หรือบิดาได้จดทะเบียนว่าเป็นบุตร หรือศาลพิพากษาว่าเป็นบุตรจากมาตรา 1546 สรุปว่า ฝ่ายชายนั้นไม่มีสิทธิจะนำบุตรไปลดหย่อนภาษี ในกรณีสมรสไม่จดทะเบียนนะครับ (เพราะถือว่าไม่ได้เป็นบุตรที่ชอบธรรมโดยกฎหมายครับ) ยกเว้นจะเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายต่อเมื่อมีการจดทะเบียนสมรสกันภายหลัง หรือบิดาได้จดทะเบียนรับรองการเป็นบุตรตามมาตรา 1547 ครับ ส่วนฝ่ายหญิงถึงแม้ไม่ได้จ

หลังจากที่ผมได้เขียน หักลดหย่อนบุตร มีเงื่อนไขอะไรบ้าง ไปเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ก็มีท่านผู้อ่านหลายท่านสอบถามเกี่ยวกับการหักลดหย่อนบุตรในกรณีต่างๆ กรณีหนึ่งที่มีคนสอบถามกันเข้ามามากก็คือ กรณีไม่ได้จดทะเบียนสมรส แต่มีบุตร ทั้งสามีและภรรยาจะมีสิทธิหักลดหย่อนบุตร 15,000 บาท และค่าศึกษาอีก 2,000 บาท ได้หรือไม่ หากจะหักได้ต้องแนบหลักฐานอะไรให้กรมสรรพากรบ้าง ผมขอตอบคำถามโดยอ้างอิงประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1546 และ 1547 ที่บัญญัติไว้ว่า– มาตรา 1546 เด็กเกิดจากหญิงที่ไม่ได้มีการสมรสกับชายให้ถือว่าเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของหญิงนั้น – มาตรา 1547 บัญญัติว่า เด็กเกิดจากบิดามารดาที่มิได้มีการสมรสกันจะเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายต่อเมื่อบิดามารดาได้สมรสกันในภายหลัง หรือบิดาได้จดทะเบียนว่าเป็นบุตร หรือศาลพิพากษาว่าเป็นบุตรจากมาตรา 1546 สรุปว่า ฝ่ายชายนั้นไม่มีสิทธิจะนำบุตรไปลดหย่อนภาษี ในกรณีสมรสไม่จดทะเบียนนะครับ (เพราะถือว่าไม่ได้เป็นบุตรที่ชอบธรรมโดยกฎหมายครับ) ยกเว้นจะเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายต่อเมื่อมีการจดทะเบียนสมรสกันภายหลัง หรือบิดาได้จดทะเบียนรับรองการเป็นบุตรตามมาตรา 1547 ครับ ส่วนฝ่ายหญิงถึงแม้ไม่ได้จดทะเบียนสมรสก็สามารถนำบุตรมาหักลดหย่อนภาษีได้ครับ

ส่วนการจดทะเบียนรับรองบุตรคืออะไร และทำอย่างไรนั้น ผมขออนุญาตนำข้อมูลจากศาลเยาวชนและครอบครัวกลางมาเสนอครับ

การรับรองบุตร เป็นวิธีการหนึ่งที่จะทำให้บุตรนอกสมรสเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของบิดาได้ ซึ่งวิธีการนี้บิดาสามารถจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตรของตนโดยไม่ต้องจดทะเบียนสมรสกับมารดาของเด็ก โดยบิดาสามารถจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตรของตนได้ แต่กฎหมายกำหนดเงื่อนไขในการจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตรต้องได้รับความยินยอมจากเด็กและมารดาของเด็ก โดยทั้งสองคนต้องไปให้ความยินยอมต่อหน้านายทะเบียน แต่หากบุคคลทั้งสองไม่อาจให้ความยินยอมได้ เช่น มารดาถึงแก่ความตายแล้ว หรือกรณีเด็กไม่อาจแสดงเจตนาให้ความยินยอมได้ เช่น อายุยังน้อยเกินไป การรับรองบุตรนั้นผู้ร้อง (บิดา) จะต้องมาร้องขอให้ศาลมีคำสั่ง
รับรองบุตร

ดังนั้น ผู้ร้อง (บิดา) จึงสามารถยื่นคำร้องต่อศาลขออนุญาตศาลให้ความยินยอมแทนผู้เยาว์หรือแทนมารดา ในการที่ผู้ร้องจะจดทะเบียนรับรองบุตรต่อนายทะเบียนต่อไป ทั้งนี้เพื่อเป็นการพิทักษ์และคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของผู้ร้องและบุตรตามที่กฎหมายกำหนดต่อไป

เอกสารที่ต้องใช้ในการจดทะเบียนรับรองบุตร

(นำต้นฉบับเอกสารให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพร้อมสำเนา 2 ชุด)

1.บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ร้อง (บิดา)

2.ทะเบียนบ้านของผู้ร้อง มารดา และผู้เยาว์

3.สูติบัตรของผู้เยาว์ หรือบุตร

4.ใบมรณบัตรของมารดาผู้เยาว์ (กรณีมารดาผู้เยาว์เสียชีวิต)

5.ใบเปลี่ยนชื่อตัว/ชื่อสกุล (ถ้ามี) ของผู้ร้อง ผู้เยาว์ มารดา

ของบุตร

6.หนังสือให้ความยินยอมของมารดาผู้เยาว์และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน (กรณีมารดายังมีชีวิต)

ค่าใช้จ่ายในการยื่นคำร้อง

1.ค่าขึ้นศาล 200 บาท

2.ค่าประกาศหนังสือพิมพ์ 500 บาท

นับแต่วันที่ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องขอจดทะเบียนรับรองบุตร ศาลจะนัดไต่สวนคำร้องไม่น้อยกว่า 45 วันนับแต่วันยื่นคำร้อง และภายในเวลา 15 วัน นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งรับคำร้องแล้ว ผู้ร้องจักต้องนำบุตรและมารดาของบุตรไปให้ถ้อยคำต่อผู้อำนวยการสถานพินิจฯ กรุงเทพฯ เพื่อประมวลและรายงานข้อเท็จจริงเสนอความเห็นต่อศาลประกอบในการพิจารณาคำร้องขอจดทะเบียนรับรองบุตร (ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวฯ มาตรา 117)

อนึ่ง ในวันนัดไต่สวนคำร้อง ผู้ร้องพร้อมมารดาผู้เยาว์และผู้เยาว์ต้องมาศาลและนำเอกสารพยานหลักฐานต่างๆ ตามที่ระบุไว้ในบัญชีพยานมาศาลเพื่อทำการไต่สวนคำร้องเมื่อพ้นกำหนด 1 เดือนนับแต่วันที่ศาลมีคำสั่ง ผู้ร้องสามารถขอคัดถ่ายคำสั่งศาลโดยให้เจ้าหน้าที่รับรองสำเนาถูกต้องและขอหนังสือสำคัญแสดงคดีถึงที่สุด แล้วนำเอกสารดังกล่าวไปดำเนินการตามความประสงค์ต่อไป.

สำหรับเขตอำนาจศาลเยาวชนและครอบครัวกลางในการยื่นคำร้องขอจดทะเบียนรับรองบุตร สามารถดูได้ในเว็บไซต์ของศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ที่ http://www.jvnc.coj.go.th/ ครับ

ท่านที่สนใจบทความทางการเงินที่ผมได้เขียนเองและได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ สำหรับเผยแพร่ให้ท่านผู้สนใจทุกท่าน ขอเชิญไปกด Like ได้ที่ Page ใน Facebook ชื่อ SathitBovornsantisuth CFP เพื่อติดตามข้อมูลข่าวสารต่อไปได้ครับ...ขอบคุณครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท