posttoday
เงินต่างชาติหายไปไหน?

เงินต่างชาติหายไปไหน?

25 ธันวาคม 2557

เป็นที่น่าแปลกใจปริมาณเงินตลาดเงินไม่มีการเคลื่อนไหวผิดปกติ สภาพคล่องยังสูง ค่าเงินบาทก็ไม่ได้เคลื่อนไหวผันผวนมาก ทั้งที่ตั้งแต่ต้นปีนี้จนถึงวันที่ 23 ธ.ค. ต่างชาติขายหุ้นสุทธิออกจากตลาดหุ้นไทยไป 3.7 หมื่นล้านบาท เฉพาะเดือน ธ.ค.ตั้งแต่วันที่ 1 จนถึงวันที่ 23 ที่ผ่านมา ต่างชาติขายหุ้นสุทธิออกไป 2.89 หมื่นล้านบาท

เป็นที่น่าแปลกใจปริมาณเงินตลาดเงินไม่มีการเคลื่อนไหวผิดปกติ สภาพคล่องยังสูง ค่าเงินบาทก็ไม่ได้เคลื่อนไหวผันผวนมาก ทั้งที่ตั้งแต่ต้นปีนี้จนถึงวันที่ 23 ธ.ค. ต่างชาติขายหุ้นสุทธิออกจากตลาดหุ้นไทยไป 3.7 หมื่นล้านบาท เฉพาะเดือน ธ.ค.ตั้งแต่วันที่ 1 จนถึงวันที่ 23 ที่ผ่านมา ต่างชาติขายหุ้นสุทธิออกไป 2.89 หมื่นล้านบาท

แต่การขายหุ้นของต่างชาติสะท้อนว่าเงินยังไม่ได้ไหลออกไปไหน เพราะสภาพคล่องในตลาดเงินยังปกติ อัตราดอกเบี้ยกู้ยืมระหว่างธนาคารแบบข้ามคืน (อินเตอร์แบงก์) ยังอยู่ที่ 1.95-2% อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงระยะสั้นตลาดกรุงเทพฯ (ไบบอร์) ระยะ 1 สัปดาห์ อยู่ที่ 2.03% ไม่ได้แตกต่างจากเดือนก่อนหน้าแต่อย่างใด

นักค้าเงินตั้งข้อสังเกตว่าเงินที่ต่างชาติขายหุ้นออกไม่ได้ไหลกลับเข้ามาฝากพักบัญชี แต่หายไปเฉยๆ ซึ่งสันนิษฐานว่านักลงทุนอาจจะถือเงินสดที่เป็นธนบัตรเอาไว้แทน โดยยังไม่แลกออกไปเพราะค่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่า หากแลกเงินเหรียญสหรัฐและนำออกไปอาจจะไม่ได้กำไรอัตราแลกเปลี่ยน

นอกจากนี้ นักค้าเงินได้เปรียบเทียบปริมาณธนบัตรเงินตราต่างประเทศถูกนำมาแลกเป็นเงินบาทเยอะขึ้นมากอย่างผิดสังเกต โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานปริมาณการซื้อขายเงินตราต่างประเทศของบุคคลรับอนุญาต (Money Changer) ล่าสุด ณ เดือน ก.ย.ที่ผ่านมา พบว่า มีปริมาณการรับซื้อเงินตราต่างประเทศมีมูลค่ารวม 417 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.37 หมื่นล้านบาท (หากคิดอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบันที่ระดับ 32.80 บาท/เหรียญสหรัฐ) เพิ่มขึ้น 202 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 6,626 ล้านบาท คิดเป็นการเพิ่มขึ้น 94.06% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อนที่มีปริมาณการรับซื้อ 215 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 7,052 ล้านบาท

ขณะที่ปริมาณขายเงินตราต่างประเทศมีมูลค่ารวม 419 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.38 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 205 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 6,724 คิดเป็นการเพิ่มขึ้น 95.05% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อนที่มีปริมาณ 215 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 7,060 ล้านบาท

ปริมาณเงินต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นทั้งที่การท่องเที่ยวในปีนี้ชะลอตัวลงอย่างหนัก น่าสงสัยว่าเกิดจากอะไร

จันทวรรณ สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธปท. กล่าวว่า การที่ปริมาณธนบัตรเงินตราต่างประเทศเพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากร้านค้าย่อยที่ขอประกอบธุรกิจรับแลกเปลี่ยนเงินมีเพิ่มขึ้นเป็นพันกว่าราย และเรตแลกเงินของร้านค้าย่อยดีกว่าธนาคารพาณิชย์ คนจึงหันไปใช้บริการกันมากขึ้น

แต่ในความเห็นของผู้บริหารวงการค้าเงิน กลับเห็นว่าเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา มีปริมาณเงินธนบัตรเหรียญสหรัฐมาแลกเปลี่ยนสูงผิดปกติประมาณ 100-300 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งไม่ได้เป็นเงินเข้ามาจากต่างประเทศ แต่เป็นเงินเหรียญสหรัฐที่อยู่ในประเทศ แต่นำเอามาแลกเปลี่ยนเป็นเงินบาท เพื่อนำไปใช้ทำธุรกรรมบางอย่าง ประกอบกับในช่วงนั้นตลาดหุ้นก็มีความร้อนแรง และเป็นที่น่าสังเกตว่าในช่วงนั้นบังเอิญเป็นช่วงที่ศาลกำลังจะพิจารณาว่าจะสั่งฟ้อง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีหรือไม่ด้วย

อย่างไรก็ตาม ธปท.น่าจะทราบถึงความผิดปกติของปริมาณเงินที่มาแลกเปลี่ยนกันสูงผิดปกติกว่า 3 เท่าตัวอย่างนี้ ทั้งๆ ที่ไม่ใช่เป็นช่วงเทศกาลการท่องเที่ยวและในช่วงเทศกาลท่องเที่ยวก็ยังไม่น่าเงินธุรกรรมแลกเปลี่ยนเงินต่างประเทศขนาดนั้นอีกทั้งไทยยังติดการประกาศอัยการศึกปริมาณนักท่องเที่ยวก็ยังฟื้นตัวมากนัก ในขณะเดียวกันก็คงไม่ใช่เงินจากการซื้อขายการเปิดเออีซี เพราะยังไม่ได้คึกคักมากขนาดนั้น

เรื่องนี้ยังหาคำอธิบายไม่ได้ว่าเงินหายไปไหน แต่ที่แน่ๆ คือไม่อยู่ในระบบธนาคารพาณิชย์แน่นอน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท