
จำนำ-เจ็บปวด
ในการประชุมเชิงวิชาการประจำปีของสภาเกษตรกรแห่งชาติ อานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาตอนหนึ่ง โดยระบุว่า โครงการพิเศษของรัฐบาล เช่น โครง การรับจำนำข้าวเปลือกไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาของชาวนาอย่างยั่งยืน และปัจจุบันความทุกข์ที่ชาวนาชาวไร่ได้รับอยู่ในขณะนี้ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ ทั้งภัยธรรมชาติ น้ำท่วม ภัยแล้ง ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ตลาดโลกแคบและกำลังซื้อโลกลด พร้อมทั้งเสนอว่า รัฐบาลควรมีระบบดูแลคุ้มครองเกษตรกรที่ดี และมีการบริหารจัดการระบบชลประทานได้อย่างทั่วถึง
ในการประชุมเชิงวิชาการประจำปีของสภาเกษตรกรแห่งชาติ อานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาตอนหนึ่ง โดยระบุว่า โครงการพิเศษของรัฐบาล เช่น โครง การรับจำนำข้าวเปลือกไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาของชาวนาอย่างยั่งยืน และปัจจุบันความทุกข์ที่ชาวนาชาวไร่ได้รับอยู่ในขณะนี้ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ ทั้งภัยธรรมชาติ น้ำท่วม ภัยแล้ง ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ตลาดโลกแคบและกำลังซื้อโลกลด พร้อมทั้งเสนอว่า รัฐบาลควรมีระบบดูแลคุ้มครองเกษตรกรที่ดี และมีการบริหารจัดการระบบชลประทานได้อย่างทั่วถึง
อดีตนายกฯ ยังเสนอว่า นอกจากรัฐบาลจะต้องส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรมีองค์ความรู้ด้านการทำการเกษตรแล้ว จะต้องสอนให้เกษตรกรรู้จักการทำตลาด การเงิน การวางแผน การทำเกษตรพันธสัญญา เพื่อที่เกษตรกรจะได้พัฒนาตัวเองด้วย
“บางครั้งมีโครงการพิเศษเข้ามา เช่น จำนำข้าวที่มีการกล่าว หาว่าทำให้ชาติเสียหาย 6 แสนล้านบาท เป็นรายการใหม่ที่สร้างความเจ็บปวดให้กับประเทศและกระทบเศรษฐกิจประเทศด้วย และมีหลายส่วนที่เป็นของดั้งเดิมที่ต้องโทษตัวเองด้วย เพราะปัญหาเกิดมาเป็น 10 ปีแล้ว แต่หลายรัฐบาลแก้ไขไม่สำเร็จ เช่น ระบบชลประทาน ที่บางระบบล้มเหลว ไม่มีคลองส่งน้ำ เป็นความบกพร่องของการจัดการ จึงทำให้เกิดการแก่งแย่งกัน ขณะที่ภาครัฐเองไม่มีนโยบายและมาตรการที่ดีพอในการคุ้มครองเกษตรกร”
อานันท์มองว่า ปัญหาที่สำคัญของเกษตรกรอีกอย่าง คือ การไม่มีอำนาจต่อรอง และปัจจุบันรัฐบาลที่ผ่านมาก็แทบจะไม่มีกลไกหรือมาตรการอะไรที่จะช่วยเพิ่มอำนาจต่อรองให้กับเกษตรกร ในขณะที่เกษตรกรยังมีปัญหาเรื่องที่ดินทำกิน ซึ่งรัฐบาลจะต้องให้ความสำคัญในเรื่องนี้ เพื่อแก้ความอยุติธรรมและทำให้สังคมเดินหน้าได้







