
ปั้นโอท็อปกลุ่มซีแอลเอ็มวี
กูรูแนะโอท็อปผ้าไทยปิดจุดอ่อนด้านออกแบบผนึกวัฒนธรรมประเทศเพื่อนบ้านศึกษาตลาดร่วม
กูรูแนะโอท็อปผ้าไทยปิดจุดอ่อนด้านออกแบบผนึกวัฒนธรรมประเทศเพื่อนบ้านศึกษาตลาดร่วม
นายพิสิทธิ์ ชูยงค์ ผู้บริหารอาวุโส-การตลาด บริษัท ซีบริงค์ ผู้เชี่ยวชาญตลาดต่างประเทศ เปิดเผยว่า ปัจจุบันกลุ่มวิสาหกิจชุมชน หรือโอท็อปสินค้าผ้าไทยยังมีจุดอ่อน คือ ด้านการออกแบบที่ไม่ตรงกับความต้องการของตลาด โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศ ทั้งที่สินค้าผ้าไทยในแต่ละท้องถิ่นต่างมีคุณสมบัติและเอกลักษณ์แตกต่างกัน ที่สามารถสร้างเป็นจุดขายในการพัฒนาและต่อยอดสินค้าสู่ตลาดใหม่ได้
ทั้งนี้ ควรจะมีหน่วยงานกลางที่เกี่ยวข้องประสานความร่วมมืองานด้านออกแบบผ่านสถาบันอุดมศึกษาในแต่ละประเทศ เบื้องต้นอาจเป็นในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม) แลกเปลี่ยนภูมิปัญญาด้านวัฒนธรรม เพื่อนำมาปรับใช้ในการออกแบบลวดลายผ้าได้ระหว่างกัน เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ผ้าไทยรวมทั้งการแปรรูปผ้ามีโอกาสทำตลาดในต่างประเทศได้มากขึ้น
“อุตสาหกรรมผ้าไทยโดยเฉพาะกลุ่มโอท็อป ควรเร่งศึกษาตลาดวัฒนธรรมร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับกิจการกลุ่มในอนาคต หากมีการขยายตลาดผ้าไทยไปต่างประเทศมากขึ้น” นายพิสิทธิ์ กล่าว
ขณะที่อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทยถือว่ามีข้อได้เปรียบ เมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี เพราะมีครบตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำ แม้จะเสียเปรียบในเรื่องต้นทุนค่าแรงที่สูงกว่าก็ตาม แต่ผู้ประกอบการไทยสามารถปรับตัวได้โดยหันไปเป็นผู้ผลิตสินค้าเครื่องแต่งกายที่ต้องใช้ทักษะหรือฝีมือสูงทดแทน
นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กล่าวว่า กสอ.ร่วมกับภาควิชาวิทยาการสิ่งทอ คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดโครงการยกระดับผลิตภัณฑ์โอท็อป ประเภทผ้าและเครื่องแต่งกายก้าวสู่สากล เพื่อคัดเลือกผลิตภัณฑ์โอท็อปต้นแบบ ระดับ 4-5 ดาว ที่มีศักยภาพกว่า 80 ราย จากจำนวน 450 รายทั่วประเทศ
สำหรับผลิตภัณฑ์ต้นแบบของกลุ่มวิสาหกิจในโครงการที่ได้รับการพัฒนาแล้ว ได้ถูกนำไปจัดแสดงผลิตภัณฑ์ในงานสินค้าทั้งในและต่างประเทศ และพบว่าผลิตภัณฑ์ของผู้ร่วมโครงการราว 20% สามารถจำหน่ายได้ในราคาสูงขึ้นตั้งแต่ 20-100%







