
เปิดกลยุทธ์ศศป.ปี’58 ดันมูลค่าหัตถกรรมไทย
แม้สินค้าหัตถกรรมไทยจะเป็นหนึ่งในสินค้าดาวร่วง จากการจัดอันดับของศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย แต่สำหรับหน่วยงานอย่างศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ ศ.ศ.ป. ยังคงวางเป้าหมายการเติบโตในปี 2558 อย่างต่อเนื่อง
แม้สินค้าหัตถกรรมไทยจะเป็นหนึ่งในสินค้าดาวร่วง จากการจัดอันดับของศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย แต่สำหรับหน่วยงานอย่างศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ ศ.ศ.ป. ยังคงวางเป้าหมายการเติบโตในปี 2558 อย่างต่อเนื่อง
“พิมพาพรรณ ชาญศิลป์” ผู้อำนวยการ ศ.ศ.ป. เปิดเผยว่า กลยุทธ์การผลักดันผลิตภัณฑ์ ศิลปหัตถกรรมไทย ให้ไปสู่ตลาดโลกในปี 2558 จะมุ่งดำเนินการ 3 ด้าน คือ 1.ปรับคำนิยามสินค้าหัตถศิลป์ ที่จะรวมสินค้ากลุ่มเฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน รวมทั้งของใช้ในเทศกาลและงานรื่นเริง แต่ไม่รวมผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม เช่น สบู่ ครีมบำรุงผิว หรือสปา
2.ปรับสัดส่วนเพื่อใช้ในการคำนวณมูลค่าการส่งออกให้เหมาะสม และสอดคล้องกับกระบวนการผลิตที่แท้จริง และ 3.ปรับการจัดประเภทมูลค่าการส่งออกงานหัตถศิลป์ใหม่ ที่ประกอบด้วย การ
ส่งออก และการซื้อสินค้าหัตถศิลป์ของนักท่องเที่ยว ซึ่งกลยุทธ์ดังกล่าวได้หารือร่วมกันระหว่างเอกชน หน่วยงานพันธมิตร สมาคม กลุ่มหัตถกรรม และผู้เกี่ยวข้องกับงานหัตถศิลป์ ร่วมกันถึง 17 หน่วยงาน
รวมทั้งจะดำเนินการโครงการอนุรักษ์อย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการต่างๆ อาทิ เชิดชูครูช่าง ทายาทหัตถศิลป์ หรือครูศิลป์ของแผ่นดิน รวมทั้งมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมให้เติบโต สร้างรายได้ และมีมูลค่าการส่งออกเพิ่มสูงขึ้นในระยะยาว
สำหรับปี 2558 ศ.ศ.ป.ประมาณการมูลค่าการส่งออกสินค้าศิลปหัตถกรรมไทยไว้ที่ 1,996 ล้านเหรียญสหรัฐ เติบโต 5.40% ตลาดส่งออกหลักปี 2558 ยังคงเป็นยุโรป รองลงมาเป็น สหรัฐอเมริกา อาเซียน และญี่ปุ่น ส่วนตลาดที่มีมูลค่าการส่งออกสูงสุด 5 ตลาดแรก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา รองลงมา ฮ่องกง อันดับสาม เยอรมนี อันดับสี่ ญี่ปุ่น และสหราชอาณาจักร ทั้งนี้ตลาดรัสเซียมีอัตราการขยายตัวสูงสุด ตามมาด้วยจีน และลิกเตนสไตน์
ตลาดส่งออกสำคัญในปี 2558 ได้แก่ จีน อินเดีย ประเทศในกลุ่มอเมริกาใต้ ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย และหมู่เกาะต่างๆ รวมถึงโครงการในกลุ่มโรงแรม รีสอร์ท และที่พักอาศัย ที่มีการเติบโตอย่างมาก
ข้อมูลเชิงลึกที่ ศ.ศ.ป.ได้ประเมินมูลค่าผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายให้นักท่องเที่ยวแต่ละประเทศ ซึ่งวิเคราะห์จากโครงการสำรวจข้อมูลเพื่อการวิเคราะห์พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวเชิงลึก โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และข้อมูลนักท่องเที่ยวจากกรมการท่องเที่ยว มีผลิตภัณฑ์ที่เข้าข่ายงานหัตถกรรม ได้แก่ ผ้าไหมไทย ของที่ระลึก เครื่องประดับและอัญมณี เครื่องหนัง
ทั้งนี้ มีมูลค่าจำหน่ายงานหัตถกรรมให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามายังประเทศไทยในปี 2556 พบว่า มูลค่าประมาณ 7.68 หมื่นล้านบาท ซึ่งนักท่องเที่ยวจากเอเชียตะวันออก มีมูลค่าซื้องานหัตถกรรมสูงสุด 4.35 หมื่นล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 57% รองลงมา นักท่องเที่ยวจากยุโรป 1.82 หมื่นล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 24% และนักท่องเที่ยวจากเอเชียใต้ 5,189 ล้านบาท สัดส่วน 7%
เมื่อพิจารณารายประเทศ พบว่า มูลค่าจำหน่ายงานหัตถกรรมให้นักท่องเที่ยวชาวจีนมีมูลค่าสูงสุด 2.70 หมื่นล้านบาท 2.รัสเซีย มีมูลค่า 7,625 ล้านบาท 3.นักท่องเที่ยวจากมาเลเซียซื้องานหัตถกรรมระหว่างเดินทางในประเทศไทยคิดเป็นมูลค่า 6,403 ล้านบาท 4.นักท่องเที่ยวจากอินเดีย มูลค่า 3,797 ล้านบาท 5.นักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ 3,234 ล้านบาท
เมื่อพิจารณามูลค่างานหัตถกรรมแต่ละประเภท พบว่า ที่ระลึก สูงสุด 2.91 หมื่นล้านบาท รองลงมาคือ เครื่องประดับอัญมณี 2.52 หมื่นล้านบาท เครื่องหนัง 7,646 ล้านบาท สินค้าหัตถกรรม 6,347 ล้านบาท และผ้าไหมไทย 5,216 ล้านบาท
“จากข้อมูลเชิงลึกที่มีอยู่ดังกล่าว จึงสามารถกำหนดทิศทางการตลาดให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายทั้งผู้บริโภคและตลาดส่งออกหลัก เชื่อมั่นว่าจะทำให้งานศิลป์ไทยตอบโจทย์ตลาดเพื่อการส่งออก และโดนใจนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวเมืองไทย”พิมพาพรรณ กล่าวทิ้งท้าย







