
เชนมังกรรุกคืบ ขยายโรงแรมในอาเซียน
จีนกำลังรุกอาเซียนอย่างจริงจังในทุกมิติ รวมถึงแบรนด์โรงแรมขนาดกลางที่กำลังขยายอาณาจักรในภูมิภาคนี้ เพื่อรองรับกระแสนักท่องเที่ยวจีนที่แห่เที่ยวเมืองนอก โดยข้อมูลของการท่องเที่ยวของจีนระบุว่า เมื่อปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวเดินทางไปต่างประเทศมากถึง 98.19 ล้านคน และคาดว่าจะทะลุ 100 ล้านคน ในปีนี้
จีนกำลังรุกอาเซียนอย่างจริงจังในทุกมิติ รวมถึงแบรนด์โรงแรมขนาดกลางที่กำลังขยายอาณาจักรในภูมิภาคนี้ เพื่อรองรับกระแสนักท่องเที่ยวจีนที่แห่เที่ยวเมืองนอก โดยข้อมูลของการท่องเที่ยวของจีนระบุว่า เมื่อปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวเดินทางไปต่างประเทศมากถึง 98.19 ล้านคน และคาดว่าจะทะลุ 100 ล้านคน ในปีนี้
จินเจียง อินน์ แบรนด์โรงแรมระดับกลางของจีนมองเห็นโอกาสของธุรกิจในต่างแดน จึงได้เริ่มลงทุนในต่างประเทศเมื่อปี 2554 โดยจับมือกับโออิชิ แบรนด์ขนมขบเคี้ยวของฟิลิปปินส์ ปักธงโรงแรมแห่งแรกในแดนตากาล็อก จากนั้นเมื่อต้นปีนี้ได้ขายแฟรนไชส์ให้กับ มาสเปี้ยน กรุ๊ป ของอินโดนีเซีย เปิดโรงแรมแห่งที่ 4 ในอินโดนีเซีย
อูเซินเซิน รองผู้อำนวยการการพัฒนาการลงทุนของจินเจียง อินน์ บอกกับไชน่า เดลี ว่า บริษัทเน้นการขยายธุรกิจโรงแรมขนาดกลางในตลาดต่างประเทศ และนักลงทุนในอาเซียนจำนวนมากสนใจนำแบรนด์จินเจียง อินน์ ไปลุยธุรกิจในตลาดท้องถิ่น
“แม้ว่าตลาดท่องเที่ยวในอาเซียนจะใหญ่มาก แต่เราลงทุนอย่างรอบคอบมาก และเลือกพันธมิตรอย่างระมัดระวัง บริษัทไม่ได้ลงทุนสร้างโรงแรมเองในประเทศกลุ่มอาเซียน แต่จะส่งออกแบรนด์ และส่งทีมบริหารไปช่วยพันธมิตรเปิดโรงแรมใหม่ และแนะนำการบริหารจัดการโรงแรม โดยพันธมิตรจะเป็นคนลงทุนและจ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้เรา”
ขณะเดียวกัน กรีนทรี อินน์ เป็นเชนจีนอีกรายที่กำลังมองหาลู่ทางในอาเซียน ซึ่งตอนนี้บริษัทได้เลือกพันธมิตรในเวียดนามได้แล้ว พร้อมกำลังศึกษาตลาดในอินโดนีเซียด้วย
อเล็กซ์ ซู ประธานกรีนทรี อินน์ ชี้ว่า การพัฒนาการค้าทวิภาคีอย่างรวดเร็วระหว่างจีนและอาเซียน โดยเฉพาะจำนวนนักธุรกิจและนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปประเทศต่างๆ ในอาเซียน ทำให้มีความต้องการที่พักมาก
“ชาวจีนนิยมแบรนด์โรงแรมที่พวกเขาคุ้นเคยอยู่แล้ว โดยเฉพาะแบรนด์จีน ซึ่งนี่เป็นเหตุผลให้บริษัทตัดสินใจขยายการลงทุนในต่างประเทศ สำหรับในตลาดอาเซียน บริษัทเน้นโรงแรมระดับกลางถึงระดับไฮเอนด์ จับกลุ่มลูกค้านักธุรกิจและพนักงานออฟฟิศ โดยการขยายธุรกิจ จะใช้วิธีซื้อกิจการ การเช่า และซื้อกิจการ”
ซู มองว่า เมื่อเปรียบเทียบกับแบรนด์ท้องถิ่นในอาเซียน แบรนด์จีนได้รับความนิยมสูง และชาวจีนจดจำแบรนด์ได้มากกว่า แต่อุปสรรคด้านภาษา และความแตกต่างด้านการบริหารและวัฒนธรรม ทำให้บริษัทต้องปรับตัวให้ตรงกับความต้องการท้องถิ่น พร้อมๆ กับตอบรับความต้องการของนักเดินทางต่างชาติด้วย
ขณะที่หลี่ซินเจียน อาจารย์ด้านการท่องเที่ยวจากปักกิ่ง อินเตอร์เนชั่นแนล สตัดดี้ ยูนิเวอร์ซิตี้ วิเคราะห์ว่า โรงแรมระดับกลางของจีนมีบทบาทสำคัญในตลาดต่างประเทศ และหลังจากพัฒนามาหลายปีก็มีประสบการณ์กว้างขวางเกี่ยวกับการจัดการตลาด การใช้เงินทุน และการบริหารแบรนด์ จนสามารถแข่งขันในเวทีโลกได้
“ประเทศในอาเซียนเป็นเป้าหมายท่องเที่ยวที่ดึงดูดใจชาวจีนมาก การแห่เแหนเที่ยวอาเซียน โดยเฉพาะประเทศไทย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ และมาเลเซีย ทำให้มีความต้องการโรงแรมอย่างมาก การขยายธุรกิจโรงแรมจีนในภูมิภาคนี้เป็นการเดินเกมที่ฉลาด เพราะราคาห้องพักไม่แพง และชาวจีนคุ้นกับแบรนด์โรงแรมระดับนี้อยู่แล้ว”







