
พัฒนาศักยภาพ เพื่อ...พิชิตเป้าหมายในชีวิต
อีกไม่กี่วันก็จะหมดปี 2557 แล้ว หลายๆ ท่านก็คงเตรียมตัวรับโบนัสกัน หลายๆ ท่านก็เตรียมตัวไปเที่ยว
อีกไม่กี่วันก็จะหมดปี 2557 แล้ว หลายๆ ท่านก็คงเตรียมตัวรับโบนัสกัน หลายๆ ท่านก็เตรียมตัวไปเที่ยว เพราะปีใหม่ในครั้งนี้เรามีวันหยุดกันยาวเป็นพิเศษ ส่วนการเตรียมตัวรับปี 2558 ที่กำลังจะมาถึง ส่วนผมเองก็ได้เขียนคอลัมน์ตลาดนัดการเงินรับใช้ท่านผู้อ่านมาเป็นเวลา 3 ปีแล้ว ก็ถึงรอบที่จะเปิดโอกาสให้น้องๆ ท่านอื่นใน KBank หมุนเวียนกันมา Share ความรู้ให้ท่านผู้อ่านกันบ้าง วันนี้ผมจึงขอฝากบทความเกี่ยวกับวิธีที่เราจะพัฒนาตัวเองเพื่อสร้างศักยภาพให้สามารถพิชิตเป้าหมายในชีวิตมาฝากกันเป็นการส่งท้ายเพื่อ
ร่ำลากันครับ
สิ่งแรกที่เราควรจะทำในปี 2558 ตั้งเป้าหมายให้กับตัวเรา ไม่ว่าจะเป็นเป้าหมายในการทำงาน การเงิน หรือชีวิตส่วนตัว เช่น การวางแผนจะซื้อรถ บ้าน การลงทุน การเลื่อนตำแหน่ง หรือแม้แต่การลดน้ำหนัก ซึ่งการตั้งเป้าหมายนั้นจะถือเสมือนเป็นเข็มทิศให้กับชีวิตของเรา และจะทำให้เราทุ่มเทเวลาและทรัพยากรได้มีประสิทธิภาพ เป้าหมายบางอย่างอาจต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะไปถึง เราจะจึงควรวางแผนในการพิชิตเป้าหมายไปทีละขั้น โดยแบ่งเป้าหมายใหญ่ออกเป็นเป้าหมายย่อยๆ ก็จะทำให้เราบรรลุเป้าหมายได้ง่ายขึ้น และจะมีกำลังใจในการพิชิตเป้าหมายอื่นๆ ต่อไป คุณบัณฑูร
ล่ำซำ CEO ของผมได้พูดถึงการตั้งเป้าหมายนั้น เราต้องจินตนาการถึงความสำเร็จอันงดงาม ต้องมี Positive Thinking แล้ว Positive Action จึงจะตามมา
ถัดไปก็จะเป็นเรื่องของการทำงานของเราแต่ละวันนั้นมักจะมีงานหลายๆ อย่างที่เราต้องทำให้เสร็จในเวลาอันจำกัด โดยเฉพาะผู้บริหารก็ยิ่งมีงานมากมายที่โถมเข้ามาพร้อมๆ กัน การเรียงลำดับความสำคัญของงานที่จะต้องเลือกทำก่อนหรือหลังจึงสำคัญมาก เราอาจใช้ทฤษฎีของ Pareto ซึ่งเป็นนักเศรษฐศาสตร์ชาวอิตาเลียนที่คิดกฎ 80/20 ที่โด่งดัง ในปี ค.ศ. 1906 มาประยุกต์ใช้ในการทำงาน จะเห็นได้ว่าบางครั้งเราใช้เวลาและทรัพยากรในการทำงานไปถึง 80% แต่กลับได้เนื้องานออกมาเพียง 20% ดังนั้นเราควรจะต้องวิเคราะห์งานของเราออกมาว่างานในส่วนไหนที่มีความสำคัญจริงๆ ที่เราอาจใช้เวลาและทรัพยากรเพียง 20 % แต่ได้ผลงานออกมาถึง 80% ซึ่งเราต้องให้ความสำคัญกับงานประเภทนี้และรีบลงมือเรื่องที่สาม คงจะไม่พ้นเรื่องของความมั่นคงในด้านการเงิน ความมั่นคงด้านการเงินนั้นไม่ได้ขึ้นกับว่าเราได้เงินเดือนมากแค่ไหน แต่ขึ้นกับการที่เราสามารถควบคุมค่าใช้จ่าย และเก็บออมได้อย่างฉลาดหรือเปล่า สิ่งแรกที่เราต้องทำคือการตั้งงบประมาณในการใช้จ่าย สิ่งแรกที่เราควรทำคือการชำระหนี้ เพราะดอกเบี้ยที่เกิดจากหนี้นั้นจะเป็นภาระอันหนักหน่วงของเรา และยังอาจทำให้เราเสียเครดิตทางการเงินด้วยหากชำระไม่ตรงตามกำหนด อันดับต่อมาคือการเก็บออมหรือนำไปลงทุนระยะยาว เช่น การฝากเงินระยะยาว การออมผ่านประกันชีวิต หรือการซื้อหน่วยลงทุนกองทุนรวม ซึ่งการลงทุนในกองทุนประเภท LTF หรือ RMF ยังช่วยลดภาษีให้เราได้ด้วย โดยปกติแล้วเราควรออมไม่ต่ำกว่า 20% ของรายได้ เงินส่วนที่เหลือจากการใช้หนี้และการออมแล้วจึงนำไปใช้จ่าย นอกจากนี้เราควรทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย ซึ่งจะทำให้เราสามารถทบทวนการใช้เงินที่ไม่เหมาะสมและสร้างวินัยทางการเงินได้
สิ่งสุดท้ายเราควรเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง เพราะในโลกของธุรกิจทุกวันนี้มีการแข่งขันกันสูง เทคโนโลยีก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว พรมแดนทางการค้าเริ่มหายไป เราควรติดอาวุธทางความรู้ให้แหลมคมอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นด้านภาษา การบริหารจัดการสมัยใหม่ การแก้ปัญหาและการตัดสินใจ การใช้เทคโนโลยีมาช่วยในธุรกิจ การคิดในเชิงวิเคราะห์ แม้กระทั่งการพัฒนาทักษะในการสื่อสาร เพราะการก้าวไปเป็นผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จจะต้องมีทักษะในการสื่อสารได้ดี สามารถโน้มน้าวและสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้อื่นได้ อย่าลืมนะครับว่าคนผ่าฟืนยังต้องลับขวานให้คมอยู่เสมอ เราก็ต้องลับศักยภาพของเราให้เฉียบคมขึ้นทุกวัน
ผมหวังว่าปี 2558 ที่จะมาถึงในอาทิตย์หน้านี้คงจะเป็นปีที่ดีของท่านผู้อ่านทุกคน ซึ่งหากเรามีการเตรียมตัวที่ดี มีการพัฒนาศักยภาพของเราอยู่เสมอ ความสำเร็จก็คงไม่ไกลเกินเอื้อมแล้วครับ และในวาระปีใหม่นี้ผมขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่ท่านเคารพนับถือประทานพรให้ทุกท่านประสบความสำเร็จตามที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้ ขอให้ก้าวหน้าในการงาน ร่ำรวยเงินทอง รวมทั้งสุขกายสบายใจกันนะครับ
Merry Christmas and Happy New Year ทุกท่านครับ







