
ท่องเที่ยวหด กสิกรฯอัดฉีด กลุ่มเอสเอ็มอี
ท่องเที่ยวไม่ฟื้น กสิกรฯ จัดหนักแพ็กเกจต่อลมให้เอสเอ็มอี 14 จังหวัด ทั้งพักหนี้ ลดยอดผ่อนชำระ
ท่องเที่ยวไม่ฟื้น กสิกรฯ จัดหนักแพ็กเกจต่อลมให้เอสเอ็มอี 14 จังหวัด ทั้งพักหนี้ ลดยอดผ่อนชำระ
นายพัชร สมะลาภา รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาไทยลดลง ทำให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมเกือบ 80% ของผู้ประกอบการทั้งหมดมีรายได้ลดลง ส่งผลให้เอสเอ็มอีขาดสภาพคล่อง ธนาคารจึงออกมาตรการช่วยเพิ่มสภาพคล่องกับลูกค้าเอสเอ็มอีในกลุ่มท่องเที่ยว เช่น โรงแรม ภัตตาคาร การขนส่ง บันเทิงสันทนาการ บริการ และการค้า ใน 14 จังหวัดที่นักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง
สำหรับมาตรการช่วยเหลือธุรกิจท่องเที่ยว ประกอบด้วย 1.การพักชำระเงินต้น (Grace Period) สูงสุด 12 เดือน 2.เปลี่ยนวงเงินที่ผ่อนชำระแล้วให้เป็นโอดีได้สูงสุด 6 เดือน 3.ปรับลดยอดการผ่อนชำระ โดยขยายเวลาการผ่อนชำระออกไปสูงสุด 2 ปี และ 4.สำหรับธุรกิจโรงแรม สามารถผ่อนชำระให้สอดคล้องกับรายได้ที่เข้ามาตามฤดูกาลของธุรกิจ คือ ช่วงไฮซีซั่น (เดือน พ.ย.-เม.ย.) ผ่อนได้สูงสุด 130% ของยอดผ่อนปกติ และช่วงโลว์ซีซั่น (เดือน พ.ค.-ต.ค.) ผ่อนได้ต่ำสุด 70% ของยอดผ่อนปกติ
ทั้งนี้ ปัจจุบันธนาคารกสิกรไทยให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการกลุ่มเอสเอ็มอีที่เป็นลูกค้าจำนวน 9,000 ราย มียอดสินเชื่อคงค้างรวม 2.3 หมื่นล้านบาท โดยคาดว่ามาตรการครั้งนี้จะช่วยให้ลูกค้ามีสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจได้จนถึงฤดูท่องเที่ยว หรือไฮซีซั่นในปีหน้า
“แม้ว่าไตรมาส 4 ปีนี้ การท่องเที่ยวของไทยจะดีขึ้น แต่นักท่องเที่ยวยังชะลอการเดินทางมาเที่ยวไทย ทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอก โดยเฉพาะเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในยุโรปและเอเชียที่ยังมีปัญหา ก็มีผลต่อการใช้จ่ายในกิจกรรมต่างๆ รวมถึงการเดินทางออกมาท่องเที่ยวต่างแดน โดยประเทศรัสเซีย หนึ่งในนักท่องเที่ยวหลักของไทยก็กำลังประสบปัญหาค่าเงินอ่อนตัว ทำให้ชะลอการเดินทางออกมาเที่ยวต่างประเทศ อีกทั้งการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวของหลายประเทศในปัจจุบัน จากมาตรการยกเว้นวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทำให้นักท่องเที่ยวต่างประเทศชะลอการเข้ามาท่องเที่ยวในไทย” นายพัชร กล่าว
ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ปี 2557 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาไทยจะลดลงจากปี 2556 ราว 5.8% โดยมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทยราว 25 ล้านคน สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวมูลค่าประมาณ 1.17 ล้านล้านบาท ลดลง 3.3% จากปีที่แล้วที่มีรายได้รวมประมาณ 1.21 ล้านล้านบาท สำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวหลักที่มาไทย คือ จีน รัสเซีย และยุโรป ที่ใช้จ่ายเงินในการท่องเที่ยวต่อหัวค่อนข้างสูง แต่รัสเซียและประเทศอื่นในยุโรปได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจภายในจึงลดการใช้จ่ายในการท่องเที่ยวลง







