
ซื้อคอนโด...ไม่ได้คอนโด
ผมซื้อคอนโดมิเนียมโดยทำสัญญาตั้งแต่ต้นปี 2556 จนถึงบัดนี้ยังไม่คืบหน้าไปถึงไหน จึงขอถามดังนี้ครับ
ผมซื้อคอนโดมิเนียมโดยทำสัญญาตั้งแต่ต้นปี 2556 จนถึงบัดนี้ยังไม่คืบหน้าไปถึงไหน จึงขอถามดังนี้ครับ
1.คอนโดมิเนียมที่ผมซื้อ ผมทำสัญญาเมื่อต้นปี 2556 หลังจากนั้นผมก็จ่ายเงินดาวน์โดยสม่ำเสมอทุกเดือน จนถึงบัดนี้ผมได้จ่ายครบทุกงวดแล้ว แต่โครงการก่อสร้างล่าช้ามาก ผมจึงติดต่อกับผู้ขายเพื่อขอเงินดาวน์คืน แต่เขาไม่ยอมคืนเงินให้ทำอย่างไรดี?
2.ส่วนเพื่อนผมซื้อคอนโดมิเนียมไว้ ขณะนี้สร้างเสร็จแล้ว เขาจึงนัดเพื่อนไปรับโอน แต่ต้องจ่ายค่าอ่างอาบน้ำเป็นเงิน 1.5 หมื่นบาท เสียก่อน เพื่อนผมแย้งว่า ตอนทำสัญญาซื้อพนักงานขายได้พาไปดูห้องตัวอย่างและบอกว่าห้องที่ซื้อจะมีอุปกรณ์เหมือนห้องตัวอย่างทุกประการ เขาจึงส่งบันทึกต่อท้ายสัญญาให้ดู ปรากฏมีการระบุไว้ว่า ผู้ซื้อจะต้องจ่ายเงินเพิ่มจริง
เพื่อนผมจึงบอกว่าตอนซื้อพนักงานขายให้เขาเซ็นชื่อในกระดาษแบบฟอร์ม ซึ่งยังไม่มีการพิมพ์ข้อความไว้ เห็นว่าเจ้าของโครงการเป็นบุคคลที่น่าเชื่อถือจึงเซ็นชื่อไว้ให้ ไม่ทราบว่าจะแจ้งความว่าผู้ขายหลอกลวงได้หรือไม่?
“สุชาติ”
ปัญหาที่คุณสุชาติและเพื่อนกำลังประสบอยู่นั้นไม่ได้ถือเป็นเรื่องแปลกแต่อย่างใด เพราะมีผู้ซื้ออาคารชุดในขณะนั้นอีกจำนวนมากมายกำลังตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกัน เพียงแต่ไม่มีข่าวคราวเปิดเผยต่อสาธารณชนเท่านั้น เหตุเพราะอุปนิสัยของคนไทยมักจะมีความอดกลั้น ไม่เหลือบ่ากว่าแรงก็จะอดทนนิ่งเฉย ต้นสายปลายเหตุอีกประการเกิดจากความไม่ละเอียดรอบคอบของตัวเองปะปนอยู่ด้วย
1.การที่ “ผู้ขาย” ยังก่อสร้างอาคารไม่แล้วเสร็จทั้งๆ ที่เวลาล่วงเลยมาเกือบ 2 ปี และไม่ยอมคืนเงินดาวน์ยกเลิกสัญญาให้ตามที่คุณสุชาติแจ้งขอ เข้าใจว่า “สัญญาจะซื้อจะขาย” ที่ทำกันไว้คงจะมีช่องทางที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ขาย พูดให้ชัดๆ ก็คือ สัญญาคงไม่ได้กำหนดวันก่อสร้างเสร็จเอาไว้ อย่างไรก็ตาม คุณสุชาติอย่าเพิ่งสิ้นความพยายาม ขอแนะนำให้รวบรวมรายละเอียดและถ่ายภาพโครงการร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ดูอีกครั้ง แม้จะว่ากันว่าเป็น “เสือกระดาษ” ก็ตาม ก็ต้องลองพยายามดู
2.คงจะแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ขายในข้อหา “หลอกลวง” ได้ลำบาก เพราะเพื่อนคุณสุชาติไปลงลายมือชื่อในบันทึกต่อท้ายสัญญาจะซื้อจะขายว่า ตกลงจะเป็นผู้จ่ายค่าอ่างอาบน้ำ นี้ก็ถือเป็นข้อบกพร่องซึ่งผู้ซื้อส่วนใหญ่มักจะ “ง่าย” ในการเซ็นเอกสาร ไม่ว่าจะซื้อบ้านหรือรถหรือค้ำประกัน รวมทั้งกู้เงินกับธนาคาร เจ้าหน้าที่ยื่นอะไรมาให้พร้อมกากบาทตำแหน่งให้มักจะควักปากกาขึ้นมาเซ็นหน้าตาเฉย ทั้งๆ ที่แบบฟอร์มเอกสารเหล่านั้นยังไม่ได้จัดพิมพ์ข้อความใดๆ เอาไว้เลย
คราวหน้าคราวหลังถ้าจะซื้อที่อยู่อาศัยว่าจะเป็น “บ้าน” หรือ “อาคารชุด” ควรละเอียดรอบคอบตั้งแต่การเลือกโครงการ โดยเฉพาะตอนทำสัญญา หากไม่แน่ใจควรปรึกษาเพื่อนฝูงที่มีความรู้ทางด้านกฎหมายก็จะดีไม่น้อย







