posttoday
ธุรกิจโซลาร์เซลล์ สะพัด1.4แสนล้านบาท

ธุรกิจโซลาร์เซลล์ สะพัด1.4แสนล้านบาท

23 ธันวาคม 2557

ต้องเรียกได้ว่าปีหน้าจะเป็นปีทองของพลังงานทดแทน โดยเฉพาะไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) เมื่อ ณรงค์ชัย อัครเศรณี รมว.พลังงาน ปาฐกถาพิเศษ “นโยบายการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานทดแทนของประเทศไทย” โดยระบุว่าจะเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าทดแทนเป็น 10% จากปี 2557 ที่สัดส่วนการใช้ไฟฟ้าพลังงานทดแทนอยู่ที่ 6% ของการใช้ไฟฟ้าทั้งระบบ พร้อมทั้งมองว่าไฟฟ้าโซลาร์เซลล์จะมีบทบาทสำคัญ

ต้องเรียกได้ว่าปีหน้าจะเป็นปีทองของพลังงานทดแทน โดยเฉพาะไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) เมื่อ ณรงค์ชัย อัครเศรณี รมว.พลังงาน ปาฐกถาพิเศษ “นโยบายการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานทดแทนของประเทศไทย” โดยระบุว่าจะเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าทดแทนเป็น 10% จากปี 2557 ที่สัดส่วนการใช้ไฟฟ้าพลังงานทดแทนอยู่ที่ 6% ของการใช้ไฟฟ้าทั้งระบบ พร้อมทั้งมองว่าไฟฟ้าโซลาร์เซลล์จะมีบทบาทสำคัญ

“ไทยใช้พลังงานทดแทนในสัดส่วนเพียง 6% แบ่งเป็นไฟฟ้าชีวมวล 4% พลังงานลม 0.5% และโซลาร์เซลล์ 1.5% แต่ในปี 2558 เรามีความหวังว่าจะเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนเป็น 10%
ซึ่งไฟฟ้าโซลาร์เซลล์จะมีบทบาทสำคัญกว่าการผลิตไฟฟ้าชีวมวลและขยะ เนื่องจากได้รับความสนใจจากผู้ลงทุนค่อนข้างมาก และที่ผ่านมาไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ถือเป็นมหากาพย์ เพราะถูกปิดล็อกเกี่ยวกับการขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.4) ส่งผลให้โครงการล่าช้า” ณรงค์ชัยบอก

หากจับสัญญาณนโยบายพลังงานทดแทนของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะพบว่ารัฐบาลและกระทรวงพลังงานต่างให้ความสำคัญกับโครงการผลิตไฟฟ้าโซลาร์เซลล์อย่างมาก เห็นได้จากการที่ณรงค์ชัยเข้ามาจัดระเบียบและเร่งรัดโครงการลงทุนไฟฟ้าแสงอาทิตย์ที่ค้างท่อมาตั้งแต่รัฐบาลชุดก่อนหลายพันเมกะวัตต์

พร้อมทั้งเพิ่มเป้าหมายการส่งเสริมไฟฟ้าโซลาร์เซลล์จาก 3,000 เมกะวัตต์ เป็น 3,800 เมกะวัตต์ เพื่อให้ครอบคลุมกับจำนวนโครงการที่นักลงทุนยื่นเสนอลงทุนก่อนหน้านี้ และแผนพัฒนาไฟฟ้าระยะ 10 ปี กำหนดเป้าหมายการผลิตไฟฟ้าแสงอาทิตย์เป็น 4,500-5,000 เมกะวัตต์

ในขณะที่สถานภาพการรับซื้อไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ของภาครัฐพบว่า มีโครงการที่ผูกพันกับภาครัฐแล้วรวมทั้งสิ้น 1,888 เมกะวัตต์ จำนวน 4,468 ราย แบ่งเป็น 3 กลุ่มโครงการ ได้แก่ 1.โครงการที่ขายไฟฟ้าเข้าระบบแล้ว 1,354 เมกะวัตต์ 488 ราย 2.โครงการที่เซ็นสัญญาแล้วแต่ยังไม่ขายไฟฟ้าเข้าระบบ 384 เมกะวัตต์ 2,608 ราย และ 3.โครงการที่ได้รับการตอบรับซื้อไฟฟ้าแล้วแต่ยังไม่เซ็นสัญญา 150 เมกะวัตต์ 1,372 ราย อีกทั้งยังมีโครงการที่ยื่นคำขอลงทุนแต่ยังไม่ได้รับการตอบรับซื้อไฟฟ้า 1,013 เมกะวัตต์ 178 ราย

จึงเท่ากับว่าภายในปี 2558 เป็นต้นไป จะมีการลงทุนโครงการไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ไม่ว่าจะเป็นโซลาร์ฟาร์ม หรือโซลาร์รูฟอย่างน้อย 1,565 เมกะวัตต์ จากนักลงทุน 5,758 ราย เงินลงทุนกว่า 9.3 หมื่นล้านบาท และหากรวมกับโครงการผลิตไฟฟ้าแสงอาทิตย์ของสหกรณ์ และส่วนราชการที่รัฐบาลกำหนดเป้าหมายรับซื้อไฟฟ้าอีก 800 เมกะวัตต์ 4.8 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็นเงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 1.4 แสนล้านบาท

“นายกฯ สั่งให้ไปเคลียร์โครงการเก่าที่ค้างอยู่ให้หมด ซึ่งขณะนี้ได้ยกเลิกโครงการไปแล้ว 104 เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างการตรวจสอบสัญญาอีก 146 เมกะวัตต์ โดยจากนี้ไปหากใครเดินหน้าโครงการไม่ได้ตามที่ตกลงไว้จะถูกยกเลิกทันที” ณรงค์ชัยย้ำ

ดุสิต เครืองาม นายกสมาคมอุตสาหกรรมเซลล์แสงอาทิตย์ไทยและสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ระบุว่า ปี 2558 จะเป็นปีทองของการลงทุนผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ โดยคาดว่าจะมีการผลิตไฟฟ้าอยู่ที่ระดับ 2,000 เมกะวัตต์ คิดเป็นเงินลงทุน 1.4 แสนล้านบาท ในขณะที่มีผู้ประกอบการในประเทศที่สามารถผลิตอุปกรณ์โซลาร์เซลล์ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำได้เพียง 5 ราย และผลิตอุปกรณ์โซลาร์เซลล์ได้เพียง 200 เมกะวัตต์/ปีเท่านั้น

“หากภาครัฐมีนโยบายส่งเสริมไฟฟ้าแสงอาทิตย์ต่อเนื่อง รวมทั้งมีนโยบายเปิดเสรีติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาของประชาชนทั่วไป จะทำให้มีผู้ผลิตอุปกรณ์โซลาร์เซลล์ในประเทศเพิ่มอีกหลายรายในอนาคต และส่งผลให้ไทยเป็นฮับของอุตสาหกรรมนี้ได้เลย” ดุสิตทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท