
ไอแบงก์ขอคลัง จัดตั้งเอเอ็มซี รับโอนหนี้เน่า
ไอแบงก์เสนอแผนฟื้นฟู ให้คลังตั้งเอเอ็มซี รับโอนหนี้ 5 หมื่นล้านบาท ไปบริหารต่อ
ไอแบงก์เสนอแผนฟื้นฟู ให้คลังตั้งเอเอ็มซี รับโอนหนี้ 5 หมื่นล้านบาท ไปบริหารต่อ
นายครรชิต สิงห์สุวรรณ์ รองกรรมการผู้จัดการธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) เปิดเผยว่า แผนฟื้นฟูไอแบงก์ได้ผ่านการพิจารณาของซูเปอร์บอร์ดแล้ว เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. โดยหลังจากมีการตรวจสอบฐานะทางบัญชี หรือดิวดิลิเจนต์ พบว่า มีหนี้เสียที่ต้องจัดชั้นเพิ่มอีก 7,000 ล้านบาท รวมเป็นยอดหนี้เสียราว 4.8 หมื่นล้านบาท และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 5 หมื่นล้านบาท ในปลายปีนี้ จากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และธนาคารมุ่งทำเรื่องแผนฟื้นฟูทำให้การติดตามลูกหนี้ลดลงไป
ทั้งนี้ แผนฟื้นฟูได้เสนอแนวทางแก้หนี้เสีย 5 หมื่นล้านบาท ไว้ 4 แนวทาง คือ 1.การแยกหนี้ดี 5 หมื่นล้านบาท และหนี้เสีย 5 หมื่นล้านบาท ออกจากกัน และให้กระทรวงการคลังตั้งบรรษัทบริหารสินทรัพย์ หรือเอเอ็มซี โดยคลังถือหุ้น 100% เพื่อรับโอนหนี้เสีย 5 หมื่นล้านบาท ไปบริหารต่อ ข้อดีคือจะแยกหนี้เสียออกจากงบการเงินของธนาคารได้เลย แต่ไม่รู้ว่าคลังจะยอมหรือไม่
สำหรับวิธีที่ 2.ให้ไอแบงก์ตั้งเอเอ็มซี เอง ถือหุ้น 100% แล้วโยกหนี้ 5 หมื่นล้านบาท ให้เอเอ็มซีบริหาร 3.ขายหนี้ 5 หมื่นล้านบาท ให้บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท หรือแซม ที่จะมีแผนกซารีฮะห์ มาดูแลลูกหนี้กลุ่มอิสลามเป็นกรณีพิเศษ สุดท้ายคือขายหนี้เสียให้บริษัทบริหารสินทรัพย์ทั่วไป เช่น บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ หรือแบม นำไปบริหาร
“ในหนี้เสีย 5 หมื่นล้านบาท มีลูกหนี้ที่ตามไม่ได้ เพราะไม่ยอมเจรจา ไม่ทำธุรกิจแล้ว หลักประกันไม่คุ้ม ติดต่อไม่ได้ ราว 1.5 หมื่นล้านบาท และมีลูกหนี้กลุ่มมุสลิมรายย่อยอีก 10% หรือประมาณ 5,000 ล้านบาท ที่ธนาคารอาจต้องแยกออกมาบริหารเอง” นายครรชิต กล่าว
นอกจากนี้ ไอแบงก์ได้เสนอขอเงินเพิ่มทุนอีก 1 หมื่นล้านบาท จากเดิมที่ได้เงินเพิ่มทุนแล้ว 5,100 ล้านบาท แต่ต้องรอแผนฟื้นฟูผ่านความเห็นชอบก่อน รวมเงินเพิ่มทุนที่เสนอขอไป 1.51 หมื่นล้านบาท เพื่อให้สัดส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงตามมาตรฐานบีไอเอส เพิ่มจากปัจจุบันที่ติดลบ 1 เป็น 8.5%
ทั้งนี้ ในแผนฟื้นฟูได้เสนอแผนปีหน้า (หลังตัดหนี้เสีย 5 หมื่นล้านบาท ออกไปแล้ว) โดยจะลดหนี้เสียเหลือ 2% ของยอดสินเชื่อคงค้าง 5 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็นมูลหนี้ไม่เกิน 1,000-2,000 ล้านบาท ขณะที่สินเชื่อใหม่ ตั้งเป้าหนี้เสียไม่เกิน 2% และต้องดูแลไม่ให้หนี้ตกชั้นเกิน 2% รวมทั้งตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อใหม่อีก 7,000 ล้านบาท แยกเป็นลูกหนี้รายใหญ่ 3,500 ล้านบาท และลูกหนี้รายย่อย 3,500 ล้านบาท โดยจะเพิ่มลูกหนี้รายย่อยชาวมุสลิมจากปัจจุบัน 3 แสนราย เป็น 1 ล้านราย ในปี 2560
อย่างไรก็ดี แผนทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับคลังว่าจะอนุมัติให้ใช้แนวทางใด จะยอมให้ตั้งเอเอ็มซีหรือไม่ หรือจะให้ปรับแก้แผนส่วนไหนบ้าง รวมทั้งเงินเพิ่มทุนอีก 1 หมื่นล้านบาท เพื่อให้ไอแบงก์มีบีไอเอสเพิ่มเป็น 8.5% คาดว่าจะได้ข้อสรุปจากคลังภายในเดือน ม.ค. 2558







