
คาดปี58ส่งออกอาหารแช่แข็ง1.3แสนล้าน
สมาคมอาหารแชเยือกแข็งคาดปี 58 ส่งออกได้ประมาณ 1.3 แสนล้านบาท เหตุผลผลิตกุ้งยังไม่มาก
สมาคมอาหารแชเยือกแข็งคาดปี 58 ส่งออกได้ประมาณ 1.3 แสนล้านบาท เหตุผลผลิตกุ้งยังไม่มาก
นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ นายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย ประธานสมาพันธ์ผู้ผลิตสินค้าประมงไทย แถลงการส่งออกสินค้าอาหารแช่เยือกแข็งในกลุ่มสินค้าประมงคาดว่าปี 2558 จะสามารถส่งออกได้ประมาณ 1.3 แสนล้านบาท โดยในส่วนของกุ้งคาดว่าผลผลิตจะกลับมาที่ 3 แสนตัน มูลค่าการส่งออกประมาณ 8 หมื่นล้านบาทเพิ่มขึ้นจากปี 2557 ประมาณ 20% จากที่ผ่านมาไทยเคยมียอมส่งออกได้มากถึง 1.7 แสนล้านบาท ซึ่งหากรวมทูน่าแปรรูป เคยส่งออกมากถึงประมาณ 3 แสนล้านบาท และสินค้าประมงที่ยอดลงลงอีก 2 ตัวคือสินค้าทูน่า ที่ลดลงประมาณ 32% โดย 10 เดือนที่ผ่านมาส่งออกสินค้าทูน่าแปรรูปได้ประมาณ 7.5 พันตัน มูลค่า 909 ล้านบาท และปลาหมึกที่ยังมีปัญหาการทำประมงในน่านน้ำพม่าและอินโดนีเซีย
ทั้งนี้มีวิกฤต 4 ข้อที่ตั้งแต่มีสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งเพิ่งเจอ คือ 1.ปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบกุ้ง 2.ปัญหาซื้อสินค้าประมงที่ต้องมาจากการทำประมงที่ถูกกฏหมายหรือ IUU ที่เข้มงวด โดยเฉพาะจากอินโดนีเซีย 3.ปัญหาการถูกตัดสิทธิ GSP ปีที่แล้วที่โดนตัดกุ้งแปรรูป ตั้งแต่ 1 มกราคม 58 4.ปัญหาแรงงานที่เกิดขึ้นที่โดน TIER 3 และโดนโจมตีจาก NGO ในอียู ทำให้เกิดความกังวลใจ
"คาดว่าหลังรัฐสภาออกพรบ.ประมง ภายในเดือนนี้ ทุกปัญหาจะสามารถแก้ไขได้ทั้งหมด เพราะกฏหมายออกมาตั้งปฏิบัติตามโดยเฉพาะการขึ้นทะเบียนเรือและการขึ้นทะเบียนแรงงานประมง เราต้องหยุดคิดเรื่องผลิตเป็น 1 แต่เราต้องคิดว่าจะผลิตเท่าไหร่ ที่จะอยู่รอดปลอดภัย และให้กำไรเราสูงสุด และให้ความยั่งยืนให้กับสินค้าของเรา เราต้องผลิตสินค้าเฉพาะตลาดที่ต้องการความปลอดภัย ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ซึ่งตลาดนี้เรามีอยู่แล้ว"นายพจน์กล่าว
ทั้งนี้อนาคตการพัฒนาสินค้าประมงจะเน้นการแปรรูปเพิ่มมูลค่าและสนับสนุนการทำประมงที่ยั้งยืน มากกว่าเร่งเพิ่มลผลผลิต โดยจุดเด่นของไทยคือเรื่อง Food Safety, Traceability, Anti-Biotic Free และจะเน้นในตลาดของกลุ่มสินค้าพรีเมี่ยมเพิ่มมากขึ้น รวมถึง การสร้าง Nich Market ใหม่ เราสร้าง Five Star ของกุ้งไทย โดยสมาคมฯ กรมประมงกำลังทำงานร่วมกับต่างชาติ เพิ่มเติมอีก 2 ข้อคือ เรื่อง Labour และความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่







