posttoday
เปลี่ยนไอเดียใกล้ตัว ให้เป็นธุรกิจพันล้าน

เปลี่ยนไอเดียใกล้ตัว ให้เป็นธุรกิจพันล้าน

22 ธันวาคม 2557

โดย...ณัฏฐญา เมฆสมณศักดิ์

โดย...ณัฏฐญา เมฆสมณศักดิ์

จากบุคคลที่ไม่เคยมีประสบการณ์ในการขายสินค้า หรือประสบการณ์การขายปลีกแม้แต่นิดเดียว แต่ “พอล ลินด์ลีย์” คุณพ่อจากสหราชอาณาจักร กลับสามารถสร้างประวัติศาสตร์ได้ด้วยการสร้าง “เอลล่าส์ คิทเช่น” บริษัทอาหารเด็กที่ขายดีที่สุดในสหราชอาณาจักรในเวลาเพียง 9 ปีเท่านั้น และมีผลประกอบการมากกว่า 100 ล้านปอนด์/ปี (ราว 5,000 ล้านบาท) ...คำถามก็คือว่า ลินด์ลีย์ทำได้อย่างไร

ย้อนเวลากลับไปเมื่อราว 10 ปีก่อน ชายคนนี้เป็นผู้จัดการอาวุโสของช่องนิคโคโลเดียน ซึ่งเป็นช่องโทรทัศน์สำหรับเด็กในเมืองผู้ดี แต่มี 2 เหตุผลหลักๆ ที่ทำให้เจ้าตัวได้ไอเดียในการทำธุรกิจอาหารสำหรับเด็กขึ้นมา

ข้อแรก เนื่องจากหน้าที่การงานที่นิคโคโลเดียน ลินด์ลีย์ก็ได้เรียนรู้ว่าเรื่องโภชนาการสำหรับเด็กนั้นเป็นประเด็นปัญหาสำคัญมากในสหราชอาณาจักร และปัญหาส่วนหนึ่งที่ทำให้เด็กๆ เป็นโรคอ้วนเพิ่มมากขึ้นก็เกิดขึ้นจากโทรทัศน์นั่นเอง ส่วนเหตุผลที่สอง ลินด์ลีย์และภรรยาเพิ่งจะมีลูกคนแรกที่ชื่อว่า “เอลล่า” ทว่า เอลล่าเป็นเด็กที่ค่อนข้างเลือกกินมาก

จากสองเหตุผลดังกล่าว ที่สะท้อนให้เห็นถึงความไม่พอใจในอาหารสำหรับเด็กที่มีในประเทศ ลินด์ลีย์จึงได้เริ่มตระหนักว่ายังมีช่องว่างในตลาดอาหารสำหรับเด็กที่เป็นตลาดบน และเป็นอาหารที่เป็นออร์แกนิก ซึ่งมีบรรจุภัณฑ์ที่มีสีสันสดใสและทันสมัย

“ผมมีไอเดียที่ผมรู้ว่า ถ้าผมไม่ได้ทำผมจะเสียใจอย่างมาก ซึ่งผมคิดว่าผมสามารถทำให้แตกต่างได้ โดยช่วยให้เด็กมีความสัมพันธ์ที่ดีมากขึ้นกับอาหาร และทำกำไรไปพร้อมๆ กันด้วย” ลินด์ลีย์ กล่าวกับบีบีซี

หลังจากนั้น ลินด์ลีย์จึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำที่ทำอยู่ และให้เวลาตัวเอง 2 ปี เพื่อดูว่าจะสามารถทำธุรกิจประสบความสำเร็จได้หรือไม่ เจ้าตัวใช้เงินเก็บที่มี 2.5 หมื่นปอนด์ (ราว 1.28 ล้านบาท) และใช้เวลาช่วงขวบปีแรกไปกับการปรับปรุงแก้ไข
ไอเดียของธุรกิจ ก่อนจะเข้าขอคำปรึกษาจากภาควิชาวิทยาศาสตร์ โภชนาการและอาหาร ของมหาวิทยาลัยรีดดิ้ง เพื่อทำให้มั่นใจว่าสินค้าจากเอลล่าส์ คิทเช่น นั้นดีต่อสุขภาพและถูกต้องตามหลักโภชนาการ

ขณะเดียวกัน ลินด์ลีย์ก็เริ่มที่จะติดต่อหาบรรดาร้านซูเปอร์มาร์เก็ตต่างๆ ทั้งทางโทรศัพท์และอีเมล เพื่อให้สินค้าวางขายบนชั้นวาง ทว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะนำเสนอสินค้า และทำให้เป็นที่จดจำได้

“ผมต้องติดต่อคนมากมาย และพยายามที่จะหาผู้ซื้อที่ใช่ พยายามขอเข้าไปเจรจาและโน้มน้าวให้พวกเขาจัดการประชุมกับผม เป็นเรื่องที่ยากเอามากๆ และเมื่อสุดท้ายคุณได้เข้าประชุมกับพวกเขาแล้ว คุณต้องไปอย่างมีความมั่นใจและกระตือรือร้น ทำให้แน่ใจว่าผู้ซื้อจำคุณได้” ชายผู้อยู่เบื้องหลังเอลล่าส์ คิทเช่น กล่าว

กระนั้นก็ตาม ปัญหาก็อยู่ที่ว่าเจ้าตัวเหลือเวลาเพียง 4 เดือนเท่านั้น ที่จะต้องผลิตสินค้าให้ทันวางบนชั้นวางของเซนส์เบอร์รี่ เจ้าตัวจึงได้ว่าจ้างบริษัทผู้ผลิตอาหารในสกอตแลนด์เพื่อผลิตสินค้าทั้งหมด ก่อนที่จะสามารถส่งสินค้าให้กับเซนส์เบอร์รี่ได้ทันเวลา

“ผมจำได้ว่า ผมคิดว่า ‘เยส ในที่สุดผมก็ทำได้แล้ว แต่ผมจำเป็นต้องเริ่มทำงานชิ้นใหญ่ตอนนี้” ลินด์ลีย์ ในวัย 48 ปี กล่าว

นอกจากนี้แล้ว ในส่วนของการโฆษณาสินค้า ลินด์ลีย์ได้ไอเดียในการเข้าไปติดต่อนิคโคโลเดียน บริษัทเก่าที่ทำงานอยู่ โดยเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนกับการที่ช่องจะให้เวลาในการโฆษณาฟรี ลินด์ลีย์จะต้องแบ่งกำไรส่วนหนึ่งให้กับทางช่องด้วย ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวก็นับว่าประสบความสำเร็จ เพราะสินค้าของเอลล่าส์ คิทเช่น ฮิตติดตลาดในทันที

“ความรู้สึกที่ได้เห็นคนที่เราไม่รู้จักซื้อสินค้าเรา ที่เมื่อ 6 เดือนที่แล้ว ปรากฏอยู่แต่ในความคิด เป็นเรื่องที่มหัศจรรย์เอามากๆ” ลินด์ลีย์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท