posttoday

เสื้อผ้าแบรนด์ไทย ขยายอาณาจักรต่างแดน

22 ธันวาคม 2557

โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ

โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ

แม้ว่าธุรกิจเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มของไทยที่ออกไปบุกอาเซียน ส่วนใหญ่จะเน้นการขยายฐานการผลิต เพื่อส่งสินค้าไปขายในประเทศที่ 3 แต่ก็มีแบรนด์ไทยจำนวนไม่น้อยที่พยายามจับกลุ่มลูกค้าในตลาดนี้

ถาวร กนกวลีวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บลูพิน อินเตอร์เทรด ผู้ผลิตเสื้อผ้ายี่ห้อบลู คอนเนอร์ และคลาสสิฟาย กล่าวว่า บริษัทเริ่มต้นจากการรับจ้างผลิตสินค้าเสื้อผ้าลำลองให้แบรนด์ต่างชาติ ก่อนจะเปลี่ยนกลยุทธ์มาออกแบบสินค้า และได้สร้างแบรนด์ของตัวเองในที่สุดเมื่อ 20 ปีที่แล้ว เพื่อผลิตสินค้าขายในประเทศ และส่งออก แต่เมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว ต้นทุนการผลิตสินค้าในไทยเพิ่มสูงขึ้น การแข่งขันสูงทำให้ยอดการส่งออกลดลง

บริษัทจึงปรับกลยุทธ์ธุรกิจอีกรอบ โดยพยายามสร้างตราสินค้าของตัวเองให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นในต่างประเทศ เริ่มเจาะตลาดใหม่ๆ ซึ่งจะหาพันธมิตรมาทำงานร่วมกัน และให้ความสำคัญตลาดในอาเซียนเป็นหลัก

รูปแบบการขยายการลงทุนจะเน้นขยายสาขาในต่างประเทศ ซึ่งมีรูปแบบเหมือนกับสาขาในเมืองไทย สำหรับประเทศแรกที่ออกไปเปิดสาขา คือ พม่า เมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว ตามด้วยกัมพูชา และได้เปิดสาขาในเวียดนามเป็นประเทศล่าสุด ปัจจุบันบริษัทมีสาขาต่างประเทศ 14 สาขา ได้แก่ พม่า 10 สาขา กัมพูชา 3 สาขา และเวียดนาม 1 สาขา

“สาขาทุกแห่งจะอยู่ในห้างสรรพสินค้า หรือศูนย์การค้า เรานำระบบบริหารจัดการจากเมืองไทยเข้าไปทั้งระบบ ทั้งทีมออกแบบสินค้า การจัดแต่งร้าน การขาย การจัดหาสถานที่ โดยมีพันธมิตรท้องถิ่นเป็นผู้ลงทุน”

สำหรับฐานะของแบรนด์สินค้าจะอยู่ในระดับกลาง ราคาแพงกว่าสินค้าท้องถิ่น แต่สามารถแข่งขันกับแบรนด์จากญี่ปุ่น เกาหลี และยุโรป โดยเสื้อผ้าบลู คอนเนอร์ และคลาสสิฟาย มีราคาใกล้เคียงกับในเมืองไทย เพราะไม่มีภาษี ต้นทุนการขนส่งไม่สูงมาก ดังนั้นสินค้าประมาณ 70-80% มีราคาเดียวกับที่ขายในไทย

“จุดขายสำคัญของเราคือสินค้าแบรนด์ไทย ทำให้ลูกค้ายอมรับได้ง่าย บางสาขาเรามีป้ายเขียนไว้หน้าร้านเลยว่าเป็นสินค้าจากประเทศไทย”

ถาวรยังได้อธิบายถึงรสนิยมของคนในประเทศเพื่อนบ้านว่า ลูกค้าแต่ละประเทศมีรสนิยมต่างกัน ทั้งสี ขนาด และรูปทรง เช่น คนพม่านิยมเสื้อผ้าเรียบร้อย มิดชิด และจะขายเสื้อได้มากกว่าขายกางเกง ลูกค้าชาวเวียดนามส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่น ชื่นชอบแฟชั่น แต่ขนาดเสื้อผ้าจะเล็กกว่าของไทย ส่วนคนกัมพูชาต้องการเสื้อผ้าที่มีความเรียบหรู ดังนั้นบริษัทจึงทำงานร่วมกับพันธมิตรอย่างใกล้ชิดเพื่อเลือกสินค้าไปขายให้ถูกใจลูกค้า

นอกจากนี้ ในปี 2558 จะพยายามทำงานร่วมกับพันธมิตรออกแบบสินค้าเฉพาะสำหรับแต่ละประเทศ ผลิตคอลเลกชั่นเฉพาะ เพื่อให้ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากที่สุด

“ตอนนี้อยู่ในขั้นเริ่มต้นของการสร้างแบรนด์ เป้าหมายคืออยากให้สาขาในต่างประเทศมียอดขายเท่ากับสาขาในเมืองไทย ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 70% ของยอดขายในไทย”

ขณะที่ในอนาคตจะขยายสาขาในแต่ละประเทศเพิ่มขึ้น และจะขยายไปในตลาดอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ และหากมียอดขายมากขึ้น อาจจะหาโรงงานในประเทศเพื่อนบ้านเพื่อผลิตสินค้าป้อนตลาดนั้นๆ ด้วย

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ขีดเส้นตาย 48 ชม. กดดันอิหร่าน ขณะยังไม่ทราบชะตากรรมนักบินที่ถูกยิงตก