
น้ำมันและรัสเซีย ยังเป็นตัวแปรหุ้นช่วงนี้
แนวโน้มดัชนีหุ้นไทยสัปดาห์นี้จะแกว่งสร้างฐานในกรอบ 1,480-1,550 จุด ตัวแปรชี้ทิศทางตลาดหุ้นช่วงนี้ยังคงอยู่ที่น้ำมันและปัญหารัสเซีย
แนวโน้มดัชนีหุ้นไทยสัปดาห์นี้จะแกว่งสร้างฐานในกรอบ 1,480-1,550 จุด ตัวแปรชี้ทิศทางตลาดหุ้นช่วงนี้ยังคงอยู่ที่น้ำมันและปัญหารัสเซีย
ตลาดหุ้นไทยดิ่งหนักในช่วงต้นสัปดาห์ก่อน ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบโลกที่ดิ่งแรง และความวิตกต่อปัญหารัสเซีย รวมถึงกระแสข่าวลือที่กระตุ้นให้เกิดแรงขายแบบตื่นตระหนกและแรงขายตัดขาดทุน แรงขายอีกส่วนหนึ่งยังเกิดจากการถูกบังคับขาย
แม้น้ำมันราคาถูกจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยผ่านดุลการค้า ดุลงบประมาณที่ดีขึ้น ขณะที่ผู้ผลิตส่วนใหญ่และผู้บริโภคสามารถลดต้นทุนจากน้ำมัน จึงมีเงินเหลือใช้จ่ายมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิ่งแรงส่งผลลบต่อหุ้นพลังงานและปิโตรเคมีที่มีอิทธิพลสูงต่อการคำนวณดัชนีตลาดหุ้นไทย แรงกดดันเงินเฟ้อที่ลดลงยังก่อให้เกิดความวิตกว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกจะโตช้าลงตามไปด้วย โดยเฉพาะประเทศที่พึ่งพิงรายได้จากการส่งออกน้ำมันในสัดส่วนสูง เช่น กลุ่มโอเปก และรัสเซีย
กรณีที่น้ำมันทรุดลงอีก หรือตกต่ำเรื้อรังอาจบั่นทอนอุตสาหกรรมเชลล์ออยล์ในสหรัฐที่ระดมทุนผ่านการออกหุ้นกู้สูงถึงราว 5.5 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หากเป็นเช่นนั้นจะเกิดผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อเนื่องไปที่สถาบันการเงินหรือนักลงทุนที่ถือตราสารหนี้
ภาวะน้ำมันตกต่ำซ้ำเติมรัสเซียที่ก่อนหน้านี้เผชิญภาวะเศรษฐกิจชะลอลงจากปัญหายูเครนอยู่แล้ว เงินรูเบิ้ลที่เสื่อมค่าลงแตะจุดต่ำสุดในรอบหลายๆ ปี ได้เพิ่มความวิตกว่าอาจจุดชนวนผลกระทบเป็นโดมิโน โดยเฉพาะตลาดหุ้นอีเมอร์จิ้ง คล้ายกับที่เคยเกิดขึ้นในช่วงต้นทศวรรษ 40
อย่างไรก็ตาม ดัชนีหุ้นไทยฟื้นตัวขึ้นในช่วงต่อมาตามตลาดทั่วโลก หลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ระบุในการประชุมครั้งล่าสุดว่า เฟดสามารถ “อดทน” รอต่อไปได้อีก ในการปรับท่าทีด้านนโยบายการเงินให้เข้าสู่ภาวะปกติ ถ้อยแถลงดังกล่าวทำให้นักลงทุนมองว่า เฟดจะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยก่อนเดือน เม.ย. 2558
ในการประชุมครั้งนี้ เฟดยังได้ปรับเพิ่มขึ้นคาดการณ์เศรษฐกิจของสหรัฐว่าจะขยายตัวในอัตรา 2.3-2.4% ในปีนี้ ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ในเดือน ก.ย. ที่ระดับ 2-2.2% และได้คงคาดการณ์เศรษฐกิจ
ในปีหน้าไว้ที่ระดับ 2.6-3% ส่วนในด้านตลาดแรงงานนั้น เฟดคาดว่าอัตราว่างงานจะลดลงมาอยู่ที่ 5.8% ในปีนี้ และจะลดลงสู่ 5.2-5.3% ในปีหน้า
มุมมองเชิงบวกต่อเศรษฐกิจสหรัฐที่มีขนาดเกือบ 1 ใน 4 ของเศรษฐกิจโลก ได้ช่วยบรรเทาความกังวลต่อแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก
ขณะที่ราคาน้ำมันโลกก็เริ่มแกว่งสร้างฐาน ได้ช่วยหนุนหุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีที่ปรับลงแรงก่อนหน้านี้
ทั้งนี้ ความไม่แน่นอนของตลาดทั่วโลกในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้มีความต้องการสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยมากขึ้น นักลงทุนต่างชาติจึงขายสุทธิหุ้นไทยอย่างหนักหน่วงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาอย่างไร
ก็ดีคาดว่าแรงขายต่างชาติจะซาลงในสัปดาห์นี้ เนื่องจากผู้จัดการกองทุนและผู้ลงทุนต่างชาติทยอยหยุดพักผ่อนในช่วงเทศกาลคริสต์มาส-ปีใหม่
เมื่อแรงขายซาลง หุ้นบลูชิพในกลุ่มแบงก์ที่ถูกกดอยู่ น่าจะเริ่มโงหัวขึ้น ประกอบกับแรงซื้อจากทริกเกอร์ฟันด์กองใหม่ที่ทยอยเปิดขายหน่วยไปตั้งแต่กลางสัปดาห์ก่อน คาดว่าจะเริ่มทยอยเข้าซื้อหุ้นได้ในสัปดาห์นี้
ภาวะการซื้อขายหุ้นสัปดาห์นี้จะผันผวนน้อยลง อย่างไรก็ดีราคาหุ้นที่ดีดแรงตั้งแต่กลางสัปดาห์ที่ผ่านมา จะทำให้นักลงทุนบางส่วน
เทขายทำกำไร ดัชนีหุ้นจึงน่าจะแกว่งสร้างฐานในกรอบ 1,480-1,550 จุด
หุ้นบลูชิพที่เป็นเป้าหมายในการเข้าซื้อของนักลงทุนสถาบัน จะช่วยประคองตลาดหุ้นโดยรวม n
พบกันใหม่สัปดาห์หน้าครับ







