
ผู้หญิงกับจุดอ่อนทางการเงิน
ผู้หญิงนอกจากจะมีนิสัยการใช้จ่ายเงินแตกต่างไปจากผู้ชายแล้ว ตามสถิติที่บอกว่าผู้หญิงมีอายุยืนกว่าผู้ชายก็อาจจะสรุปได้ว่า ผู้หญิงต้องการเงินมาใช้จ่ายมากกว่าผู้ชาย ในขณะที่ตัวเลขทางสถิติบอกว่า ผู้หญิงโดยเฉลี่ยทำงานหาเงินได้น้อยกว่าผู้ชาย ทำให้ผู้หญิงเริ่มสนใจในเรื่องนี้มากขึ้น จนมีนักเขียนหลายท่านได้ออกหนังสือที่เกี่ยวกับการลงทุน หรือไม่ก็การบริหารการเงินที่เกี่ยวกับผู้หญิงโดยเฉพาะ ซึ่งผู้เขียนเชื่อว่ามันอาจจะเป็นเพียงกลยุทธ์ในการเจาะตลาดผู้ซื้อหนังสือที่เป็นหญิงเท่านั้น เพราะในความเป็นจริงการลงทุนหรือหุ้นที่จดทะเบียนในตลาด ไม่ว่าจะเป็นหุ้นปูนฯ หรือหุ้นธนาคารกรุงเทพ คงไม่สามารถแยกแยะได้ว่าผู้ลงทุนคนไหนเป็นผู้หญิงหรือเป็นผู้ชาย และต่างฝ่ายต่างก็มีโอกาสในการทำกำไรจากการลงทุนได้เท่าๆ กัน รวมไปถึงผลประโยชน์ทางด้านภาษีที่ลงทุน กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนเพื่อการเกษียณอายุ รวมทั้งประกันชีวิต ก็ล้วนแล้วแต่มีความเท่าเทียมกันทุกอย่าง
ผู้หญิงนอกจากจะมีนิสัยการใช้จ่ายเงินแตกต่างไปจากผู้ชายแล้ว ตามสถิติที่บอกว่าผู้หญิงมีอายุยืนกว่าผู้ชายก็อาจจะสรุปได้ว่า ผู้หญิงต้องการเงินมาใช้จ่ายมากกว่าผู้ชาย ในขณะที่ตัวเลขทางสถิติบอกว่า ผู้หญิงโดยเฉลี่ยทำงานหาเงินได้น้อยกว่าผู้ชาย ทำให้ผู้หญิงเริ่มสนใจในเรื่องนี้มากขึ้น จนมีนักเขียนหลายท่านได้ออกหนังสือที่เกี่ยวกับการลงทุน หรือไม่ก็การบริหารการเงินที่เกี่ยวกับผู้หญิงโดยเฉพาะ ซึ่งผู้เขียนเชื่อว่ามันอาจจะเป็นเพียงกลยุทธ์ในการเจาะตลาดผู้ซื้อหนังสือที่เป็นหญิงเท่านั้น เพราะในความเป็นจริงการลงทุนหรือหุ้นที่จดทะเบียนในตลาด ไม่ว่าจะเป็นหุ้นปูนฯ หรือหุ้นธนาคารกรุงเทพ คงไม่สามารถแยกแยะได้ว่าผู้ลงทุนคนไหนเป็นผู้หญิงหรือเป็นผู้ชาย และต่างฝ่ายต่างก็มีโอกาสในการทำกำไรจากการลงทุนได้เท่าๆ กัน รวมไปถึงผลประโยชน์ทางด้านภาษีที่ลงทุน กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนเพื่อการเกษียณอายุ รวมทั้งประกันชีวิต ก็ล้วนแล้วแต่มีความเท่าเทียมกันทุกอย่าง
จากข้อมูลที่ได้จากการวิจัยของสถาบันที่ใช้ชื่อว่า Women Institute for Secure Retirement และ National Center for Women Retirement Research ในประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่า
1.ผู้หญิงอเมริกันส่วนใหญ่ใช้เวลาร้อยละ 15 ออกจากตลาดแรงงานเพื่อไปดูแลลูกๆ หรือพ่อแม่ที่สูงอายุ และเธอก็ต้องทำงานอีกประมาณ 5 ปี ในการที่จะหารายได้มาทดแทนจาก 1 ปี ที่หายออกไปจากตลาดแรงงาน
2.ผู้หญิงที่เกษียณอายุจะได้รับเงินค่าเกษียณอายุ ประมาณครึ่งหนึ่งที่ผู้ชายได้รับ
3.โดยเฉลี่ยผู้หญิงจะมีอายุยืนยาวกว่าผู้ชาย และเมื่อถึงเวลานั้นแล้ว ร้อยละ 90 ของเธอเหล่านั้นต้องใช้เงินที่มาจากการทำงานของตัวเอง
ผู้หญิงหลายคนที่ลงเอยด้วยการเป็นม่าย หรือไม่ก็หย่าร้าง และก็ต้องเผชิญกับปัญหาทางด้านการเงินโดยลำพัง ในขณะเดียวกันผู้หญิงไทยจำนวนมากไม่สนใจกับการเงินและให้สามีเป็นฝ่ายรับผิดชอบในการหาเงินแต่เพียงฝ่ายเดียว ซึ่งอาจจะเป็นความคิดที่ไม่ถูกต้องเลย ซึ่งหลายคนก็อาจจะรู้ตัวดี แต่ไม่รู้ว่าควรจะทำเช่นไร เพราะคิดว่ามันจะสายเกินไปที่จะแก้ไข แต่ในความเป็นจริงแล้ว การเริ่มต้นที่จะหันมามองถึงเรื่องของเงินๆ ทองๆ ในทางที่ถูกที่ควรยังคงไม่สายเกินไป อย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าคุณอาจจะล่วงเข้าสู่วัยกลางคนแล้วก็ตาม ต่อไปนี้เราขอนำเสนอคำแนะนำที่ได้มาจากหนังสือ It’s More Than Money -Its Your Life โดย Candace Bahr และ Ginita Wall ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อทุกท่านที่ต้องการจะปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้นใน เรื่องการจัดสรรเงินและการลงทุนมาฝาก
1.ขอคำปรึกษาจากผู้ที่มีความรู้ทางด้านนี้โดยตรง โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกมองเป็นคนที่ไม่มีความรู้ อีกทั้งในปัจจุบันที่ปรึกษาการลงทุน Certified Financial Planner (CFP) ก็เพิ่มจำนวนมากขึ้น เพราะฉะนั้นคุณอาจจะลองติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่ของธนาคารหรือไม่ก็ตัวแทนนายหน้าค้าหุ้น ที่น่าจะพอรู้จักใครบ้างที่สามารถให้คำตอบคุณได้ดีและถูกต้องมากที่สุด
2.การลงทุนไม่จำเป็นที่จะต้องใช้เงินก้อนใหญ่ เพราะในปัจจุบันมีกองทุนรวมหลายกองทุนที่คุณสามารถใช้เงินแค่ 1,000 บาท ก็สามารถซื้อหน่วยลงทุนได้ และบางกองทุนก็ยังมีบริการหักเงินจากบัญชีได้โดยตรง โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากในการถอนเงินไปลงทุนด้วย
3.อย่าลืมเรื่องการทำประกัน การทำประกันชีวิตถือเป็นส่วนสำคัญในการบริหารการเงิน โดยเฉพาะหากคุณยังคงมีหนี้สินที่จะต้องจ่าย ในขณะที่ลูกของคุณก็ยังเล็ก เพราะอย่าลืมว่าหากคุณเสียชีวิตไปก็ไม่ได้หมายความว่าหนี้สินจะหมดตามไปด้วย และหากคุณเป็นคนที่ทำอาชีพอิสระ การมีประกันสุขภาพก็ถือเป็นเรื่องที่จะช่วยคุณได้มากหากเกิดอะไรขึ้นกับคุณ
4.อย่าลืมที่จะใช้ประโยชน์จากผลประโยชน์ทางภาษีที่จะได้จากการลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพสำหรับผู้ที่ทำงานประจำ ส่วนผู้ที่มีอาชีพอิสระโดยทั่วไปก็อย่าลืมนึกถึงกองทุนรวมเพื่อการเกษียณอายุ ที่จะสามารถนำเงินที่คุณไปลงทุนนำไปหักออกจากเงินได้พึงประเมินถึง 1,000,000 บาท/ปี ซึ่งจะช่วยทำให้คุณเสียภาษีน้อยลงอีกพอสมควร
5.พยายามสร้างเครดิตให้กับตัวเอง ผู้หญิงบางคนที่แต่งงานแล้วมักจะไม่ใส่ใจกับการมีบัญชีในชื่อของตนเอง ซึ่งนับเป็นความคิดที่ค่อนข้างจะอันตรายอยู่ไม่ใช่น้อย ในกรณีที่คุณอาจจะต้องปุ๊บปั๊บหย่าร้างหรือเป็นม่ายขึ้นมา การไม่มีบัญชีหรือเครดิตการ์ดเป็นของตัวเอง จะทำให้คุณเป็นคนไม่มีเครดิตไปเสียดื้อๆ
6.เก็บสำรองเงินก้อนเพื่อการฉุกเฉิน โดยเงินก้อนนี้คุณอาจจะคำนวณได้มาจากค่าใช้จ่ายรายเดือน 3 ถึง 6 เดือน แต่สำหรับบางคน 6 เดือนอาจจะถือว่าน้อยเกินไป เพราะหากคุณตกงานคุณอาจจะต้องใช้เวลามากกว่า 6 เดือน ในการหางานใหม่ เพราะฉะนั้นการสำรองเงินเอาไว้มากหน่อย ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร
เมื่อคุณได้อ่านข้อแนะนำทั้งหมดแล้ว คุณก็คงจะเห็นว่ามันไม่ใช่เรื่องยากเลยในการที่จะนำมาปฏิบัติ และก็เป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะเป็นอะไรที่เรารู้ๆ กันอยู่ ถ้าจะว่าในเรื่องของการลงทุนสิ่งสำคัญที่สุดน่าจะเป็นแค่วินัยและความตั้งใจในการที่จะทำมันต่อไปให้ได้ผลสำเร็จตามที่ตั้งใจเอาไว้เท่านั้นเอง?
ผู้อ่านสามารถส่งคำถามเกี่ยวกับการเงินส่วนบุคคลให้ผมได้ที่ [email protected]







