
ลงทุนภาวะ ตื่นตระหนก
เดือนสุดท้ายของปีนี้ถือว่าเป็นอีกเดือนที่ยากลำบากในชีวิตการลงทุนของหลายๆ คน จากตลาดเหวี่ยงตัวแรงในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา SET Index ทะยานไปอยู่ที่จุดสูงสุดของปีที่ระดับ 1,603.89 จุด เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. จากนั้นดัชนี SET Index ก็ร่วงต่อเนื่อง จากแรงกดดันของราคาน้ำมันโลกที่ดิ่งลงแรง วิกฤตการเงินรัสเซีย และข่าวลือที่เข้ามากระทบตลาด จนตลาดหุ้นไทยอยู่ในสภาพ “ธันวาทมิฬ” หรือ Black December ดัชนีติดลบระหว่างวันเกือบ 140 จุด ลงไปถึงระดับ 1,375.99 จุด ก่อนจะฟื้นตัวกลับมาก่อนตลาดปิด จากวันนั้นก็ฟื้นตัวกลับมายืนเหนือ 1,500 จุดได้ เมื่อมีปัจจัยบวกเข้ามา ถือได้ว่าดัชนี SET Index แกว่งตัวแรงทั้งแดนบวกและแดนลบในระดับหลายสิบจุดตลอดสัปดาห์
เดือนสุดท้ายของปีนี้ถือว่าเป็นอีกเดือนที่ยากลำบากในชีวิตการลงทุนของหลายๆ คน จากตลาดเหวี่ยงตัวแรงในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา SET Index ทะยานไปอยู่ที่จุดสูงสุดของปีที่ระดับ 1,603.89 จุด เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. จากนั้นดัชนี SET Index ก็ร่วงต่อเนื่อง จากแรงกดดันของราคาน้ำมันโลกที่ดิ่งลงแรง วิกฤตการเงินรัสเซีย และข่าวลือที่เข้ามากระทบตลาด จนตลาดหุ้นไทยอยู่ในสภาพ “ธันวาทมิฬ” หรือ Black December ดัชนีติดลบระหว่างวันเกือบ 140 จุด ลงไปถึงระดับ 1,375.99 จุด ก่อนจะฟื้นตัวกลับมาก่อนตลาดปิด จากวันนั้นก็ฟื้นตัวกลับมายืนเหนือ 1,500 จุดได้ เมื่อมีปัจจัยบวกเข้ามา ถือได้ว่าดัชนี SET Index แกว่งตัวแรงทั้งแดนบวกและแดนลบในระดับหลายสิบจุดตลอดสัปดาห์
หากเราดูประวัติศาสตร์การลงทุนที่ผ่านมา จะพบว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับตลาดหุ้นบ้านเราไม่ใช่เรื่องใหม่ ในแต่ละรอบของวัฏจักรการลงทุนเราจะเจอเหตุการณ์ในลักษณะที่ตลาดเกิดการตื่นตระหนกอย่างรุนแรงได้เสมอๆ คำถามสำคัญคือ เราควรทำอย่างไรในช่วงที่ตลาดตื่นตระหนกและควรจัดสรรพอร์ตอย่างไรให้สามารถรับมือสถานการณ์ไม่คาดฝันได้
ในทางปฏิบัติแล้ว การจัดพอร์ตที่ดีควรมีเงินสดเผื่อไว้ในระดับที่เหมาะสม อาจอยู่ระหว่าง 10-15% สมมติว่าท่านมีพอร์ตอยู่ 10 ล้านบาท และมีเงินสดเก็บไว้ 1.5 ล้านบาท หรือ 15% ของพอร์ต ในช่วงตลาดตื่นตระหนกมากๆ มีหุ้นดีๆ หลายตัวที่ร่วงมากกว่า 5-10% ในวันเดียว หากเรามองว่าเป็นภาวะชั่วคราว และการ ลงมาของราคาสวนทางกับพื้นฐาน การหาจังหวะทยอยเก็บหุ้นเข้ามาถือเป็นกลยุทธ์ที่เหมาะสม
แต่เราจะแน่ใจได้อย่างไร ว่าหากวันนี้เราลองซื้อสวนกลับไปแล้วตลาดจะกลับมาได้ในระยะสั้น เพราะบางกรณีอาจเป็นช่วงที่ตลาดอยู่ในวัฏจักรขาลง ซึ่งกว่าจะกลับมาที่ขาขึ้นกินเวลาไม่น้อย
ดังนั้น สิ่งที่่ดีที่่สุด คือ การเลือกและซื้อหุ้นที่มีพื้นฐานของกิจการที่แข็งแกร่งทั้งฐานะทางการเงิน ผลการดำเนินงาน แบรนด์ และผู้บริหาร จนแน่ใจได้ว่าเป็นกิจการที่ดีมีอนาคตในระยะยาว ที่เหลือเป็นเรื่องของการจัดพอร์ตของเราให้มีความพร้อม มีเงินสดติดพอร์ตไว้ในระดับที่ไม่มากหรือน้อยเกินไป รวมถึงการดูจังหวะที่เหมาะสมค่ะ
การจัดทัพลงทุนที่มีความพร้อมและตั้งสติมองตามปัจจัยพื้นฐานจะช่วยให้เราผ่านเวลาที่ตลาดตื่นตระหนกแรงๆ ไปได้และประสบความสำเร็จระยะยาว







