
2กองทุนนอกซื้อสินมั่นคง
อังกฤษคุมเข้ม อาร์เอสเอขายบิ๊กล็อตหาเงินเพิ่มทุน ด้าน คปภ.ย้ำไทยยังยึดมั่นหลักเกณฑ์ลงทุน
อังกฤษคุมเข้ม อาร์เอสเอขายบิ๊กล็อตหาเงินเพิ่มทุน ด้าน คปภ.ย้ำไทยยังยึดมั่นหลักเกณฑ์ลงทุน
บริษัท รอยัล แอนด์ ซัน อลิอันซ์ อินชัวรันส์ (อาร์เอสเอ) เปิดเผยเมื่อเร็วๆ นี้ว่า ได้ขายหุ้นในบริษัท สินมั่นคงประกันภัย ให้กับบริษัท ลีปฟร็อก ไทยแลนด์ โฮลดิงส์ และบริษัท มินโด เอเชีย อินเวสต์เมนท์ ในเครือของลอมบาร์ด อินเวสต์เมนท์ แล้วในสัดส่วนรายละประมาณ 11% วงเงิน 36 ล้านปอนด์ (ราว 1,850 ล้านบาท)
นอกจากนี้ บริษัท สินมั่นคงประกันภัย ได้ทำหนังสือชี้แจงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นว่า การซื้อขายหลักทรัพย์บนกระดานใหญ่เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. เป็นการปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้น ซึ่งผู้ถือหุ้นประเภทสถาบัน 2 รายดังกล่าว ได้ถือหุ้นรายละ 10.875% แต่ยืนยันว่าไม่มีผลกระทบต่อโครงสร้างการบริหารจัดการ และนโยบายการดำเนินธุรกิจของบริษัท
“สาเหตุการขายหุ้นเนื่องจากอาร์เอสเอจำเป็นต้องระดมทุนจำนวนมาก เพื่อให้สามารถเพิ่มเงินกองทุนให้เพียงพอ ตามข้อบังคับของหน่วยงานภาครัฐที่กำกับดูแลธุรกิจประกันภัยในอังกฤษ” นายเรืองเดช ดุษฎีสุรพจน์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท สินมั่นคงประกันภัย กล่าว
ด้าน นายประเวช องอาจสิทธิกุล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับเเละส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กล่าวก่อนหน้านี้ว่า ปัจจัยลบที่น่ากังวลสำหรับธุรกิจประกันภัยในปีหน้า คือภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความผันผวน เช่น ราคาน้ำมัน ค่าเงิน ตลาดเงิน ตลาดทุน ดังนั้นอยากให้ทุกบริษัทยึดมั่นเรื่องหลักเกณฑ์การลงทุนและการบริหารความเสี่ยง
ทั้งนี้ คปภ.จะยังคงเข้มงวดในเรื่องเกณฑ์การลงทุนเพื่อให้มั่นใจได้ว่าฐานะการเงินของบริษัทประกันจะไม่กระทบต่อการเอาประกันของลูกค้า
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าในปี 2558 ธุรกิจประกันภัยไทยจะเติบโตได้ประมาณ 13% สอดคล้องกับการเติบโตในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยธุรกิจประกันชีวิตคาดว่าจะมีอัตราเติบโต 12-13% ขณะที่ธุรกิจประกันวินาศภัยคาดว่าจะเติบโตเป็น 2 เท่าของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) หรือราว 8% จากปีนี้ที่คาดว่าเบี้ยประกันภัยจะอยู่ที่ประมาณ 7.2 แสนล้านบาท หรือเติบโตประมาณ
11-12% เมื่อเทียบกับปี 2556







