
จับตาประมาณการเศรษฐกิจใหม่
ในสัปดาห์นี้น่าจะเป็นสัปดาห์ที่ตลาดการเงินโลกนิ่งๆ ขึ้น เนื่องจากประเด็นหลักๆ ได้ผ่านพ้นไปแล้วในสัปดาห์ก่อนหน้า ซึ่งทำให้สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่าค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.80-33.00
ในสัปดาห์นี้น่าจะเป็นสัปดาห์ที่ตลาดการเงินโลกนิ่งๆ ขึ้น เนื่องจากประเด็นหลักๆ ได้ผ่านพ้นไปแล้วในสัปดาห์ก่อนหน้า ซึ่งทำให้สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่าค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.80-33.00
ในสัปดาห์นี้ ประเด็นหลักๆ โดยรวมเป็นการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจเป็นสำคัญ ทั้งนี้ประเด็นที่เราจะจับตามองเป็นพิเศษจะเป็นประเด็นจากในประเทศ โดยเฉพาะการเผยแพร่ประมาณการรอบใหม่จากแบงก์ชาติว่า
มีมุมมองต่อเศรษฐกิจเช่นไร และมีโอกาสที่จะต้องลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศที่ยังฟื้นตัวได้ช้าเพิ่มเติมอีกหรือไม่
ส่วนประเด็นจากต่างประเทศนั้น สหรัฐจะมีการรายงานตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3 ของปี 2014 (ซึ่งเป็นการประกาศทบทวนรอบก่อนหน้า) การใช้จ่ายและรายได้ของผู้บริโภค และตัวเลขด้านเงินเฟ้อ โดยเราคาดว่าตัวเลขโดยรวมของสหรัฐนั้นจะยังออกมาอยู่ในเกณฑ์ที่ดี และยังสนับสนุนการแข็งค่าของเงินเหรียญสหรัฐอยู่ แต่เนื่องจากกิจกรรมการซื้อขายช่วงปลายปีจะเบาบางลงบ้าง จึงน่าจะยังไม่เห็นการอ่อนค่าของเงินบาทที่รุนแรงนัก แต่ในปีหน้าธีมการแข็งค่าของเงินเหรียญสหรัฐน่าจะกลับมารุนแรงขึ้นได้อีก
สำหรับสัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ 32.82 และอ่อนค่าลงอย่างหนัก หลังจากตลาดหุ้นไทยโดนแรงขายเป็นจำนวนมาก ตามราคาน้ำมันในตลาดโลกร่วงลงจนกดดันหุ้นกลุ่มพลังงาน ประกอบกับมีข่าวลือที่ออกมาปั่นป่วนตลาดหุ้น ทำให้เห็นการเทขายของนักลงทุนต่างชาติเป็นจำนวนมาก กดดันให้ภายในวันเดียวกันนั้น เห็นเงินบาทอ่อนค่าไปแตะ 32.97 ได้ นอกจากนี้ยังมีประเด็นการโจมตีค่าเงินในรัสเซีย ตามการร่วงลงของราคาน้ำมันเช่นเดียวกัน จนทำให้ค่าเงินรูเบิ้ลอ่อนค่าลงไปแล้วถึงเกือบ 50% เมื่อเทียบกับต้นปี และยังทำให้ประเทศตลาดการเกิดใหม่หลายๆ ประเทศในตลาดเกิดใหม่รู้สึกหนาวมากขึ้นกลัวว่าจะโดนร่างแหของแรงขายตามกันไปด้วย
ขณะที่ประเด็นหลักในสัปดาห์ที่ผ่านมา อยู่ที่การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ ซึ่งผลการประชุมบ่งชี้ว่าผู้กำหนดนโยบายการเงินนั้น มีภาพที่สวยหรูในเรื่องการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลกในระยะต่อไป อย่างไรก็ดียังไม่รีบร้อนที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ย เพราะต้องการดูสถานการณ์ให้แน่ใจเสียก่อน ทั้งนี้มีการส่งสัญญาณว่าในปีหน้านั้น จะเป็นปีที่เริ่มมีการขึ้นดอกเบี้ยจริงๆ ท่าทีดังกล่าวทำให้เห็นแรงหนุนต่อค่าเงินเหรียญสหรัฐให้ยังปรับแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินโดยรวม อย่างไรก็ดีในช่วงปลายสัปดาห์ ค่าเงินบาทเห็นแรงสนับสนุนจากปัจจัยชั่วคราวหลังจากมีเงินทุนไหลเข้ามาก้อนใหญ่เพื่อเพิ่มทุนธนาคารแห่งหนึ่ง ทำให้ช่วงปลายสัปดาห์เห็นเงินบาทกลับมาแข็งค่าได้เล็กน้อย และปิดตลาดวันศุกร์ที่ 32.86
ในสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการเสนอขายหุ้นกู้กลุ่มพลังงาน อันดับเครดิต AAA อายุ 6 ปี 11 เดือน จำนวน 1 หมื่นล้านบาท ให้กับผู้ลงทุนทั่วไป โดยอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 4% ส่วนหุ้นกู้ตลาดรองค่อนข้างเงียบเหงา มีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่ำกว่าวันละ 1,000 ล้านบาท ซึ่งมาจากการที่นักลงทุนกลุ่มสถาบันชะลอการซื้อขาย เนื่องจากเป็นช่วงใกล้สิ้นปี ส่วนอัตราผลตอบแทนปรับสูงขึ้น หลังสหรัฐส่งสัญญาณอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าคาด ประกอบกับการคงดอกเบี้ยนโยบายของ กนง. ซึ่งผิดจากความคาดหวังของนักลงทุนบางส่วนในตลาด
เงินยูโรเปิดตลาดที่ 1.2641 ก่อนจะแข็งค่าขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์จากจุดต่ำสุดที่ 1.2420 ท่ามกลางแรงซื้อหุ้นกลับของนักลงทุน หลังตลาดหุ้นยุโรปปรับลดลงมาก แต่ภายหลังการประชุมเฟด เงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก นอกจากนี้ระหว่างการประชุมผู้นำยุโรป ประธานาธิบดีของฝรั่งเศสยังกล่าวว่า แม้เงินยูโรจะเข้าใกล้ระดับที่ควรจะเป็นมากขึ้นแล้ว แต่ก็ยังอยากเห็นอ่อนค่าลงอีก จึงกดดันให้ยูโรอ่อนค่าปิดตลาดที่ 1.2263
ด้านเงินเยนเปิดตลาดที่ 119.05 และแข็งค่าขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ จากการที่นายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ ชนะการเลือกตั้งใหม่ นอกจากนี้ราคาน้ำมันที่ลดลงต่ำสุดในรอบ 5 ปีครึ่ง และการเทขายเงินรัสเซีย รูเบิ้ลอย่างหนัก ทำให้นักลงทุนทั่วโลกกลัวความเสี่ยงและเข้าซื้อเงินเยน ทำให้เงินเยนปิดตลาดที่ 119.42 ส่วนปัจจัยที่จะส่งผลต่อค่าเงินเยนในสัปดาห์นี้ คือ การประกาศตัวเลขเงินเฟ้อ







