
แบงก์ลุ้นดีลกฟผ.
ไทยพาณิชย์ตั้งเป้าวาณิชธนกิจปีหน้า 1 แสนล้าน ลุ้นกองทุนรวม กฟผ.หนุนพอร์ตได้ตามเป้า
ไทยพาณิชย์ตั้งเป้าวาณิชธนกิจปีหน้า 1 แสนล้าน ลุ้นกองทุนรวม กฟผ.หนุนพอร์ตได้ตามเป้า
น.ส.วรดา ตั้งสืบกุล ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายวาณิชธนกิจ (ไอบี) ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในปี 2558 ไทยพาณิชย์จะเข้าไปมีส่วนร่วมในดีลของธุรกิจขนาดใหญ่คิดเป็นมูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท มากกว่าปีนี้ที่คาดว่าจะมีมูลค่า 8 หมื่นล้านบาท เบื้องต้นมี 3 ดีลที่อยู่ระหว่างนำเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มูลค่าเฉลี่ยรายละ 2,000-3,000 ล้านบาท รวมทั้งการออกกองทุนโครงสร้างพื้นฐานและกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (รีท) อีกราว 8 หมื่นล้านบาท
“ดีลใหญ่อยู่ในกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งมีมูลค่าสูง แต่ถ้าไม่ทันปีหน้า มูลค่าดีลรวมอาจจะลดลงไปเยอะพอสมควร ส่วนการเตรียมขายหุ้นให้ประชาชนครั้งแรก หรือไอพีโอ 3 ตัวได้ยื่นไฟลิ่งไปแล้ว” น.ส.วรดา กล่าว
ทั้งนี้ นอกเหนือจากกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานและกองรีทแล้ว ธนาคารจะมุ่งเน้นลูกค้ากลุ่มธุรกิจรายใหญ่ที่มีขนาดรองลงมา และเป็นรายใหม่ที่ไม่เคยระดมทุนผ่านตลาดทุน แต่ต้องการจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือควบรวมกิจการเพื่อเสริมศักยภาพ โดยจะเลือกในกลุ่มธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตดี เช่น พลังงานทางเลือก บริษัทที่มีนวัตกรรมเป็นของตัวเอง อย่างกลุ่มอีสเทิร์น โพลีเมอร์ รวมทั้งกลุ่มเฮลท์แคร์
“ในภาวะที่การแข่งขันของวาณิชธนกิจที่รุนแรง ทำให้รูปแบบการจูงใจเพียงสินเชื่อแบบเดิมๆ ไม่เพียงพอกับความต้องการเติบโตของธุรกิจ จำเป็นต้องหาสิ่งใหม่ๆ มานำเสนอให้ลูกค้า ซึ่งบางทีลูกค้าไม่จำเป็นต้องบอกความต้องการของตัวเอง เพราะหากเราเห็นช่องทางก็จะแนะนำให้ลูกค้าทันที ซึ่งเป็นจุดเด่นของไทยพาณิชย์ที่มีความเชี่ยวชาญ” น.ส.
วรดา กล่าว
น.ส.วรดา กล่าวว่า ปัจจัยที่มีผลกับตลาดทุนในปีหน้า คือ นโยบายดอกเบี้ยในตลาดโลกสวนทางกัน จีนลดดอกเบี้ย ขณะที่สหรัฐเตรียมปรับขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งมีผลกับการกำหนดราคาและกดดันความน่าสนใจไอพีโอ ซึ่งต้องมีการปรับปรุงราคาให้สะท้อนความเป็นจริงตามสภาพตลาด โดยธนาคารพยายามพิจารณาความเสี่ยงรอบด้านก่อนกำหนดราคา เพื่อไม่ให้ต้องปรับราคาบ่อยครั้ง ซึ่งไม่เป็นธรรมกับธุรกิจและนักลงทุน
นอกจากนี้ ไทยยังมีโอกาสเป็นแหล่งระดมทุนของประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มลุ่มน้ำโขง (จีเอ็มเอส) โดยภาครัฐควรส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์เชื่อมโยงตลาดทุนในจีเอ็มเอสด้วย นอกเหนือจากการเชื่อมโยงคมนาคม เพราะจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตลาดทุนไทยและดีต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ ทำให้คนไทยมีงานทำจากธุรกิจต่างชาติที่มาเปิดสำนักงานในไทย โดยเมื่อเร็วๆ นี้บริษัทจดทะเบียนของลาวคือ บริษัทผลิตไฟฟ้าลาว (อีดีแอล) ระดมทุนด้วยเงินบาท (บาทบอนด์) ในไทยเป็นครั้งแรก ถือเป็นสัญญาณดีของตลาดทุนไทย
อย่างไรก็ตาม หากรัฐมีความชัดเจนในการให้นักลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (พร็อพเพอร์ตี้ฟันด์) สามารถโอนย้ายไปกองรีทได้ เชื่อว่าจะทำให้มีการออกกองรีทเพิ่มขึ้น







