
เปิดหวูดรถไฟไทย-จีน
เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายหลี่เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีน
เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายหลี่เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีน ได้เป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความร่วมมือการลงทุนก่อสร้างรถไฟขนาด
รางมาตรฐาน 1.435 เมตร เส้นทางหนองคาย-โคราช-แก่งคอย-มาบตาพุด ระยะทาง 734 กิโลเมตร และเส้นทางแก่งคอย-กรุงเทพฯ ระยะทาง 133 กิโลเมตร ซึ่งเป็นโครงการทางคู่ขนาดมาตรฐานโครงการแรกของไทย โดยทั้งสองฝ่ายจะใช้ความร่วมมือในรูปแบบรัฐบาลต่อรัฐบาล และกำหนดให้จัดตั้งคณะกรรมการบริหารร่วมขึ้นใหม่ชุดหนึ่ง เพื่อกำกับดูแลการดำเนินการตามบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ ถือว่าเป็นการคิกออฟการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทย พ.ศ. 2558-2565
นอกจากนี้ ได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการค้าสินค้าเกษตร โดยทางการจีนจะแสดงเจตจำนงในการซื้อสินค้าเกษตรของไทย โดยเฉพาะข้าวและยางพารา รวมทั้งจะเพิ่มปริมาณการซื้อสินค้าเกษตรอื่นๆ จากไทยอย่างต่อเนื่อง
ในการหารือร่วมกันนั้น ผู้นำของทั้งสองประเทศเห็นควรให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมไทย-จีน ทั้งในส่วนของการพัฒนาเส้นทางรถไฟและความร่วมมือด้านการค้าสินค้าเกษตรโดยจะประชุมครั้งแรกในต้นปี 2558
ขณะที่การประชุมสุดยอดผู้นำแผนงานความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ครั้งที่ 5 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ซึ่งมีผู้นำของ 6 ประเทศเข้าร่วมนั้น นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐรมช.คมนาคม และเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า ที่ประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง 6 ประเทศ เห็นชอบแผนงานความร่วมมือทางเศรษฐกิจในจีเอ็มเอส โดยจะเร่งเดินหน้าตามแผนปฏิบัติการตามกรอบการลงทุนภูมิภาค พ.ศ. 2557-2561 ซึ่งเป็นแผนปฏิบัติการระยะ 5 ปี ประกอบด้วย โครงการลงทุนและความช่วยเหลือทางวิชาการ มูลค่ารวมกว่า 3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 9.6 แสนล้านบาท จากแผนการลงทุนระยะ 10 ปี มูลค่า 1.6 ล้านล้านบาท ที่รัฐมนตรีได้เห็นชอบไปเมื่อเดือน ธ.ค. 2556
เม็ดเงินลงทุนทั้งหมดนั้นกว่า 90% จะเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมทั้งการพัฒนาถนนและทางราง เพื่อให้เกิดความเชื่อมโยงภายในอนุภูมิภาค เปลี่ยนระเบียงคมนาคมไปสู่ระเบียงเศรษฐกิจ สร้างโอกาสทางการค้า การท่องเที่ยว และความอยู่ดีกินดีของประชาชน ไทยมีโครงการที่จะลงทุนถนนมอเตอร์เวย์เชื่อมระหว่างบางใหญ่-กาญจนบุรี เพื่อเชื่อมท่าเรือแหลมฉบัง กรุงเทพฯ-ทวาย 6.5 หมื่นล้านบาท
ลดราคาค่าไฟ-ก๊าซ
นายณัฐชาติ จารุจินดา ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้นและก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. ระบุว่า จากการปรับลดของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก จะมีผลต่อราคาก๊าซธรรมชาติใน 6 เดือน-1 ปี โดยคาดการณ์ได้ว่าในต้นปี 2558 ราคาก๊าซธรรมชาติมีแนวโน้มจะปรับตัวลดลง ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนการผลิตกระแสไฟฟ้าที่มีก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลักปรับลดลงได้เช่นกัน ทำให้ค่าไฟฟ้าจะถูกลงกว่าเดิมถือเป็นข่าวดีสำหรับผู้บริโภค รวมถึงราคาก๊าซธรรมชาติที่ขายในภาคอุตสาหกรรมซึ่งอ้างอิงกับราคาน้ำมันเตาจะปรับตัวลดลงเช่นกัน ส่งผลดีสำหรับผู้ผลิตและภาคอุตสาหกรรม โดยราคาน้ำมันเตาที่ปรับลดลงมีผลต่อราคาก๊าซธรรมชาติในระยะ 3 เดือนถัดมา
ขณะที่ผู้ว่าการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ค่าไฟในงวดเดือน ม.ค.-เม.ย. 2558 จะลดลงอย่างแน่นอน โดยคณะอนุกรรมการพิจารณาค่าเอฟทีจะพิจารณาค่าไฟงวดใหม่ในวันที่ 23 ธ.ค.นี้ และจะเสนอคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานเห็นชอบและประกาศใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 25 ธ.ค.นี้ ว่าจะลดในอัตราเท่าได
ระบายข้าว
การประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ที่มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.ที่ผ่านมา มีมติระบายข้าวในสต๊อกรัฐบาลปริมาณ 17 ล้านตัน โดยวิธีการขายยกคลัง โดยเอกชนจะเสนอราคาซื้อข้าว หากเอกชนเสนอราคาที่เหมาะสม รัฐบาลก็อนุมัติขาย แต่หากต่ำกว่าราคาที่รัฐบาลตั้งไว้ก็ไม่ต้องอนุมัติขาย ซึ่งวิธีการนี้รัฐบาลจะรับผิดชอบต่อคุณภาพข้าว







