
ห้างฯฟิวเจอร์พาร์ค อนุรักษ์พลังงานอาเซียน
ธุรกิจห้างสรรพสินค้าถือเป็นหนึ่งในกิจการที่มีการใช้ไฟฟ้าในอันดับต้นๆ ของประเทศ
ธุรกิจห้างสรรพสินค้าถือเป็นหนึ่งในกิจการที่มีการใช้ไฟฟ้าในอันดับต้นๆ ของประเทศ เนื่องจากต้องใช้พลังงานไฟฟ้าทั้งด้านแสงสว่างและเครื่องทำความเย็นเกือบตลอด 24 ชม. ในการให้บริการลูกค้า
“ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค” ให้ความสำคัญในการดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบแนวคิดโครงการ FUTURE PARK จิตสำนึกสีเขียว ภายใต้หลักคิดของหลักบรรษัทภิบาล การรักษาสิ่งแวดล้อม สังคม การมีส่วนร่วมของพนักงาน ร้านค้าเช่า และคู่ค้า ซึ่งการอนุรักษ์พลังงานเป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินธุรกิจที่ผู้บริหารศูนย์การค้าให้ความสำคัญอย่างมาก จึงสนับสนุนและส่งเสริมให้มีการลงทุนนำเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพในการอนุรักษ์พลังงานมาใช้
ความตั้งใจดังกล่าวทำให้ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ครังสิต ได้รับรางวัลดีเด่น ประเภทอาคารควบคุม จากงาน Thailand Energy Awards 2014 และรางวัลชนะเลิศ การบริหารจัดการพลังงานดีเด่นในอาคารขนาดใหญ่ (Large Building Category) จากเวทีงานประกาศรางวัลการประกวดผลงานด้านการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนระดับภูมิภาคอาเซียน หรือ ASEAN Energy Awards 2014 ครั้งที่ 32 ณ นครเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
“ชัชชัย ดวงดัน” ผู้จัดการฝ่ายวิศวกรรมบำรุงรักษา ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค ผู้แทนศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค กล่าวว่า ผู้บริหารมีนโยบายห้ความสำคัญกับเรื่องการอนุรักษ์พลังงานมานานแล้ว โดยเริ่มจากการทำโครงการ GOES GREENER ตั้งแต่ปี 2540 ภายใต้ 3 R ได้แก่ Reduce ลดการใช้พลังงาน Reused และ Recycle การนำน้ำประปาใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่โดยผ่านกระบวนการ Recycle การกรองสีและกลิ่นสำหรับใช้ในโถปัสสาวะชาย, ชักโครกห้องน้ำหญิง และรดน้ำต้นไม้ ตลอดจนการมีตลาดนัดรีไซเคิล และกิจกรรมปลูกป่า เพื่อให้ร้านค้า ลูกค้า
นอกจากนี้ ยังให้พนักงานได้มีส่วนร่วมในการคัดแยกขยะและปลูกป่า เพื่อเพิ่มออกซิเจน ซึ่งที่ผ่านมาได้ปลูกป่ารวมทั้งสิ้น 1,738 ไร่ หรือจำนวน 347,600 ต้น เพิ่มออกซิเจนได้ 13,324 ตัน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 ในอนาคตจะยังคงดำเนินกิจกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยจะเน้นการรณรงค์ให้มีส่วนร่วมทั้งพนักงาน ร้านค้า และลูกค้าทั่วไปที่มาใช้บริการ ตลอดจนขยายผลไปยังคู่ค้าและซัพพลายเออร์ต่างๆ
ในขณะที่การดูแลด้านการอนุรักษ์พลังงานในภาพของตัวห้าง ซึ่งปัจจุบันพื้นที่โซนศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์คทั้งหมด 302,829 ตารางเมตร (ตร.ม.) แยกเป็นพื้นที่ใช้สอยทั้งหมด 189,110 ตร.ม. แบ่งเป็นพื้นที่ปรับอากาศ 135,396 ตร.ม. ไม่ปรับอากาศ 53,714 ตร.ม. และพื้นที่จอดรถ 113,719 ตร.ม. โดยเฉลี่ยมีค่าใช้จ่ายด้านพลังงานปีละ 220 ล้านบาท (พื้นที่ส่วนกลาง, ร้านค้า และสำนักงาน)
ผู้บริหารมีเป้าหมายต้องการประหยัดพลังงานอย่างจริงจัง โดยเริ่มดำเนินมาตรการมาตั้งแต่ปี 2554 จากการลงทุนเพื่อเปลี่ยนหลอดคอมแพกต์ขนาด 23 วัตต์ แทนหลอด PAR ขนาด 120 วัตต์ การเปลี่ยนมาใช้หลอดแอลอีดีแทนหลอดฟลูออเรสเซนต์ชนิด T8 ขนาด 36 วัตต์ นอกจากนี้ ยังใช้มาตรการปรับปรุงระบบทำความเย็นพร้อมกับระบบการจัดการพลังงาน Chiller Plant และมาตรการปรับอุณหภูมิน้ำเย็นของเครื่องทำความเย็น
“สิ่งที่เราทำมาตั้งแต่ปี 2554 ใช้เงินลงทุนเยอะตั้งแต่หลอดแอลอีดี การใช้ระบบปั๊มน้ำประสิทธิภาพสูง ส่วนใหญ่ที่เราทำคือติดเครื่องทำระบบน้ำเย็นใหม่ทั้งหมด เดิมใช้เครื่องเก่าที่มีอายุ 17-18 ปี ซึ่งเห็นว่ากินไฟเยอะ ผู้บริหารมีนโยบายให้ดูตรงนี้ จึงเริ่มศึกษาว่า ถ้าจะเปลี่ยนเครื่องทำความเย็นระบบใหม่ที่มีประสิทธิภาพกินไฟน้อยลงจะช่วยประหยัดได้ จึงเริ่มศึกษาและเปลี่ยนเครื่องใหม่ โดยประเมินแล้วพบว่าประหยัดได้เดือนละ 1.2 ล้านบาท หรือปีละ 12 ล้านบาท เมื่อเทียบกับเงินลงทุนที่ใช้ไป 80-90 ล้านบาท คาดภายใน 6 ปี น่าจะคืนทุน” ชัชชัย กล่าว
สำหรับโครงการหรือมาตรการประหยัดพลังงานที่จะดำเนินการในอนาคต ได้กำหนดหัวใจสำคัญที่มีผลกระทบต่อการอนุรักษ์ลัพงงานในองค์กรเป็น 3 ส่วน ดังนี้
1.ด้านนโยบาย ผู้บริหารแสดงถึงเจตนารมณ์ในการส่งเสริม รณรงค์ สนับสนุนการลงทุน เพื่อมุ่งเน้นให้เกิดการอนุรักษ์พลังงาน และสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน โดยกำหนดเป้าหมายการอนุรักษ์พลังงานเป็น KPI ประจำทุกปี คือเป้าหมายการลดพลังงานอยู่ที่ 220,000 kWh/ปี คิดเป็นมูลค่าการประหยัดปีละ 810,000 บาท
2.การปฏิบัติ มุ่งเน้นลดการสูญเสียการใช้พลังงานในเครื่องจักรอุปกรณ์ ควบคุมการใช้พลังงานในองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และการมีส่วนร่วมปลุกจิตสำนึกให้กับพนักงาน ร้านค้า และร่วมกับองค์การภายนอกในการทำกิจกรรมร่วมกันอนุรักษ์พลังงาน
สุดท้าย 3.ฝึกอบรม การจัดฝึกอบรมด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อมและอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องภายในองค์กร และภายนอกองค์กร เพื่อมุ่งเน้นให้บุคลากรมีความรู้ เกิดทักษะเชี่ยวชาญชำนาญในการ
พัฒนาระบบการจัดการพลังงานในอนาคตต่อไป







